อัตราการเติบโตที่ยั่งยืน (Sustainable Growth Rate) คืออะไร?
สรุปใจความสำคัญ
- SGR คืออัตราการเติบโตที่ยอดขายเพิ่มขึ้นในแต่ละปีโดยไม่จำเป็นต้องระดมทุนภายนอกเพิ่มเติมหรือปรับเปลี่ยนนโยบายทางการเงิน
- การคำนวณ SGR ต้องอาศัยตัวแปรสำคัญ 4 ตัว ได้แก่ อัตรากำไร, อัตราการจ่ายเงินปันผล, อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น และอัตราส่วนสินทรัพย์ต่อยอดขาย
- การเติบโตที่สูงเกินไป (เกิน 25% ต่อปี) อาจส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไร (ROA, ROE) ลดลงตามข้อมูลการศึกษาของ Martin Handschuh
ตามหลักการของ PIMS (Profit Impact of Marketing Strategy) การเติบโตถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนความสำเร็จของธุรกิจ โดยในบรรดาตัวแปร 37 ตัว การเติบโตถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในตัวแปรที่สำคัญที่สุดร่วมกับส่วนแบ่งการตลาด การเติบโตของตลาด อัตราส่วนค่าใช้จ่ายทางการตลาดต่อยอดขาย และตำแหน่งทางการตลาดที่แข็งแกร่ง
แนวคิดเรื่องการเติบโตที่ยั่งยืน
คำถามที่ว่าธุรกิจจะเติบโตได้มากน้อยเพียงใดจึงจะถือว่ายั่งยืน สามารถตอบได้ด้วยสองแนวคิดหลักที่มีมุมมองที่แตกต่างกัน:
- แนวคิดอัตราการเติบโตที่ยั่งยืน (Sustainable Growth Rate - SGR) โดย Robert C. Higgins: มุ่งเน้นการเติบโตที่เหมาะสมจากมุมมองทางการเงิน โดยสมมติว่าบริษัทมีกลยุทธ์และเงื่อนไขทางการเงินที่ชัดเจน SGR คือเปอร์เซ็นต์การเพิ่มขึ้นของยอดขายรายปีที่สอดคล้องกับนโยบายทางการเงินที่กำหนดไว้ (เช่น อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น อัตราการจ่ายเงินปันผล อัตรากำไร และอัตราส่วนสินทรัพย์รวมต่อยอดขาย)
- แนวคิดการเติบโตที่เหมาะสมที่สุด (Optimal Growth) โดย Martin Handschuh และคณะ: ประเมินการเติบโตที่ยั่งยืนจากมุมมองของการสร้างมูลค่าให้ผู้ถือหุ้นโดยรวม (Total Shareholder Return) และความสามารถในการทำกำไร โดยไม่ขึ้นกับกลยุทธ์หรือเงื่อนไขทางการเงินเฉพาะเจาะจง แต่ใช้การวิเคราะห์ทางสถิติระยะยาวเพื่อกำหนดเป้าหมายการเติบโตในระยะกลางถึงระยะยาว
มุมมองทางการเงินของ SGR
อัตราการเติบโตที่ยั่งยืนคืออัตราการเติบโตของกำไรที่บริษัทสามารถบรรลุได้ตามสมมติฐานของนโยบายทางการเงินที่บริษัทกำหนดไว้ ซึ่งข้อมูลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการนำไปใช้ในแบบจำลองการประเมินมูลค่าบริษัท เช่น Gordon Model หรือแบบจำลองกระแสเงินสดคิดลด (Discounted Cash Flow - DCF) เพื่อคำนวณมูลค่าสุดท้าย (Terminal Value)
สูตรการคำนวณ SGR
โดยทั่วไป สูตร SGR จะเชื่อมโยงเป้าหมายกำไรระยะยาว นโยบายเงินปันผล และโครงสร้างเงินทุน เพื่อหาอัตราการเติบโตที่ธุรกิจสามารถบรรลุได้ในระยะยาว ดังนี้:

ตัวแปรในสูตร:
- pm: อัตรากำไร (Profit Margin) ปัจจุบันและเป้าหมาย
- d: อัตราการจ่ายเงินปันผลเป้าหมาย (Dividend Payout Ratio)
- L: อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเป้าหมาย (Debt to Equity Ratio)
