← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ศาลฎีกาแห่งกวม โครงสร้างและอำนาจตุลาการสูงสุดของดินแดนกวม

สรุปใจความสำคัญ

  • ศาลฎีกาแห่งกวมเป็นองค์กรตุลาการสูงสุดของดินแดนกวม และเป็นศาลอุทธรณ์สุดท้ายสำหรับคดีท้องถิ่น
  • คำตัดสินของศาลฎีกาแห่งกวมสามารถอุทธรณ์ต่อไปยังศาลฎีกาสหรัฐอเมริกาได้ตั้งแต่ปี 2006
  • ผู้พิพากษาศาลฎีกา 3 ท่านได้รับการแต่งตั้งโดยผู้ว่าการรัฐกวมและรับรองโดยสภานิติบัญญัติ
  • ศาลชั้นต้นแห่งกวมใช้ระบบความยุติธรรมเชิงบำบัดผ่านศาลยาเสพติดเพื่อเน้นการฟื้นฟูผู้กระทำความผิด

ศาลฎีกาแห่งกวม (Supreme Court of Guam) เป็นองค์กรตุลาการสูงสุดของดินแดนกวม ซึ่งเป็นดินแดนภายใต้การปกครองของสหรัฐอเมริกา โดยทำหน้าที่เป็นศาลอุทธรณ์สูงสุดสำหรับคดีที่มาจากศาลชั้นต้นแห่งกวม (Superior Court of Guam) และมีอำนาจในการพิจารณาคดีเริ่มแรก (Original Jurisdiction) เฉพาะในกรณีที่มีการส่งคำถามที่ได้รับการรับรอง (Certified Question) จากศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ผู้ว่าการรัฐกวม หรือสภานิติบัญญัติแห่งกวมเท่านั้น

ศาลฎีกาแห่งกวมถือเป็นอำนาจตุลาการขั้นสุดท้ายในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายท้องถิ่น ในอดีต การอุทธรณ์คดีที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ กฎหมายรัฐบาลกลาง หรือสนธิสัญญา จะต้องผ่านคณะผู้พิพากษาอุทธรณ์สามท่านของศาลรัฐบาลกลางแห่งกวม (U.S. District Court of Guam) และสามารถอุทธรณ์ต่อไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 9 ของสหรัฐฯ (United States Court of Appeals for the Ninth Circuit) อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 (ค.ศ. 2006) เป็นต้นมา คำตัดสินของศาลฎีกาแห่งกวมสามารถอุทธรณ์ได้โดยตรงต่อศาลฎีกาสหรัฐอเมริกา (Supreme Court of the United States) ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับศาลสูงสุดของรัฐทั้ง 50 รัฐในสหรัฐอเมริกา

ศูนย์ตุลาการกวม
ศูนย์ตุลาการกวม (Guam Judicial Center) ในเมืองฮากัตญา ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลฎีกาแห่งกวม

โครงสร้างและการบริหารงาน

ศาลฎีกาแห่งกวมประกอบด้วยผู้พิพากษาจำนวน 3 ท่าน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยผู้ว่าการรัฐกวมและต้องได้รับการรับรองโดยสภานิติบัญญัติแห่งกวม ผู้พิพากษาจะดำรงตำแหน่งตามหลัก "พฤติกรรมอันดี" (Good Behavior) และต้องเข้ารับการเลือกตั้งเพื่อคงอยู่ในตำแหน่ง (Retention Election) ทุกๆ 10 ปีหลังจากได้รับการแต่งตั้ง

ผู้พิพากษาทั้ง 3 ท่านจะร่วมกันพิจารณาตัดสินคดีทั้งหมดที่เข้าสู่การพิจารณาของศาล และทุกคนจะมีตำแหน่งในสภาตุลาการแห่งกวม (Judicial Council of Guam) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบสูงสุดในการบริหารจัดการระบบตุลาการของกวม โดยศาลฎีกาแห่งกวมปฏิบัติหน้าที่ ณ ห้องพิจารณาคดี Monessa G. Lujan Memorial Courtroom ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 3 ของศูนย์ตุลาการกวม ในเมืองฮากัตญา (Hagåtña)

