← กลับไปยังบทความทั้งหมด

สตีเฟน เอ. เคนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านลัทธิและขบวนการทางศาสนาใหม่

สรุปใจความสำคัญ

  • สตีเฟน เอ. เคนท์ เป็นศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยาที่มหาวิทยาลัยอัลเบอร์ตา
  • เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านขบวนการทางศาสนาใหม่ (NRMs) โดยเฉพาะไซเอนโทโลจีและกลุ่ม Children of God
  • งานวิจัยของเขาโดดเด่นในการใช้คำบอกเล่าของอดีตสมาชิกเพื่อวิเคราะห์โครงสร้างและผลกระทบของลัทธิ

สตีเฟน เอ. เคนท์ เป็นศาสตราจารย์ประจำภาควิชาสังคมวิทยาที่มหาวิทยาลัยอัลเบอร์ตา (University of Alberta) ในเมืองเอ็ดมันตัน ประเทศแคนาดา เขาเป็นที่รู้จักในฐานะนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านขบวนการทางศาสนาใหม่ (New Religious Movements - NRMs) โดยได้ทำการวิจัยและตีพิมพ์ผลงานเกี่ยวกับกลุ่มความเชื่อต่างๆ เช่น กลุ่ม Children of God (The Family), ศาสนจักรไซเอนโทโลจี (Church of Scientology) และกลุ่มความเชื่ออื่นๆ ในแคนาดา

สตีเฟน เอ. เคนท์
สตีเฟน เอ. เคนท์ ศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยา

ประวัติการศึกษา

เคนท์สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยแมริแลนด์ คอลเลจพาร์ค (University of Maryland, College Park) ในปี 1973 โดยวิชาเอกสังคมวิทยาและวิชาโททฤษฎีสังคมและการเมือง ต่อมาในปี 1978 เขาได้รับปริญญาโทด้านประวัติศาสตร์ศาสนาจากมหาวิทยาลัยอเมริกัน (American University) และในปี 1980 เขาได้รับปริญญาโทอีกใบจากมหาวิทยาลัยแมคมาสเตอร์ (McMaster University) โดยเน้นด้านศาสนากับสังคมตะวันตกสมัยใหม่และวิชาโทพุทธศาสนาในอินเดีย ก่อนจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านศาสนศึกษา (Ph.D. in Religious Studies) จากสถาบันเดียวกันในปี 1984

ระหว่างปี 1984 ถึง 1986 เคนท์ได้รับทุนวิจัยหลังปริญญาเอก Izaac Walton Killam Postdoctoral Fellowship ในภาควิชาสังคมวิทยาที่มหาวิทยาลัยอัลเบอร์ตา ซึ่งเป็นสถาบันที่เขาดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ในปัจจุบัน

งานวิจัยและมุมมองทางวิชาการ

งานวิจัยของเคนท์มักถูกมองว่าอยู่ในฝั่งที่วิพากษ์วิจารณ์ลัทธิ (Cult side) โดยนักวิชาการอย่าง จอห์น เอช. ซิมป์สัน (John H. Simpson) และ เออร์วิง เฮกแฮม (Irving Hexham) ระบุว่าเคนท์มีความเห็นที่ชัดเจนในการวิพากษ์วิจารณ์ศาสนาใหม่ๆ โดยเฉพาะไซเอนโทโลจี และทำงานอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มต่อต้านลัทธิ

การศึกษาเกี่ยวกับกลุ่ม Children of God

เคนท์ทุ่มเทเวลาในการศึกษากลุ่ม Children of God และผู้ก่อตั้งกลุ่มคือ เดวิด เบิร์ก (David Berg) โดยเขาโต้แย้งว่าสังคมควรระมัดระวังเกี่ยวกับความเสี่ยงในการเข้าร่วมกลุ่มเหล่านี้ แม้ว่านักสังคมวิทยาบางคน เช่น ลอร์น แอล. ดอว์สัน (Lorne L. Dawson) จะวิจารณ์ว่าเคนท์พึ่งพาคำบอกเล่าของอดีตสมาชิกมากเกินไป แต่เคนท์โต้แย้งว่าคำบอกเล่าของอดีตสมาชิกให้มุมมองจากคนนอกที่สมาชิกปัจจุบันซึ่งเชื่อในอำนาจศักดิ์สิทธิ์ของผู้นำไม่สามารถให้ได้

