ถนนเซนต์จอร์จ เทอเรซ ศูนย์กลางธุรกิจของเมืองเพิร์ท
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นถนนสายหลักในย่านธุรกิจกลางเมือง (CBD) ของเมืองเพิร์ท รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย
- เป็นที่ตั้งของตึก Central Park ซึ่งเป็นตึกที่สูงที่สุดในเมืองเพิร์ทตั้งแต่ปี ค.ศ. 1992
- มีการติดตั้งแผ่นป้ายที่ระลึกบุคคลสำคัญบนทางเท้า ครอบคลุมช่วงปี ค.ศ. 1829 ถึง 1999
- ชื่อถนนถูกตั้งตามนักบุญเซนต์จอร์จและพระเจ้าจอร์จที่ 4
ถนนเซนต์จอร์จ เทอเรซ (St Georges Terrace) หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า "the terrace" เป็นถนนสายหลักที่สำคัญที่สุดในย่านธุรกิจกลางเมือง (Central Business District หรือ CBD) ของเมืองเพิร์ท รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย โดยตัวถนนวางตัวขนานไปกับแม่น้ำสวอน (Swan River) และทำหน้าที่เป็นเส้นทางสัญจรหลักที่เชื่อมต่อพื้นที่เศรษฐกิจของเมืองเข้าด้วยกัน

ที่ตั้งและขอบเขต
ถนนสายนี้เริ่มต้นจากทางทิศตะวันตกที่บริเวณ Barracks Arch ใกล้กับอาคารรัฐสภา (Parliament House) โดยมีทางด่วนมิตเชลล์ (Mitchell Freeway) กั้นกลาง และทอดยาวไปทางทิศตะวันออกจนไปบรรจบกับถนนแอดิเลด เทอเรซ (Adelaide Terrace) ตรงจุดตัดกับถนนวิกตอเรีย อะเวนิว (Victoria Avenue)
ประวัติและการตั้งชื่อ
ถนนเซนต์จอร์จ เทอเรซ ได้รับการตั้งชื่อตามนักบุญเซนต์จอร์จ ซึ่งเป็นนักบุญอุปถัมภ์ของประเทศอังกฤษ และพระเจ้าจอร์จที่ 4 กษัตริย์ผู้ครองราชย์ในขณะนั้น โดยชื่อนี้ปรากฏในแผนผังเมืองเพิร์ทตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1830 เป็นต้นมา
ชื่อของถนนสายนี้ยังเป็นที่มาของชื่อ อาสนวิหารเซนต์จอร์จ (St George's Cathedral) ซึ่งตั้งอยู่บนถนนสายนี้ ในอดีต พื้นที่ส่วนใหญ่ของถนนถูกใช้เป็นที่พักอาศัยของเหล่านักบวชและเจ้าหน้าที่ของอาสนวิหาร แม้ว่าบ้านพักบางหลัง เช่น The Deanery จะยังคงอยู่ แต่บ้านพักส่วนใหญ่ถูกรื้อถอนไปในช่วงทศวรรษที่ 1960
สำหรับเครื่องหมายอะพอสโทรฟี (') ในชื่อเดิม "St George's Terrace" ได้ถูกนำออกในปี พ.ศ. 2499 (ค.ศ. 1956) โดยกรมที่ดินและสำรวจ (ปัจจุบันคือ Landgate) เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการตั้งชื่อทางภูมิศาสตร์ในระดับสากล
ลักษณะทางกายภาพและทัศนียภาพ
ระดับของถนนเซนต์จอร์จ เทอเรซ ตั้งอยู่บนสันเขา ซึ่งทำให้ถนนสายสั้นๆ ที่ตัดลงไปทางทิศใต้สู่บริเวณเพิร์ทวอเตอร์ (Perth Water) สามารถมองเห็นทัศนียภาพของแม่น้ำสวอนได้อย่างชัดเจน ถนนเหล่านั้น ได้แก่ ถนนแบร์แร็ค (Barrack Street), เชอร์วูดคอร์ท (Sherwood Court), ถนนโฮวาร์ด (Howard Street), ถนนวิลเลียม (William Street), ถนนมิลล์ (Mill Street) และถนนสปริง (Spring Street)

วิวัฒนาการของอาคารและสถาปัตยกรรม
ในช่วงทศวรรษที่ 1930 และ 1940 ทัศนียภาพของถนนระหว่างถนนแบร์แร็คและถนนวิลเลียมมีความสม่ำเสมอทั้งในด้านการออกแบบและความสูงของอาคาร อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1970 อาคารเก่าแก่จำนวนมากถูกรื้อถอนเพื่อสร้างตึกระฟ้าที่ทันสมัยกว่า ทำให้โฉมหน้าของถนนเปลี่ยนไปอย่างถาวร
ลำดับอาคารที่เคยสูงที่สุดในเพิร์ท
ถนนเซนต์จอร์จ เทอเรซ เป็นที่ตั้งของอาคารที่เคยครองตำแหน่งตึกที่สูงที่สุดในเมืองเพิร์ทหลายแห่ง ได้แก่:
- Colonial Mutual Life building: สูงที่สุดในช่วงปี ค.ศ. 1936–1962
