← กลับไปยังบทความทั้งหมด

สเตฟาน คูเบียก ทหารชาวโปแลนด์ผู้ร่วมรบเพื่อเอกราชเวียดนาม

สรุปใจความสำคัญ

  • สเตฟาน คูเบียก เป็นทหารชาวโปแลนด์ที่แปรพักตร์จากกองพลต่างด้าวฝรั่งเศสเพื่อเข้าร่วมกับเวียดมินห์
  • เขามีบทบาทสำคัญในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธและนักยุทธศาสตร์ในยุทธการเดียนเบียนฟู
  • เขาได้รับเหรียญกล้าหาญและยศร้อยเอกในกองทัพประชาชนเวียดนาม
  • เขาเสียชีวิตในกรุงฮานอยเมื่อปี ค.ศ. 1963 เนื่องจากบาดแผลจากสงครามและโรคมาลาเรีย

สเตฟาน คูเบียก (Stefan Kubiak; 25 สิงหาคม ค.ศ. 1923 – 28 พฤศจิกายน ค.ศ. 1963) หรือที่รู้จักในชื่อเวียดนามว่า โฮจิโตวาน (Hồ Chí Toán) เป็นทหารชาวโปแลนด์ผู้ได้รับเหรียญกล้าหาญและดำรงยศร้อยเอกในกองทัพประชาชนเวียดนาม ประวัติของเขาเป็นเรื่องราวที่โดดเด่นของการเปลี่ยนจุดยืนทางการเมืองและอุดมการณ์ จากการเป็นทหารในกองพลต่างด้าวฝรั่งเศสสู่การเป็นนักยุทธศาสตร์สำคัญให้กับฝ่ายเวียดมินห์ในสงครามอินโดจีนครั้งที่หนึ่ง

ชีวิตช่วงต้นและสงครามโลกครั้งที่สอง

คูเบียกเกิดในครอบครัวช่างทอผ้าที่ยากจนในเขตวิดเซฟ เมืองวูช ประเทศโปแลนด์ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ขณะที่มีอายุเพียง 16 ปี เขาถูกส่งตัวไปเป็นแรงงานบังคับในอาณาจักรไรช์ที่สาม โดยต้องทำงานหนักในฟาร์มใกล้เมืองเมเมล (ปัจจุบันคือเมืองไคลเปดา ประเทศลิทัวเนีย) และต่อมาในโรงงานที่เวสต์ฟาเลีย ซึ่งเขาต้องเผชิญกับความอดอยากอย่างรุนแรง

เมื่อกองทัพแดงของสหภาพโซเวียตรุกคืบเข้าสู่โปแลนด์ คูเบียกได้หลบหนีและเข้าร่วมกับหน่วยพาร์ทิซานของโซเวียต ในช่วงต้นปี ค.ศ. 1945 เขาเดินทางกลับสู่เมืองวูชและเข้าเรียนในโรงเรียนนายทหารการเมืองกลางเพื่อเตรียมตัวเป็นเจ้าหน้าที่การเมือง (Politruk) ของกองทัพประชาชนโปแลนด์ แต่ต่อมาเขาได้แปรพักตร์ออกจากกองทัพในเวลาต่อมา

การเข้าร่วมกองพลต่างด้าวฝรั่งเศส

หลังจากหลบหนีออกจากโปแลนด์ คูเบียกเดินทางไปยังเยอรมนีที่ถูกยึดครองโดยฝ่ายสัมพันธมิตร เขาถูกจับกุมโดยสารวัตรทหารฝรั่งเศสในขณะที่ไม่มีเอกสารยืนยันตัวตนและไม่มีเงินติดตัว เขาจึงต้องเลือกระหว่างการติดคุกกับการเข้าร่วม กองพลต่างด้าวฝรั่งเศส (French Foreign Legion) ซึ่งเขาเลือกอย่างหลังและถูกส่งไปฝึกอย่างเข้มงวดในแอลจีเรีย ก่อนจะถูกส่งไประงับเหตุจลาจลต่อต้านอาณานิคมในโมร็อกโกเมื่อปี ค.ศ. 1946

ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1946 คูเบียกถูกส่งตัวไปยังอินโดจีน และถูกประจำการอยู่ที่เมืองนามดิญ (Nam Định) เพื่อปฏิบัติการค้นหาและทำลายกลุ่มผู้ก่อการร้ายชาวเวียดนาม อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เขาได้เห็นวิธีการสอบสวนและการทรมานชาวบ้านชาวเวียดนามโดยกองทัพฝรั่งเศส ซึ่งนำไปสู่การฆาตกรรมและการข่มขืน คูเบียกจึงตระหนักว่าตนเองกำลังต่อสู้ในฝั่งที่ผิดและตัดสินใจแปรพักตร์

