← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เทคนิค Split Screen การแบ่งหน้าจอในงานวิดีโอและภาพยนตร์

สรุปใจความสำคัญ

  • Split Screen คือการแบ่งหน้าจอเพื่อแสดงภาพหลายภาพพร้อมกัน ซึ่งทำลายภาพลวงตาของมุมมองแบบดวงตามนุษย์
  • ก่อนยุคดิจิทัล การทำ Split Screen ต้องใช้เครื่องพิมพ์ออปติคัล (Optical Printer) ในการรวมภาพลงบนฟิล์มเนกาทีฟ
  • เทคนิคนี้ถูกนำมาใช้เพื่อสร้างตัวละครฝาแฝด หรือแสดงการสนทนาทางโทรศัพท์ และการเล่าเรื่องแบบเรียลไทม์ในสื่อบันเทิง

ในโลกของการผลิตภาพยนตร์และวิดีโอ Split Screen หรือการแบ่งหน้าจอ คือเทคนิคการแบ่งพื้นที่การมองเห็นบนหน้าจอออกเป็นสองส่วนหรือมากกว่า เพื่อแสดงภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ซึ่งเป็นการทำลายภาพลวงตาว่าหน้าจอเป็นมุมมองที่ต่อเนื่องกันเหมือนดวงตามนุษย์ เทคนิคนี้อาจมีเส้นแบ่งที่ชัดเจนหรือไม่มีก็ได้

ตัวอย่างการใช้ Split Screen ในงานวิดีโอ
การแบ่งหน้าจอเพื่อแสดงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน

ประวัติและการพัฒนาของ Split Screen

ก่อนการมาถึงของเทคโนโลยีดิจิทัล การทำ Split Screen ในภาพยนตร์ต้องใช้เครื่องพิมพ์ออปติคัล (Optical Printer) เพื่อรวมภาพสองภาพหรือมากกว่าที่ถ่ายทำแยกกันลงบนฟิล์มเนกาทีฟแผ่นเดียวกัน ซึ่งเรียกว่า Composite

การใช้ตัวแสดงคนเดียวในฉากเดียว

หนึ่งในเทคนิคที่นิยมที่สุดคือการทำให้ตัวละครตัวเดียวปรากฏตัวพร้อมกันสองครั้งในฉากเดียว โดยการล็อกตำแหน่งกล้องให้คงที่และถ่ายทำฉากนั้นสองครั้ง โดยให้ตัวแสดงยืนอยู่ทางซ้ายและขวาของเฟรม จากนั้นจึงนำภาพทั้งสองมาประกบกันโดยให้รอยต่อล่องหน เพื่อให้การโต้ตอบดูสมจริงที่สุด

อิทธิพลและวิวัฒนาการ

ในช่วงทศวรรษ 1960 เทคนิคนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยได้รับอิทธิพลจากงานนิทรรศการโลก (World's Fair) เช่น งาน New York World's Fair 1964 และ Expo 67 ในมอนทรีออล ซึ่งมีการนำเสนอภาพยนตร์หลายหน้าจอที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้กำกับชื่อดังอย่าง John Frankenheimer, Norman Jewison และ Richard Fleischer

การใช้เทคนิคแบ่งหน้าจอในภาพยนตร์
การใช้ Split Screen เพื่อสร้างมิติในการเล่าเรื่อง

การใช้งานในรูปแบบต่างๆ

  • การสนทนาทางโทรศัพท์: เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ใช้กันมาตั้งแต่ยุคหนังเงียบ เพื่อแสดงให้เห็นผู้พูดและผู้ฟังพร้อมกัน
  • การเล่าเรื่องแบบเรียลไทม์: ซีรีส์ชื่อดังอย่าง 24 ใช้ Split Screen อย่างหนักเพื่อแสดงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายสถานที่ ช่วยเพิ่มความตื่นเต้นและเน้นย้ำความเป็นเวลาจริง (Real-time)
  • การทดลองทางศิลปะ: ผู้กำกับอย่าง Roger Avary และ Zbigniew Rybczynski ได้ทดลองใช้การเคลื่อนที่ของกล้องและการแบ่งหน้าจอหลายช่อง (เช่น 9 ช่อง) เพื่อสร้างเรื่องราวที่ซับซ้อนและแปลกใหม่

การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล

เมื่อเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาแทนที่ การแบ่งหน้าจอทำได้ง่ายขึ้นมาก โปรแกรมตัดต่อวิดีโอสมัยใหม่ช่วยให้ผู้สร้างสามารถทดลองกับ Split Screen ได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันในเวลาจริง (เช่นในภาพยนตร์เรื่อง Timecode) หรือการใช้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการเล่าเรื่องหลักของภาพยนตร์

ตารางสรุปการใช้งาน Split Screen

รูปแบบการใช้งานวัตถุประสงค์ตัวอย่างผลงาน
การโต้ตอบของตัวละครเดียวสร้างภาพลวงตาว่ามีฝาแฝดหรือตัวตนสองร่างThe Parent Trap, Adaptation
การสนทนาทางไกลแสดงอารมณ์ของทั้งสองฝ่ายพร้อมกันPillow Talk, Down With Love
เหตุการณ์พร้อมกันสร้างความตื่นเต้นและแสดงความเชื่อมโยง24 (TV Series), Timecode

คำถามที่พบบ่อย

Split Screen คืออะไร?

คือเทคนิคการแบ่งหน้าจอออกเป็นสองส่วนหรือมากกว่า เพื่อแสดงภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันในวิดีโอหรือภาพยนตร์

ในสมัยก่อนการทำ Split Screen ทำได้อย่างไร?

ก่อนยุคดิจิทัล ผู้สร้างภาพยนตร์ใช้เครื่องพิมพ์ออปติคัล (Optical Printer) เพื่อนำภาพที่ถ่ายทำแยกกันมาประกบกันบนฟิล์มแผ่นเดียว

ประโยชน์ของ Split Screen ในการเล่าเรื่องคืออะไร?

ช่วยให้ผู้ชมเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสถานที่ต่างกันแต่ในเวลาเดียวกันได้ทันที ช่วยเพิ่มความตื่นเต้น และสามารถทำให้ตัวละครตัวคนเดียวปรากฏตัวได้หลายครั้งในฉากเดียว