การปฏิวัติสเปน ค.ศ. 1854
สรุปใจความสำคัญ
- การปฏิวัติสเปน ค.ศ. 1854 หรือ 'วิกัลวาราดา' เริ่มต้นจากการปะทะกันทางทหารที่หมู่บ้านวิกัลวารอ
- นำไปสู่การสิ้นสุดของ 'ทศวรรษสายกลาง' (Moderate Decade) และเริ่มต้นยุค 'สองปีแห่งความก้าวหน้า' (Progressive Biennium)
- คำประกาศมันซานาเรส (Manzanares Manifest) เป็นเอกสารสำคัญที่เสนอการปฏิรูปการเมืองและสังคมเพื่อดึงดูดการสนับสนุนจากมวลชน
- เหตุการณ์นี้เป็นการร่วมมือกันชั่วคราวระหว่างกลุ่มสายกลางสายบริสุทธิ์ กลุ่มก้าวหน้า และกลุ่มเดโมแครต เพื่อต่อต้านรัฐบาลของเคานต์ซานลุยส์
การปฏิวัติสเปน ค.ศ. 1854 หรือที่รู้จักกันในชื่อ วิกัลวาราดา (Vicalvarada) เป็นเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองที่เริ่มต้นจากการเผชิญหน้าระหว่างกองกำลังกบฏภายใต้การนำของนายพลเลโอโปลโด โอโดนเนลล์ (General Leopoldo O'Donnell) กับกองกำลังรัฐบาลใกล้กับหมู่บ้านวิกัลวารอ (Vicálvaro) เหตุการณ์นี้ลุกลามกลายเป็นการรัฐประหารโดยกองทัพและการลุกฮือของประชาชนในช่วงระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน ถึง 28 กรกฎาคม ค.ศ. 1854 ในรัชสมัยของสมเด็จพระราชินีนาถอิซาเบลที่ 2 แห่งสเปน
การปฏิวัตินี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่นำไปสู่การสิ้นสุดของ ทศวรรษสายกลาง (década moderada) (ค.ศ. 1844-1854) และเริ่มต้นยุค สองปีแห่งความก้าวหน้า (bienio progresista) (ค.ศ. 1854-1856)

จุดเริ่มต้นและความขัดแย้ง
สัญญาณแรกของการปฏิวัติเริ่มขึ้นในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1854 เมื่อกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครต (Democratic Party) พยายามก่อการลุกฮือในเมืองซาราโกซา (Zaragoza) แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
สาเหตุหลักของการปฏิวัติเกิดจากความไม่พอใจต่อการใช้อำนาจในรัฐสภาอย่างไม่เหมาะสมโดยสถาบันกษัตริย์ในช่วงปลายทศวรรษสายกลาง ส่งผลให้กลุ่มการเมืองต่าง ๆ ที่มีความเห็นต่างกันต้องหันมาร่วมมือกัน ได้แก่:
- กลุ่มสายกลาง (Moderates): นำโดยนายพลรามอน มาเรีย นาร์วาเอซ (General Ramon Maria Narvaez)
- กลุ่มสายกลางสายบริสุทธิ์ (Puritan Moderates): นำโดยโฮอาคิน ฟรานซิสโก ปาเชโก (Joaquín Francisco Pacheco) และริออส โรซาส (Ríos Rosas)
- กลุ่มก้าวหน้า (Progressives): นำโดยนายพลบัลโดเมโร เอสปาร์เตโร (General Baldomero Espartero) และซาลุสเตียโน เด โอโลซากา (Salustiano de Olozaga)
กลุ่มเหล่านี้ได้จัดตั้งคณะกรรมการเลือกตั้งร่วมกันเพื่อปกป้องระบอบประชาธิปไตยที่กำลังถูกคุกคาม โดยกลุ่ม "พิวริตัน" ได้ประสานงานกับนายพลเลโอโปลโด โอโดนเนลล์ และนายพลคนอื่น ๆ เพื่อวางแผนก่อการกบฏ บังคับให้สมเด็จพระราชินีนาถอิซาเบลที่ 2 เปลี่ยนรัฐบาลของเคานต์ซานลุยส์ (Count San Luis) ซึ่งขาดการสนับสนุนจากรัฐสภาและได้รับความไว้วางใจจากราชสำนักเพียงฝ่ายเดียว ให้เป็นรัฐบาลแบบ "ประนีประนอมเสรีนิยม" (Liberal Conciliation) ที่ยึดตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญปี 1845
การปะทะที่วิกัลวารอและคำประกาศมันซานาเรส
ในวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1854 นายพลโอโดนเนลล์ได้เริ่มการก่อการกบฏ แต่การปะทะกับกองทัพหลวงที่หมู่บ้านวิกัลวารอ (Vicalvaro) จบลงโดยไม่มีผู้ชนะที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ทำให้กองกำลังของโอโดนเนลล์ต้องถอยร่นไปยังบริเวณลามานชา (La Mancha) และบางส่วนถอยเข้าสู่โปรตุเกสเพื่อรอการสนับสนุนจากกองกำลังอื่น
ในขณะที่กองทัพรัฐบาลไล่ตามกองกำลังกบฏออกไปจากเมืองหลวง ส่งผลให้กรุงมาดริดตกอยู่ในสภาวะขาดการป้องกัน ซึ่งกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การปฏิวัติประสบความสำเร็จในเวลาต่อมา

