ฐานยิงจรวดสโวบอดนี
สรุปใจความสำคัญ
- ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองสโวบอดนี จังหวัดอามูร์ ประเทศรัสเซีย
- เดิมเป็นฐานยิงขีปนาวุธข้ามทวีปก่อนถูกเปลี่ยนเป็นฐานยิงจรวดอวกาศในปี 1996
- มีการปล่อยจรวดทั้งหมดเพียง 5 ครั้ง โดยครั้งที่สำคัญคือการส่งดาวเทียม EROS B ของอิสราเอลในปี 2006
- ถูกสั่งปิดอย่างเป็นทางการในปี 2007 โดยประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน เพื่อเปลี่ยนไปพัฒนาฐานยิงวอสตอชนีแทน
ฐานยิงจรวดสโวบอดนี (รัสเซีย: Свобо́дный) เป็นอดีตฐานยิงจรวดของประเทศรัสเซีย ตั้งอยู่ห่างจากเมืองสโวบอดนี ในจังหวัดอามูร์ (Amur Oblast) ไปทางทิศเหนือประมาณ 50 กิโลเมตร เดิมทีสถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นฐานยิงขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) รุ่น Svobodny-18 และต่อมาถูกวางแผนให้เป็นฐานยิงจรวดทดแทนฐานยิงไบโคนูร์ (Baikonur Cosmodrome) ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศคาซัคสถาน หลังจากที่สหภาพโซเวียตล่มสลาย อย่างไรก็ตาม โครงการพัฒนาฐานยิงสโวบอดนีได้ยุติลงในปี 2007 เพื่อเปลี่ยนไปสร้างฐานยิงจรวดแห่งใหม่ทั้งหมดคือ ฐานยิงวอสตอชนี (Vostochny Cosmodrome)
ประวัติและการก่อตั้ง
ภายหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต รัสเซียประสบปัญหาเนื่องจากฐานยิงจรวดหลักอย่างไบโคนูร์ตั้งอยู่ในดินแดนของประเทศคาซัคสถานซึ่งแยกตัวเป็นเอกราช รัสเซียจึงต้องทำข้อตกลงเช่าพื้นที่ดังกล่าวในราคาปีละ 115 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้จะมีการย้ายการปล่อยจรวดบางส่วนไปยังฐานยิงเพลเซตสค์ (Plesetsk Cosmodrome) แต่ตำแหน่งที่ตั้งของเพลเซตสค์อยู่ทางตอนเหนือมากเกินไป ทำให้ไม่เหมาะสมกับการปล่อยจรวดบางประเภท
ด้วยเหตุนี้ รัสเซียจึงเริ่มศึกษาการหาพื้นที่ในเขตตะวันออกไกลที่มีละติจูดใกล้เคียงกับฐานไบโคนูร์ และได้เลือกฐานยิงขีปนาวุธเดิมที่สโวบอดนี ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟเลดียานายา (Ledyanaya) และถูกใช้งานโดยกองพลจรวดที่ 27 ของกองกำลังจรวดเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Rocket Forces) มาเป็นเวลาหลายทศวรรษ
ในฤดูร้อนปี 1994 ประธานาธิบดีบอริส เยลต์ซิน ได้เดินทางเยือนเมืองบลาโกเวเชนสค์ (Blagoveshensk) และหลังจากนั้นไม่นานจึงเริ่มมีการปรับปรุงฐานยิงในพื้นที่ดังกล่าว จนกระทั่งวันที่ 1 มีนาคม 1996 ประธานาธิบดีรัสเซียได้ออกกฤษฎีกาประกาศให้สถานที่แห่งนี้เป็นฐานยิงจรวด (Cosmodrome) อย่างเป็นทางการ
การดำเนินงานและการปล่อยจรวด
การปล่อยจรวดจากฐานสโวบอดนีเริ่มต้นขึ้นในปี 1997 โดยส่วนใหญ่เป็นจรวดประเภท Start-1 ซึ่งดัดแปลงมาจากขีปนาวุธข้ามทวีป นอกจากนี้ สิ่งอำนวยความสะดวกที่นี่ยังสามารถรองรับจรวดตระกูล Rokot (ซึ่งมีพื้นฐานมาจาก UR-100N) ได้อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ฐานยิงสโวบอดนีถูกใช้งานน้อยมาก โดยมีการปล่อยจรวดเกิดขึ้นเพียง 5 ครั้งเท่านั้น หนึ่งในภารกิจที่โดดเด่นที่สุดคือการส่งดาวเทียม EROS B ของประเทศอิสราเอลขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2006 โดยใช้จรวดตระกูล Start
การปิดตัว
ในปี 2005 หลังจากที่มีการต่อสัญญาเช่าฐานยิงไบโคนูร์ รัสเซียพบว่าไม่มีความจำเป็นต้องมีฐานยิงจรวดแห่งที่สอง และในเดือนกุมภาพันธ์ 2007 ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ได้สั่งปิดฐานยิงสโวบอดนี โดยมีการออกกฤษฎีกาประธานาธิบดีเพื่อยืนยันการปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนเดียวกัน มีรายงานจากสื่อรัสเซียว่าในช่วง 3 ปีก่อนการปิดตัว รัฐบาลได้ลงทุนในฐานยิงแห่งนี้ไปประมาณ 350 ล้านรูเบิล
คำถามที่พบบ่อย
ฐานยิงจรวดสโวบอดนีถูกสร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ใดในตอนแรก?
เดิมทีถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นฐานยิงขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) รุ่น Svobodny-18 ของสหภาพโซเวียต
ทำไมรัสเซียถึงต้องการสร้างฐานยิงจรวดที่สโวบอดนี?
เพื่อลดการพึ่งพาฐานยิงไบโคนูร์ที่ตั้งอยู่ในประเทศคาซัคสถาน หลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลาย
มีภารกิจการปล่อยจรวดที่สำคัญอะไรบ้างจากฐานนี้?
มีการปล่อยจรวดทั้งหมด 5 ครั้ง โดยภารกิจที่รู้จักกันดีที่สุดคือการส่งดาวเทียม EROS B ของอิสราเอลเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2006
เหตุใดฐานยิงจรวดสโวบอดนีจึงถูกปิดตัวลง?
เนื่องจากมีการต่อสัญญาเช่าฐานไบโคนูร์และรัฐบาลรัสเซียตัดสินใจว่าไม่จำเป็นต้องมีฐานยิงแห่งที่สอง รวมถึงการเปลี่ยนแผนไปสร้างฐานยิงวอสตอชนี (Vostochny Cosmodrome) แทน