การวิจัยเกี่ยวกับไซเอนโทโลจี (Scientology)

งานวิจัยของเคนท์มุ่งเน้นไปที่โครงสร้างองค์กร โดยเฉพาะกองกำลังฟื้นฟูสมรรถภาพ (Rehabilitation Project Force - RPF) เขาได้วิเคราะห์ประวัติศาสตร์และแนวปฏิบัติของไซเอนโทโลจี และสรุปว่าเด็กที่เกิดในลัทธินี้ (Second-generation Scientologists) มักจะออกจากกลุ่มเป็นระลอกๆ

เคนท์ยังได้ให้ความเห็นต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับระบบจริยธรรมและยุติธรรมของไซเอนโทโลจี รวมถึงองค์กรในเครืออย่าง Narconon นอกจากนี้เขายังได้ตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไซเอนโทโลจีกับฮอลลีวูด โดยระบุว่าลัทธินี้ใช้ดาราชื่อดังเป็น "เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์" เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อโลกภายนอกและรัฐบาลต่างๆ

เนื่องจากความเชี่ยวชาญของเขา ทำให้เคนท์ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญชั้นนำด้านไซเอนโทโลจี แต่ในขณะเดียวกัน ศาสนจักรไซเอนโทโลจีกลับมองว่าเขาเป็น "ผู้คลั่งไคล้ต่อต้านศาสนา" และเคยมีการประท้วงหน้าห้องทำงานของเขาที่มหาวิทยาลัยอัลเบอร์ตาหลังจากที่เขาไปเป็นพยานผู้เชี่ยวชาญในคดีความต่างๆ

ประเด็นการล่วงละเมิดทางพิธีกรรมของลัทธิซาตาน (Satanic Ritual Abuse)

เคนท์ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับคำให้การของผู้ที่อ้างว่าถูกล่วงละเมิดทางพิธีกรรมของลัทธิซาตานในช่วงปี 1930 ถึง 1980 (ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดปรากฏการณ์ Satanic Panic) อย่างไรก็ตาม ความเห็นของเขาในเรื่องนี้ได้รับคำวิจารณ์อย่างหนักจากนักวิชาการคนอื่นๆ เช่น คริสโตเฟอร์ พาร์ทริจ (Christopher Partridge) และ แอนสัน ชูเป (Anson Shupe) ซึ่งระบุว่าไม่มีหลักฐานที่เป็นรูปธรรมว่ามีการประกอบพิธีกรรมดังกล่าวจริง และมองว่าเคนท์ยอมรับคำบอกเล่าของผู้เสียหายโดยไม่วิพากษ์วิจารณ์

สรุปผลงาน

ในปี 2017 เคนท์ได้ร่วมแก้ไขเล่มหนังสือ Scientology in Popular Culture ร่วมกับ ซูซาน เรน (Susan Raine) ซึ่งได้รับคำวิจารณ์ในเชิงบวกจากวารสารวิชาการหลายฉบับ

คำถามที่พบบ่อย

สตีเฟน เอ. เคนท์ ศึกษาเกี่ยวกับอะไร?

เขาศึกษาเกี่ยวกับขบวนการทางศาสนาใหม่ (NRMs) หรือที่มักถูกเรียกว่าลัทธิ โดยเน้นการวิเคราะห์โครงสร้างองค์กร การควบคุมสมาชิก และผลกระทบต่อบุคคลที่ออกจากกลุ่ม

ทำไมเขาถึงมีความขัดแย้งกับศาสนจักรไซเอนโทโลจี?

เพราะเขาเป็นพยานผู้เชี่ยวชาญในคดีความที่ฟ้องร้ององค์กรในเครือของไซเอนโทโลจี และงานวิจัยของเขาเปิดเผยด้านมืดขององค์กร เช่น กองกำลังฟื้นฟูสมรรถภาพ (RPF)

มุมมองของเขาต่อคำบอกเล่าของอดีตสมาชิกเป็นอย่างไร?

เคนท์เชื่อว่าคำบอกเล่าของอดีตสมาชิกมีความสำคัญมาก เพราะให้ข้อมูลเชิงลึกที่สมาชิกปัจจุบันซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้นำไม่สามารถเปิดเผยได้