เพื่อให้ได้รับแรงสนับสนุนจากมวลชน นายพลโอโดนเนลล์ได้พบกับนายพลเซร์ราโน (General Serrano) ที่เมืองมันซานาเรส ซึ่งเซร์ราโนได้โน้มน้าวให้โอโดนเนลล์เสนอการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่กว้างขึ้น นำไปสู่การเขียน คำประกาศมันซานาเรส (Manzanares Manifest) โดยอันโตนิโอ คาโนวาส เดล คาสตีโย (Antonio Cánovas del Castillo) ซึ่งเผยแพร่ในวันที่ 7 กรกฎาคม
ข้อเสนอในคำประกาศประกอบด้วย:
- การรักษาไว้ซึ่งสถาบันกษัตริย์ แต่ลดอำนาจและอิทธิพลของคนรอบข้างพระองค์
- การลดภาษี
- การฟื้นฟูอาสาสมัครป้องกันชาติ (National Militia) ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องหลักของกลุ่มก้าวหน้าและกลุ่มเดโมแครต
- การปรับปรุงกฎหมายการพิมพ์และกฎหมายการเลือกตั้ง
- การกระจายอำนาจการบริหารจัดการสู่ส่วนท้องถิ่น
การลุกฮือของประชาชนและการเปลี่ยนแปลง
ระยะที่สองของการปฏิวัติถูกขับเคลื่อนโดยกลุ่มก้าวหน้าและกลุ่มเดโมแครต โดยมีการลุกฮือครั้งใหญ่ในเมืองบาร์เซโลนาเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มแรงงาน
ต่อมาในวันที่ 17 กรกฎาคม เกิดการลุกฮือในกรุงมาดริด มีการเผยแพร่คำประกาศมันซานาเรสอย่างกว้างขวาง และมีการโจมตีคฤหาสน์ของมาร์ควิสแห่งซาลามังกา (Marquis of Salamanca) รวมถึงการโจมตีเป้าหมายที่เป็นตัวแทนของรัฐบาลเดิม
เหตุการณ์บานปลายจนทำให้เคานต์ซานลุยส์ นายกรัฐมนตรี และสมเด็จพระราชินีนาถพระพันปีมาเรีย คริสตินา (Queen Mother María Cristina) ต้องลี้ภัยไปยังพระราชวังตะวันออก (East Palace) นอกจากนี้ กลุ่มผู้ประท้วงยังได้บุกเข้าโจมตีเรือนจำซัลเดโร (Saldero prison) เพื่อปลดปล่อยนักโทษการเมืองกลุ่มเดโมแครต เช่น นิโคลัส มาเรีย ริเวโร (Nicolás María Rivero) และซิกซ์โต คามารา (Sixto Cámara)

การประท้วงยังขยายตัวไปยังเมืองอื่น ๆ เช่น บาเลนเซีย และบายาโดลิด โดยในบายาโดลิด การประท้วงเป็นไปอย่างสงบภายใต้คำขวัญ "ขนมปังมากขึ้น การบริโภคที่ลดลง" ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาเศรษฐกิจที่ประชาชนเผชิญอยู่
คำถามที่พบบ่อย
การปฏิวัติสเปน ค.ศ. 1854 คืออะไร?
คือเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองที่เริ่มต้นจากการกบฏทางทหารโดยนายพลเลโอโปลโด โอโดนเนลล์ และลุกลามเป็นการลุกฮือของประชาชน เพื่อบังคับให้สมเด็จพระราชินีนาถอิซาเบลที่ 2 เปลี่ยนรัฐบาลที่ขาดการสนับสนุนจากรัฐสภา
คำประกาศมันซานาเรสมีความสำคัญอย่างไร?
เป็นเอกสารที่เสนอการปฏิรูป เช่น การลดภาษี การฟื้นฟูอาสาสมัครป้องกันชาติ และการปรับปรุงกฎหมายการเลือกตั้ง เพื่อเปลี่ยนการเคลื่อนไหวจากการกบฏทางทหารให้เป็นการปฏิวัติที่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน
ผลลัพธ์ของการปฏิวัติครั้งนี้คืออะไร?
ทำให้รัฐบาลของเคานต์ซานลุยส์สิ้นสุดลง และนำสเปนเข้าสู่ยุค 'สองปีแห่งความก้าวหน้า' (Bienio Progresista) ระหว่างปี ค.ศ. 1854-1856
ทำไมเหตุการณ์นี้จึงถูกเรียกว่า 'วิกัลวาราดา' (Vicalvarada)?
ชื่อนี้มาจากชื่อหมู่บ้านวิกัลวารอ (Vicálvaro) ซึ่งเป็นสถานที่เกิดการปะทะกันครั้งแรกระหว่างกองกำลังกบฏและกองกำลังรัฐบาล


