← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ระบบการให้คะแนนแบบดาว (Star Rating System) คืออะไร

สรุปใจความสำคัญ

  • ระบบการให้คะแนนแบบดาวถูกนำมาใช้ในคู่มือการเดินทางของ Baedeker Guides ตั้งแต่ปี 1844
  • Michelin Guide เริ่มใช้ระบบดาวจัดอันดับร้านอาหารในปี 1926 และขยายเป็น 3 ดาวในปี 1931
  • Irene Thirer เป็นหนึ่งในนักวิจารณ์ภาพยนตร์คนแรกๆ ที่ใช้ระบบดาวในการให้คะแนนภาพยนตร์ในปี 1928

ระบบการให้คะแนนแบบดาว คือรูปแบบหนึ่งของมาตรวัดการให้คะแนนที่ใช้สัญลักษณ์ดาวหรือเครื่องหมายทางไวยากรณ์ที่คล้ายคลึงกัน เพื่อให้ผู้รีวิวสามารถจัดอันดับสิ่งต่างๆ เช่น ภาพยนตร์, รายการทีวี, ร้านอาหาร และโรงแรม ได้อย่างรวดเร็วและเข้าใจง่าย โดยทั่วไปแล้ว ระบบนี้มักใช้มาตรวัดจาก 1 ถึง 5 ดาว ซึ่ง 5 ดาวหมายถึงคุณภาพระดับสูงสุด

ประวัติความเป็นมาของการใช้สัญลักษณ์ในการจัดอันดับ

การใช้สัญลักษณ์ซ้ำๆ เพื่อการจัดอันดับมีมานานแล้ว โดยพบหลักฐานในคู่มือการเดินทางของ Mariana Starke ในปี 1820 ซึ่งเธอใช้เครื่องหมายอัศเจรีย์ (!) เพื่อระบุว่างานศิลปะชิ้นใดมีคุณค่าเป็นพิเศษ

  • Murray's Handbooks for Travellers และ Baedeker Guides (เริ่มใช้ในปี 1844) ได้นำระบบนี้มาปรับใช้โดยเปลี่ยนจากเครื่องหมายอัศเจรีย์เป็นรูปดาว เพื่อระบุจุดที่น่าสนใจและโรงแรม
  • Michelin Guide ได้เริ่มนำระบบดาวมาใช้ในการจัดอันดับร้านอาหารในปี 1926 และขยายเป็นระบบ 1 ถึง 3 ดาวในปี 1931

การใช้ระบบดาวในสื่อต่างๆ

หนังสือและวรรณกรรม

ในปี 1915 Edward O'Brien เริ่มแก้ไขหนังสือ The Best American Short Stories โดยใช้ระบบดาว 0 ถึง 3 ดาว เพื่อวัด "ความคงทนทางวรรณกรรม" (literary permanence) ของเรื่องสั้น โดยเรื่องที่ได้ 3 ดาวจะถูกจัดอยู่ใน "Roll of Honor" และมีการใช้เครื่องหมายดอกจัน () เพิ่มเติมสำหรับเรื่องที่เขาชื่นชอบเป็นพิเศษ

ภาพยนตร์

ระบบการให้คะแนนภาพยนตร์เริ่มปรากฏในหนังสือพิมพ์ New York Daily News เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 1928 โดย Irene Thirer ใช้มาตรวัด 0 ถึง 3 ดาว (3 ดาว = ยอดเยี่ยม, 2 ดาว = ดี, 1 ดาว = ราบเรียบ และ 0 ดาว = แย่มาก)

ในช่วงทศวรรษ 1950 นิตยสาร Cahiers du cinéma ของฝรั่งเศสได้เริ่มรวบรวมคะแนนจากนักวิจารณ์หลายคนและสรุปเป็นคะแนนดาว ซึ่งส่งผลให้หนังสือพิมพ์หลายฉบับหันมาใช้ระบบนี้ตาม

ความแตกต่างในเกณฑ์การให้คะแนน

นักวิจารณ์แต่ละคนมีเกณฑ์การให้คะแนนที่แตกต่างกัน แม้จะใช้มาตรวัดเดียวกัน เช่น:

  • Roger Ebert และ Gene Siskel: ใช้ระบบ 0-4 ดาว โดยถือว่า 3 ดาวคือจุดตัดของการแนะนำให้ชม (thumbs up)
  • Dave Kehr: ใช้ระบบ 0-4 ดาวเช่นกัน แต่เขามองว่า 2 ดาวคือจุดตัดของการแนะนำ
  • Common Sense Media: ใช้ระบบ 1-5 ดาว โดย 3 ดาวหมายถึง "พอใช้/มั่นคง" และต่ำกว่านั้นคือ "น่าผิดหวัง"
ระบบคะแนนผู้ใช้/สื่อที่ใช้ความหมาย
0-4 ดาวRoger Ebert, Gene Siskel3 ดาวขึ้นไปคือการแนะนำ
0.5-4 ดาวSteven H. Scheuer0.5 ดาวคือแย่ที่สุด (ยกเว้นบางเรื่องที่ให้ 0 ดาว)
0-5 ดาวThe Timesมาตรฐานทั่วไป
1-4 ดาวLeonard Maltinใช้คำว่า "BOMB" แทน 1 ดาวสำหรับหนังที่แย่ที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

ระบบการให้คะแนนแบบดาวคืออะไร?

คือมาตรวัดที่ใช้สัญลักษณ์ดาวเพื่อจัดอันดับคุณภาพหรือความพึงพอใจของสิ่งต่างๆ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และภาพยนตร์

Michelin Guide ใช้ระบบดาวอย่างไร?

Michelin Guide เริ่มใช้ระบบดาวในปี 1926 และเริ่มใช้ระบบ 1-3 ดาวในปี 1931 เพื่อจัดอันดับคุณภาพของร้านอาหาร

ทำไมเกณฑ์การให้คะแนนแบบดาวถึงแตกต่างกันในแต่ละสื่อ?

เพราะนักวิจารณ์แต่ละคนมีมาตรฐานส่วนตัวและจุดตัดในการแนะนำ (cutoff point) ที่แตกต่างกัน แม้จะใช้มาตรวัดจำนวนดาวที่เท่ากัน