ที. เอ็ม. ไรท์ นักเขียนแนวสยองขวัญและกวีชาวอเมริกัน
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นนักเขียนแนวสยองขวัญและแฟนตาซีด้านมืดชาวอเมริกันที่เน้นแนวทาง existential horror
- ผลงานเรื่อง Strange Seed ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล World Fantasy Award และได้รับคำนิยมจากสตีเฟน คิง
- เป็นทั้งนักเขียน กวี และศิลปินผู้วาดภาพประกอบหนังสือของตนเอง
- นวนิยายเรื่อง Cold House ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Bram Stoker Award
ที. เอ็ม. ไรท์ (Terrance Michael Wright; 9 กันยายน ค.ศ. 1947 – 31 ตุลาคม ค.ศ. 2015) เป็นนักเขียนชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงในฐานะผู้เขียนนวนิยายแนวสยองขวัญ (Horror Fiction), วรรณกรรมแนวคาดการณ์ (Speculative Fiction) และกวีนิพนธ์ โดยเขามักจะนิยามสไตล์งานเขียนของตนเองว่าเป็น "ความสยองขวัญเชิงอัตถิภาวนิยม" (Existential Horror) และ "แฟนตาซีด้านมืดเชิงอัตถิภาวนิยม" (Existential Dark Fantasy)

ประวัติส่วนตัว
เทอร์แรนซ์ ไมเคิล ไรท์ เกิดเมื่อวันที่ 9 กันยายน ค.ศ. 1947 ที่เมืองซีราคิวส์ รัฐนิวยอร์ก เขาเป็นหนึ่งในพี่น้องหกคน โดยมีบิดาเป็นพนักงานขายที่ต้องเดินทางบ่อยครั้ง และมารดาเป็นเลขานุการซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนอาชีพเป็นครู นอกจากนี้ เขายังมีพี่น้องฝาแฝดคือ ที. ลูเซียน ไรท์ (T. Lucien Wright) ซึ่งเป็นนักเขียนในแนวแฟนตาซีด้านมืดเช่นเดียวกัน
ไรท์เริ่มเผยแพร่ผลงานชิ้นแรกซึ่งเป็นบทกวีในหนังสือพิมพ์ Newark Courier-Gazette เมื่อปี ค.ศ. 1961 และตีพิมพ์หนังสือเล่มแรกในปี ค.ศ. 1968 ในชื่อ The Intelligent Man's Guide to Flying Saucers ซึ่งเป็นงานเขียนเชิงวิชาการเกี่ยวกับวัตถุบินที่ไม่สามารถระบุเอกลักษณ์ได้ (UFO) โดยสำนักพิมพ์ AS Barnes ในรัฐนิวเจอร์ซีย์
นอกเหนือจากงานเขียน ไรท์ยังเป็นศิลปินที่มีความสามารถ โดยเขามักจะวาดภาพประกอบให้หนังสือของตนเอง เช่น ในหนังสือรวมเรื่องสั้น Bone Soup (ค.ศ. 2010) และเขายังเคยระบุว่าตนเองปรารถนาที่จะถูกจดจำในฐานะกวีมากกว่านักเขียนนวนิยาย
ผลงานที่สำคัญ
นวนิยายและเรื่องสั้น
ไรท์เริ่มต้นอาชีพนักเขียนนวนิยายด้วยเรื่อง Strange Seed ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในรูปแบบปกแข็งในปี ค.ศ. 1978 และปกอ่อนในปี ค.ศ. 1980 โดยได้รับคำนิยมจากสตีเฟน คิง (Stephen King) และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล World Fantasy Award นวนิยายเรื่องนี้เล่าถึงคู่รักจากนิวยอร์กที่เดินทางกลับไปยังป่าบรรพบุรุษ ซึ่งที่นั่นพวกเขาต้องเผชิญกับเด็กลึกลับที่น่าสะพรึงกลัว
ในปี ค.ศ. 1984 เขาได้ตีพิมพ์ A Manhattan Ghost Story กับสำนักพิมพ์ Tor Books ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองที่เต็มไปด้วยวิญญาณ โดยมีตัวละครหลักคือ แอบเนอร์ เครย์ (Abner Cray) ผู้มีความสามารถในการมองเห็นและสื่อสารกับคนตาย ผลงานเรื่องนี้เคยถูกซื้อลิขสิทธิ์เพื่อนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ในปี ค.ศ. 1991 โดยมีชื่อของนักแสดงอย่าง ชารอน สโตน (Sharon Stone) และนักเขียนบท รอน บาส (Ron Bass) เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่โครงการดังกล่าวไม่เคยถูกสร้างจนเสร็จสมบูรณ์
ซีรีส์สืบสวนสอบสวน
ไรท์ได้เขียนซีรีส์นักสืบ ไรเออร์สัน เบียร์กาเทน (Ryerson Biergaten) โดยในสองเล่มแรกคือ The Changing (ค.ศ. 1985) และ The Devouring (ค.ศ. 1987) เขาใช้นามปากกาว่า เอฟ. ดับเบิลยู. อาร์มสตรอง (F.W. Armstrong) ส่วนเล่มต่อมา ได้แก่ Goodlow’s Ghosts (ค.ศ. 1993), The Ascending (ค.ศ. 1994) และนวนิยายที่เกี่ยวข้องกันอย่าง Sleepeasy (ค.ศ. 1993) เขาได้ใช้ชื่อจริงของตนเองในการตีพิมพ์
รางวัลและการยอมรับ
นวนิยายเรื่อง Cold House (ค.ศ. 2003) ของเขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Bram Stoker Award นอกจากนี้ เรื่องสั้นของเขายังได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสารชั้นนำด้านสยองขวัญ เช่น Twilight Zone Magazine, Postscripts, Cemetery Dance, Flesh and Blood Magazine และ Brutarian
ช่วงปลายชีวิต
ในช่วงปีสุดท้ายของชีวิต ไรท์ต้องเผชิญกับโรคพาร์กินสัน และพักรักษาตัวอยู่ที่สถานดูแลผู้สูงอายุในเมืองคอร์นิง รัฐนิวยอร์ก จนกระทั่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ. 2015
คำถามที่พบบ่อย
ที. เอ็ม. ไรท์ เขียนหนังสือแนวไหน?
เขาเขียนงานในแนวสยองขวัญ (Horror), แฟนตาซีด้านมืด (Dark Fantasy) และกวีนิพนธ์ โดยเขานิยามสไตล์ของตนเองว่าเป็น 'ความสยองขวัญเชิงอัตถิภาวนิยม' (Existential Horror)
ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของ ที. เอ็ม. ไรท์ คือเรื่องอะไร?
ผลงานที่โดดเด่นคือ Strange Seed ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล World Fantasy Award และได้รับคำนิยมจากสตีเฟน คิง
ที. เอ็ม. ไรท์ ใช้นามปากกาในการเขียนงานบางเล่มหรือไม่?
ใช่ เขาใช้นามปากกาว่า เอฟ. ดับเบิลยู. อาร์มสตรอง (F.W. Armstrong) ในการเขียนนวนิยายสืบสวนสอบสวนสองเล่มแรกของซีรีส์ ไรเออร์สัน เบียร์กาเทน
นอกจากงานเขียนแล้ว ที. เอ็ม. ไรท์ มีความสามารถด้านอื่นใดอีก?
เขาเป็นศิลปินวาดภาพประกอบ ซึ่งเขาวาดภาพประกอบให้หนังสือของตนเองในบางเล่ม เช่น เล่ม Bone Soup