การร่วมรบกับเวียดมินห์และกองทัพประชาชนเวียดนาม

ภาพถ่ายของสเตฟาน คูเบียก ร่วมกับบุคคลสำคัญในเวียดนาม
สเตฟาน คูเบียก ในช่วงเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ในเวียดนาม

คูเบียกและเพื่อนทหารแปรพักตร์อีก 3 คน พยายามเข้าร่วมกับ เวียดมินห์ (Việt Minh) เพื่อต่อสู้เพื่อเอกราชของเวียดนาม แม้ในช่วงแรกจะได้รับความระแวงเนื่องจากรูปลักษณ์และเครื่องแบบฝรั่งเศส แต่ในที่สุดพวกเขาก็ได้รับการยอมรับและเข้าสู่หน่วยพาร์ทิซาน

คูเบียกเริ่มต้นหน้าที่ด้วยการกระจายใบปลิวโฆษณาชวนเชื่อในเมืองนามดิญ ซึ่งเป็นเมืองที่เขาเคยประจำการอยู่กับฝรั่งเศส ต่อมาเขาได้อาสาสมัครเข้าหน่วยรักษาดินแดนและเข้าร่วมการซุ่มโจมตีขบวนรถทหารฝรั่งเศสหลายครั้ง นอกจากนี้ เขายังใช้ความสามารถทางเทคนิคในการฝึกทหารเวียดนามให้ใช้ปืนสมัยใหม่ และซ่อมแซมอาวุธที่ยึดได้จากศัตรู เช่น ปืนใหญ่ เครื่องยิงลูกระเบิด และเครื่องยิงมอร์ตาร์ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากหลังยุทธการที่ฮวากบิน (Hòa Bình) ในปี ค.ศ. 1952

บทบาทในยุทธการเดียนเบียนฟู

คูเบียกมีบทบาทสำคัญในฐานะนักยุทธศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธใน ยุทธการเดียนเบียนฟู (Battle of Điện Biên Phủ) ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นำไปสู่การสิ้นสุดอำนาจของฝรั่งเศสในอินโดจีน เขาได้รับเกียรติยศสูงสุดของเวียดนามจากการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญและทักษะทางยุทธวิธี

ชีวิตบั้นปลาย

หลังสิ้นสุดสงคราม คูเบียกตัดสินใจตั้งรกรากในกรุงฮานอยและสร้างครอบครัวที่นั่น อย่างไรก็ตาม บาดแผลที่ได้รับจากสงครามและโรคมาลาเรียที่สะสมมานานส่งผลต่อสุขภาพของเขาอย่างรุนแรง ในที่สุดเขาเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ค.ศ. 1963

คำถามที่พบบ่อย

สเตฟาน คูเบียก คือใคร?

เขาเป็นทหารชาวโปแลนด์ที่เริ่มต้นจากการเป็นแรงงานบังคับในนาซีเยอรมนี พาร์ทิซานโซเวียต และทหารกองพลต่างด้าวฝรั่งเศส ก่อนจะแปรพักตร์มาช่วยเวียดมินห์ต่อสู้เพื่อเอกราชของเวียดนาม

ทำไมคูเบียกถึงแปรพักตร์จากกองทัพฝรั่งเศส?

เขาตัดสินใจแปรพักตร์หลังจากเห็นความโหดร้ายและการทรมานชาวบ้านชาวเวียดนามโดยกองทัพฝรั่งเศส ซึ่งทำให้เขาเชื่อว่าตนเองกำลังต่อสู้ในฝั่งที่ผิด

บทบาทสำคัญของเขาในสงครามอินโดจีนคืออะไร?

เขาทำหน้าที่ฝึกทหารเวียดนามให้ใช้ปืนสมัยใหม่ ซ่อมแซมอาวุธหนักที่ยึดได้จากศัตรู และเป็นนักยุทธศาสตร์ในยุทธการเดียนเบียนฟู

เขาได้รับรางวัลอะไรบ้าง?

เขาได้รับเหรียญกล้าหาญและเกียรติยศสูงสุดของประเทศเวียดนามจากการปฏิบัติหน้าที่ในสงครามอินโดจีนครั้งที่หนึ่ง