- T: อัตราส่วนสินทรัพย์รวมต่อยอดขาย (Total Assets to Sales)
ทั้งนี้ แบบจำลองนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า อัตรากำไร อัตราส่วนสินทรัพย์ต่อยอดขาย โครงสร้างเงินทุน และนโยบายการจ่ายเงินปันผลจะยังคงคงที่
การตรวจสอบความสมเหตุสมผล (Economic Checks)
เพื่อให้มั่นใจว่าตัวเลขการเติบโตที่คำนวณได้มีความสมเหตุสมผล ควรมีการตรวจสอบสองประการ:
- การตรวจสอบทางเศรษฐศาสตร์มหภาค: การเติบโตระยะยาวของบริษัทหรืออุตสาหกรรมไม่ควรสูงกว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ มิฉะนั้นบริษัทนั้นจะกลายเป็นส่วนแบ่งใหญ่ที่สุดของเศรษฐกิจในที่สุด
- การตรวจสอบทางเศรษฐศาสตร์จุลภาค: หากผลตอบแทนจากเงินทุน (Return on Capital) สูงกว่าอุตสาหกรรมอื่นอย่างมาก จะดึงดูดคู่แข่งเข้ามาในตลาด ซึ่งในระยะยาวจะทำให้ผลตอบแทนของบริษัทลดลงมาอยู่ในระดับเดียวกับอุตสาหกรรมหรือเศรษฐกิจโดยรวม
การเติบโตที่เหมาะสมที่สุดจากมุมมองการสร้างมูลค่าผู้ถือหุ้น
Martin Handschuh และคณะ ได้ศึกษาบริษัทจดทะเบียนมากกว่า 3,500 แห่งทั่วโลกที่มีรายได้เริ่มต้นมากกว่า 250 ล้านยูโร เป็นเวลา 12 ปี (1997-2009) เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างการเติบโตของรายได้ ความสามารถในการทำกำไร และมูลค่าผู้ถือหุ้น
ความสัมพันธ์ระหว่างการเติบโตและกำไร
จากการศึกษาพบว่า ในระยะยาว มูลค่าผู้ถือหุ้นโดยรวม (ราคาหุ้นบวกเงินปันผล) จะเพิ่มขึ้นตามอัตราการเติบโตของรายได้ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการทำกำไร เช่น ROA, ROS และ ROE จะเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของรายได้จนถึงจุดสูงสุดที่ประมาณ 10% ถึง 25% และหลังจากนั้นจะเริ่มลดลงเมื่ออัตราการเติบโตสูงเกินไป
เหตุผลที่ความสามารถในการทำกำไรเพิ่มขึ้นในช่วงแรกเกิดจากสองปัจจัยหลัก:
- กำไรขับเคลื่อนการเติบโต: บริษัทที่มีกำไรสูงมีศักยภาพในการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตเพิ่มเติม
- การเติบโตขับเคลื่อนกำไร: การเติบโตของรายได้ช่วยให้บริษัทบรรลุการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
คำถามที่พบบ่อย
Sustainable Growth Rate (SGR) คืออะไร?
คืออัตราการเติบโตของยอดขายสูงสุดที่บริษัทสามารถบรรลุได้โดยยังคงรักษานโยบายทางการเงินและโครงสร้างเงินทุนให้คงที่ โดยไม่ต้องระดมทุนจากภายนอกเพิ่มเติม
ทำไมการเติบโตที่สูงเกินไปจึงอาจเป็นอันตรายต่อธุรกิจ?
เพราะหากบริษัทเติบโตเร็วเกินกว่าอัตรา SGR จะทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนเงินทุนหมุนเวียน และอาจนำถึงการส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรลดลงเนื่องจากความซับซ้อนในการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้น
SGR ถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างไรในทางปฏิบัติ?
ใช้ในการวางแผนธุรกิจและงบประมาณ เพื่อตรวจสอบว่าเป้าหมายการเติบโตที่บริษัทตั้งไว้มีความสมเหตุสมผลและสอดคล้องกับความสามารถทางการเงินของบริษัทหรือไม่