- Citibank House (T & G Building): สูงที่สุดในช่วงปี ค.ศ. 1962–1970
- Parmelia House: สูงที่สุดในช่วงปี ค.ศ. 1970–1973
- 140 St Georges Terrace (AMP Building): สูงที่สุดในช่วงปี ค.ศ. 1975–1976
- Allendale Square: สูงที่สุดในช่วงปี ค.ศ. 1976–1977
- St Martins Tower: สูงที่สุดในช่วงปี ค.ศ. 1978–1988
- 108 St Georges Terrace: สูงที่สุดในช่วงปี ค.ศ. 1988–1992
- Central Park: ครองตำแหน่งตึกที่สูงที่สุดตั้งแต่ปี ค.ศ. 1992 เป็นต้นมา
อาคารสำคัญอื่นๆ
นอกจากตึกระฟ้าแล้ว ยังมีอาคารและสถานที่สำคัญตั้งอยู่บนถนนสายนี้ เช่น Council House, Brookfield Place, Christian Brothers' College, The Cloisters, London Court, และอาสนวิหารเซนต์จอร์จ
การพัฒนาเมืองในช่วงปี ค.ศ. 1960–1980
การพัฒนาเมืองในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก โดย Alistair McAlpine นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชาวอังกฤษ ระบุในบันทึกความทรงจำของเขาว่า ถนนที่เคยมีความสง่างามถูกแทนที่ด้วยตึกระฟ้าที่ขาดเอกลักษณ์และเลียนแบบมาจากนิตยสารสถาปัตยกรรม
นอกจากนี้ เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เมกเกอริง (Meckering) ในปี ค.ศ. 1968 ซึ่งอยู่ห่างจากเพิร์ทไปทางทิศตะวันออก 130 กิโลเมตร ได้สร้างความเสียหายให้อาคารหลายแห่ง รวมถึงอาสนวิหารเซนต์จอร์จ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่การตัดสินใจรื้อถอนอาคารเก่าแก่บางส่วน
สมาคม Art Deco และ Modernist แห่งเวสเทิร์นออสเตรเลีย ระบุว่าในช่วงทศวรรษที่ 1960 เกิด "การรื้อถอนครั้งใหญ่" เนื่องจากความต้องการพื้นที่สำนักงานสมัยใหม่ในช่วงยุคตื่นเหมืองแร่ ทำให้โรงภาพยนตร์และอาคารประวัติศาสตร์จำนวนมากสูญหายไป
แผ่นป้ายที่ระลึก
บนทางเท้าของถนนเซนต์จอร์จ เทอเรซ มีการติดตั้งแผ่นป้ายที่ระลึกเพื่อเป็นเกียรติแก่บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย เริ่มต้นจากการติดตั้ง 150 แผ่นในปี ค.ศ. 1979 เพื่อฉลองครบรอบ 150 ปีของการตั้งถิ่นฐานโดยชาวยุโรป ต่อมาได้มีการเพิ่มป้ายให้ครบทุกปีตั้งแต่ ค.ศ. 1829 จนถึง ค.ศ. 1999 อย่างไรก็ตาม ในปี ค.ศ. 2014 แผ่นป้ายของปี ค.ศ. 1959 ที่ระลึกถึง Rolf Harris ได้ถูกนำออกหลังจากเขาถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีล่วงละเมิดทางเพศ
คำถามที่พบบ่อย
ถนนเซนต์จอร์จ เทอเรซ ตั้งอยู่ที่ไหน?
ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจกลางเมือง (CBD) ของเมืองเพิร์ท รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย โดยวางตัวขนานไปกับแม่น้ำสวอน
ตึกที่สูงที่สุดบนถนนเซนต์จอร์จ เทอเรซ คือตึกอะไร?
ตึก Central Park (152-158 St Georges Terrace) ซึ่งครองตำแหน่งตึกที่สูงที่สุดในเมืองเพิร์ทตั้งแต่ปี ค.ศ. 1992
ทำไมถึงมีการรื้อถอนอาคารเก่าบนถนนสายนี้ในช่วงทศวรรษที่ 1960?
เนื่องจากความต้องการพื้นที่สำนักงานสมัยใหม่ในช่วงยุคตื่นเหมืองแร่ และผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่เมกเกอริงในปี ค.ศ. 1968 ที่สร้างความเสียหายให้อาคารหลายแห่ง
แผ่นป้ายที่ระลึกบนทางเท้ามีไว้เพื่ออะไร?
เพื่อเป็นเกียรติแก่บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย โดยเริ่มติดตั้งครั้งแรกในปี ค.ศ. 1979 เพื่อฉลองครบรอบ 150 ปีของการตั้งถิ่นฐานโดยชาวยุโรป

