พรรคแรงงานสังคมนิยมสเปน (PSOE)
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ค.ศ. 1879 โดย ปาโบล อิกเลเซียส
- เป็นพรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในสเปนที่ยังคงดำเนินกิจกรรมอยู่
- เคยถูกสั่งห้ามดำเนินกิจกรรมในช่วงระบอบเผด็จการฟรังโก และกลับมาถูกกฎหมายในปี 1977
- เปลี่ยนจากอุดมการณ์มาร์กซิสต์มาเป็นสังคมประชาธิปไตยในปี 1979
พรรคแรงงานสังคมนิยมสเปน (ภาษาสเปน: Partido Socialista Obrero Español หรือ PSOE) เป็นพรรคการเมืองแนวทางสังคมประชาธิปไตย (Social Democratic) ในประเทศสเปน ซึ่งถือเป็นพรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงดำเนินกิจกรรมอยู่ในปัจจุบัน โดยก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1879
PSOE มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเมืองสเปนสมัยใหม่ โดยเป็นพรรคที่ครองอำนาจในการบริหารประเทศยาวนานที่สุดในยุคประชาธิปไตย โดยมีช่วงเวลาการเป็นรัฐบาลที่สำคัญภายใต้การนำของ เฟลิเป กอนซาเลซ (1982–1996), โฮเซ ลุยส์ รอดริเกซ ซาปาเตโร (2004–2011) และเปโดร ซานเชซ ตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา
ประวัติการก่อตั้งและยุคเริ่มต้น (1879–1931)
พรรค PSOE ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ค.ศ. 1879 โดย ปาโบล อิกเลเซียส (Pablo Iglesias) ณ ร้านอาหาร Casa Labra ในกรุงมาดริด อิกเลเซียสเป็นช่างเรียงพิมพ์ที่มีความเชื่อมโยงกับสมาคมแรงงานระหว่างประเทศ (International Workingmen's Association) และพอล ลาฟาร์ก (Paul Lafargue)

ในช่วงแรก การเติบโตของพรรคและสหภาพแรงงานที่เกี่ยวข้องอย่าง Unión General de Trabajadores (UGT) จำกัดอยู่ในพื้นที่สามเหลี่ยมมาดริด-บิสไกย์-อัสตูเรียส จนกระทั่งทศวรรษ 1910 ซึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1910 เมื่อปาโบล อิกเลเซียส ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทำให้พรรคเป็นที่รู้จักในระดับชาติมากขึ้น
ความขัดแย้งและการแตกตัว (1917–1931)
ในปี 1917 PSOE และ UGT มีบทบาทนำในการนัดหยุดงานประท้วงทั่วประเทศ ซึ่งถูกปราบปรามอย่างรุนแรงโดยกองทัพ ส่งผลให้ผู้นำพรรคหลายคนถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต แต่ได้รับการปล่อยตัวในปี 1918 หลังจากชนะการเลือกตั้งเข้าสู่สภา

ระหว่างปี 1919 ถึง 1921 พรรคเผชิญกับความตึงเครียดระหว่างกลุ่มที่สนับสนุนสมาคมสังคมนิยมสากล (Socialist International) และกลุ่มที่ต้องการเข้าร่วมกับคอมมิวนิสต์สากล (Communist International) นำไปสู่การแยกตัวของกลุ่มผู้เห็นต่างจนกลายเป็นพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสเปน (PCE) ในเวลาต่อมา
บทบาทในสาธารณรัฐสเปนครั้งที่สองและสงครามกลางเมือง (1931–1939)
PSOE มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในช่วงสาธารณรัฐสเปนครั้งที่สอง โดยเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลผสมในช่วงปี 1931–1933 และ 1936–1939 ก่อนที่สาธารณรัฐจะพ่ายแพ้ในสงครามกลางเมืองสเปน

การถูกสั่งห้ามและยุคเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย
ภายใต้ระบอบเผด็จการของนายพลฟรังโก พรรค PSOE ถูกสั่งห้ามดำเนินกิจกรรมทางการเมือง สมาชิกและผู้นำพรรคจำนวนมากถูกไล่ล่าและต้องลี้ภัยไปต่างประเทศ จนกระทั่งคำสั่งห้ามถูกยกเลิกในปี 1977 ในช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตยของสเปน
อุดมการณ์และนโยบายในปัจจุบัน
เดิมทีพรรคมีรากฐานมาจากลัทธิมาร์กซิสต์ (Marxism) แต่ได้ประกาศละทิ้งอุดมการณ์ดังกล่าวในปี 1979 เพื่อมุ่งสู่แนวทางสังคมประชาธิปไตยที่สอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา
- การบูรณาการยุโรป: PSOE สนับสนุนการรวมตัวของสหภาพยุโรปอย่างเต็มที่
- สิทธิมนุษยชนและสังคม: พรรคมีบทบาทสำคัญในการผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียมและการรับบุตรบุญธรรมของคู่รักเพศเดียวกันในปี 2005 รวมถึงกฎหมายสิทธิคนข้ามเพศในปี 2023
- ความสัมพันธ์กับสหภาพแรงงาน: พรรคมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับสหภาพแรงงาน UGT แม้ว่าในระยะหลังจะมีความขัดแย้งในเรื่องนโยบายเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมที่พรรคนำมาใช้ ซึ่งนำไปสู่การประท้วงและการนัดหยุดงานในหลายครั้ง
ในระดับสากล PSOE เป็นสมาชิกของพรรคสังคมนิยมยุโรป (Party of European Socialists), พันธมิตรหัวก้าวหน้า (Progressive Alliance) และสมาคมสังคมนิยมสากล (Socialist International)
คำถามที่พบบ่อย
พรรค PSOE ก่อตั้งขึ้นเมื่อใดและโดยใคร?
พรรค PSOE ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ค.ศ. 1879 โดย ปาโบล อิกเลเซียส (Pablo Iglesias) ณ กรุงมาดริด
พรรค PSOE มีจุดยืนทางการเมืองอย่างไรในปัจจุบัน?
ปัจจุบันพรรค PSOE ยึดถือแนวทางสังคมประชาธิปไตย (Social Democratic) และสนับสนุนการบูรณาการเข้ากับสหภาพยุโรป รวมถึงการผลักดันสิทธิความหลากหลายทางเพศ
ความสัมพันธ์ระหว่าง PSOE และสหภาพแรงงาน UGT เป็นอย่างไร?
ในอดีตการเป็นสมาชิก UGT เคยเป็นเงื่อนไขในการเข้าเป็นสมาชิกพรรค PSOE แต่ปัจจุบันมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน โดย UGT มักวิจารณ์นโยบายเศรษฐกิจของพรรคที่มองว่ามีความเป็นเสรีนิยมมากเกินไป
พรรค PSOE เคยถูกสั่งห้ามดำเนินกิจกรรมหรือไม่?
ใช่ พรรคถูกสั่งห้ามในช่วงระบอบเผด็จการของนายพลฟรังโก และได้รับการยกเลิกคำสั่งห้ามในปี 1977 ในช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย

