← กลับไปยังบทความทั้งหมด

อาณานิคมสเปนในโมร็อกโก

สรุปใจความสำคัญ

  • จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ค.ศ. 1912 ผ่านสนธิสัญญาระหว่างฝรั่งเศสและสเปน
  • ประกอบด้วยเขตปกครองตอนเหนือริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และเขตตอนใต้รอบแหลมจูบี
  • เมืองตังเฌร์มีสถานะเป็นเขตปกครองสากล ไม่ได้ขึ้นตรงต่อสเปน
  • เขตตอนเหนือได้รับเอกราชในปี ค.ศ. 1956 และเขตตอนใต้ถูกยกให้โมร็อกโกในปี ค.ศ. 1958

อาณานิคมสเปนในโมร็อกโก (Spanish Protectorate in Morocco) ถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ค.ศ. 1912 ผ่านสนธิสัญญาระหว่างฝรั่งเศสและสเปน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนสถานะจากเขตอิทธิพลของสเปนในโมร็อกโก (ซึ่งขณะนั้นอยู่ภายใต้การคุ้มครองของฝรั่งเศส) ให้กลายเป็นดินแดนในอารักขาอย่างเป็นทางการของสเปน

ตราแผ่นดินของโมร็อกโกภายใต้การปกครองของสเปน
ตราแผ่นดินของโมร็อกโกภายใต้การปกครองของสเปน

ขอบเขตทางภูมิศาสตร์

ดินแดนในอารักขานี้แบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก ได้แก่:

  • เขตทางตอนเหนือ: เป็นแถบพื้นที่ริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและช่องแคบยิบรอลตาร์
  • เขตทางตอนใต้: พื้นที่รอบแหลมจูบี (Cape Juby) ซึ่งมีพรมแดนติดกับสะฮาราของสเปน (Spanish Sahara)
แผนที่แสดงเขตอารักขาตอนเหนือและตอนใต้ของสเปนในโมร็อกโก
แผนที่แสดงเขตอารักขาตอนเหนือ (Spanish Morocco) และเขตตอนใต้ (Cape Juby)

ทั้งนี้ เมืองตังเฌร์ (Tangier) ถูกยกเว้นจากการเป็นส่วนหนึ่งของอาณานิคมสเปน โดยมีสถานะพิเศษเป็นเขตปกครองสากล (Tangier International Zone)

ภูมิหลังและการจัดตั้ง

แรงจูงใจของสเปน

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 สเปนสูญเสียอาณานิคมส่วนใหญ่ในสงครามสเปน-อเมริกา อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสเปนยังคงเห็นความจำเป็นในการขยายอิทธิพลในตอนเหนือของโมร็อกโก เนื่องจากตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญ และการมีฐานที่มั่นเดิมอย่างเมืองเซวตา (Ceuta) และเมลิลยา (Melilla)

ภาพประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับโมร็อกโก
ภาพบรรยากาศในโมร็อกโกช่วงยุคอาณานิคม

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้สเปนเข้าแทรกแซง ได้แก่ ความกังวลด้านความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ โดยเกรงว่าหากฝรั่งเศสเข้าควบคุมพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของโมร็อกโกทั้งหมด สเปนจะถูกปิดล้อมทั้งทางเหนือและใต้ นอกจากนี้ยังมีการค้นพบแร่เหล็กใกล้เมืองเมลิลยา ซึ่งสร้างความเชื่อว่าโมร็อกโกมีความมั่งคั่งทางแร่ธาตุสูง

ข้อตกลงระหว่างมหาอำนาจ

การจัดตั้งอาณานิคมนี้เป็นผลมาจากข้อตกลงระหว่างฝรั่งเศสและสเปน โดยมีอังกฤษเป็นตัวกลางในการเจรจาผ่านข้อตกลง Entente Cordiale ในปี ค.ศ. 1904 ซึ่งอังกฤษต้องการให้มหาอำนาจที่อ่อนแอกว่าอย่างสเปนเป็นผู้ควบคุมชายฝั่งตรงข้ามยิบรอลตาร์ แทนที่จะเป็นฝรั่งเศส เพื่อความมั่นคงของยิบรอลตาร์ที่อังกฤษครอบครองอยู่

แผนที่แสดงเขตอิทธิพลของสเปนในโมร็อกโก
แผนที่แสดงการแบ่งเขตอิทธิพลในโมร็อกโกช่วงต้นศตวรรษที่ 20

การสิ้นสุดของอำนาจปกครอง

การสิ้นสุดของอาณานิคมสเปนในโมร็อกโกเกิดขึ้นเป็นสองระยะ:

  1. เขตทางตอนเหนือ: กลายเป็นส่วนหนึ่งของประเทศโมร็อกโกที่เป็นเอกราชเมื่อวันที่ 7 เมษายน ค.ศ. 1956 หลังจากฝรั่งเศสถอนตัวจากดินแดนในอารักขาของตน
  2. เขตทางตอนใต้: สเปนยอมยกดินแดนส่วนนี้ให้โมร็อกโกผ่านสนธิสัญญา Angra de Cintra เมื่อวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 1958 ภายหลังการสิ้นสุดของสงครามอิฟนี (Ifni War)
แผนที่เขตอารักขาตอนเหนือในปี 1956
แผนที่แสดงเขตอารักขาตอนเหนือในช่วงปี ค.ศ. 1956

คำถามที่พบบ่อย

อาณานิคมสเปนในโมร็อกโกจัดตั้งขึ้นเมื่อใด?

จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ค.ศ. 1912 โดยเป็นข้อตกลงระหว่างฝรั่งเศสและสเปน

ทำไมสเปนถึงต้องการครอบครองพื้นที่ในโมร็อกโก?

เพื่อความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ในการป้องกันเมืองเซวตาและเมลิลยา และความต้องการทรัพยากรแร่ธาตุ เช่น แร่เหล็ก

เมืองตังเฌร์มีสถานะอย่างไรในช่วงเวลานั้น?

เมืองตังเฌร์ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของอาณานิคมสเปน แต่มีสถานะเป็นเขตปกครองสากล (Tangier International Zone)

อาณานิคมนี้สิ้นสุดลงเมื่อใด?

เขตตอนเหนือสิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1956 และเขตตอนใต้สิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1958 หลังจากสงครามอิฟนี