ศาลชั้นต้นแห่งกวม (Superior Court of Guam)

ศาลชั้นต้นแห่งกวมเป็นศาลที่มีอำนาจทั่วไป (General Jurisdiction) โดยมีผู้พิพากษาทำหน้าที่พิจารณาคดีในหลายประเภท ได้แก่ คดีอาญา, คดีแพ่ง, คดีเยาวชน, คดีมรดก, คดีมโนสาเร่, คดีจราจร และคดีค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร

การแต่งตั้งและวาระการดำรงตำแหน่ง

ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นได้รับการแต่งตั้งโดยผู้ว่าการรัฐกวม โดยคำแนะนำและความเห็นชอบของสภานิติบัญญัติ มีวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปี หากผู้พิพากษาประสงค์จะดำรงตำแหน่งต่อ จะต้องมีชื่อปรากฏในบัตรเลือกตั้งทั่วไป และต้องได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบอย่างน้อยร้อยละ 50 บวกหนึ่ง ของจำนวนผู้ลงคะแนนทั้งหมดจึงจะสามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้

ความยุติธรรมเชิงบำบัด (Therapeutic Justice)

ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2548 (ค.ศ. 2005) ศาลยาเสพติดสำหรับผู้ใหญ่และเยาวชน (Adult and Juvenile Drug Courts) ได้รับการรับรองให้เป็นศาลที่มีบันทึกคำพิพากษาของระบบตุลาการกวม โปรแกรมเหล่านี้เป็นตัวอย่างของ "ความยุติธรรมเชิงบำบัด" ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูผู้กระทำความผิดและการกลับคืนสู่สังคม แทนการลงโทษเพียงอย่างเดียว โดยจะมีการหมุนเวียนผู้พิพากษาให้มาทำหน้าที่เป็นผู้พิพากษาศาลยาเสพติดโดยเฉพาะในช่วงระยะเวลาที่กำหนด (ปัจจุบันคือรายปี)

คำถามที่พบบ่อย

ศาลฎีกาแห่งกวมมีอำนาจหน้าที่อะไร?

ศาลฎีกาแห่งกวมทำหน้าที่พิจารณาคำอุทธรณ์จากศาลชั้นต้นแห่งกวม และมีอำนาจพิจารณาคดีเริ่มแรกในกรณีที่มีการส่งคำถามที่ได้รับการรับรองจากศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ผู้ว่าการรัฐกวม หรือสภานิติบัญญัติแห่งกวม

ผู้พิพากษาศาลฎีกาแห่งกวมดำรงตำแหน่งอย่างไร?

ผู้พิพากษาได้รับการแต่งตั้งโดยผู้ว่าการรัฐกวมและรับรองโดยสภานิติบัญญัติ โดยดำรงตำแหน่งตามหลักพฤติกรรมอันดี และต้องผ่านการเลือกตั้งเพื่อคงอยู่ในตำแหน่งทุก 10 ปี

การอุทธรณ์คำตัดสินของศาลฎีกาแห่งกวมทำได้อย่างไร?

ตั้งแต่ปี 2006 คำตัดสินของศาลฎีกาแห่งกวมสามารถอุทธรณ์ได้โดยตรงต่อศาลฎีกาสหรัฐอเมริกา (Supreme Court of the United States)

ศาลชั้นต้นแห่งกวมแตกต่างจากศาลฎีกาอย่างไร?

ศาลชั้นต้นเป็นศาลที่มีอำนาจทั่วไปที่พิจารณาคดีแพ่ง อาญา และคดีเฉพาะทางอื่นๆ ในขณะที่ศาลฎีกาเป็นศาลอุทธรณ์สูงสุดที่พิจารณาคำร้องขออุทธรณ์จากศาลชั้นต้น