← กลับไปยังบทความทั้งหมด

แหล่งก๊าซธรรมชาติทามาร์ ขุมทรัพย์พลังงานในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

สรุปใจความสำคัญ

  • แหล่งก๊าซทามาร์ตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของอิสราเอล ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ห่างจากเมืองไฮฟา 80 กิโลเมตร
  • มีปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติที่พิสูจน์แล้วประมาณ 2 แสนล้านลูกบาศก์เมตร
  • เป็นการค้นพบครั้งแรกในชั้นหินกักเก็บก๊าซใต้เกลือ ซึ่งทำให้ชั้นหินเหล่านี้ถูกเรียกว่า 'ทรายทามาร์' (Tamar sands)
  • รัฐบาลอิสราเอลสั่งให้ผู้พัฒนาเดิมขายหุ้นเพื่อป้องกันการผูกขาดในตลาดพลังงานของประเทศ

แหล่งก๊าซธรรมชาติทามาร์ เป็นแหล่งก๊าซขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน นอกชายฝั่งของประเทศอิสราเอล โดยตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของอิสราเอล ห่างจากเมืองไฮฟา (Haifa) ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 80 กิโลเมตร ในระดับความลึกของน้ำประมาณ 1,700 เมตร

ตำแหน่งของแหล่งก๊าซทามาร์ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก
แหล่งก๊าซทามาร์ตั้งอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก

ปริมาณสำรองและลักษณะทางธรณีวิทยา

แหล่งก๊าซทามาร์ได้รับการประเมินว่ามีปริมาณสำรองที่พิสูจน์แล้วประมาณ 2 แสนล้านลูกบาศก์เมตร (BCM) ในขณะที่แหล่งทามาร์ใต้ (Tamar South) ซึ่งอยู่ติดกันมีปริมาณสำรองประมาณ 2.3 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร นอกจากนี้ยังมีปริมาณสำรองที่ "น่าจะเป็นไปได้" (probable) อีก 8.4 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร และปริมาณสำรองที่ "อาจเป็นไปได้" (possible) สูงสุดถึง 4.9 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร

ในขณะที่ถูกค้นพบ แหล่งทามาร์ถือเป็นแหล่งก๊าซหรือน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในแอ่งเลแวนต์ (Levant basin) ของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก และเป็นการค้นพบครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัท Noble Energy เนื่องจากทามาร์เป็นแหล่งแรกที่ถูกค้นพบในชั้นหินแบบนี้ ทำให้ชั้นหินกักเก็บก๊าซใต้เกลือ (presalt formations) เหล่านี้ถูกเรียกว่า "ทรายทามาร์" (Tamar sands)

ประวัติการสำรวจและการพัฒนา

การสำรวจเริ่มต้นขึ้นในปี 1999 เมื่อรัฐบาลอิสราเอลมอบใบอนุญาตสำรวจเบื้องต้นให้กับกลุ่ม BG Group ซึ่งต่อมามีการเปลี่ยนแปลงพันธมิตรหลายครั้ง จนกระทั่ง Noble Energy เข้ามาเป็นผู้ดำเนินการในปี 2006

การดำเนินงานในแหล่งก๊าซทามาร์
การพัฒนาและขุดเจาะแหล่งก๊าซธรรมชาติในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

การขุดเจาะหลุม Tamar 1 เริ่มต้นขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2008 และประกาศการค้นพบก๊าซธรรมชาติในวันที่ 17 มกราคม 2009 หลังจากนั้นมีการขุดเจาะหลุมประเมินผล (appraisal wells) อีกหลายหลุมเพื่อยืนยันปริมาณสำรอง

การผลิตและการทำสัญญา

ในเดือนมีนาคม 2012 พันธมิตรผู้พัฒนาแหล่งทามาร์ได้ลงนามในสัญญา 15 ปี มูลค่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ กับบริษัทไฟฟ้าอิสราเอล (Israel Electric Corporation) เพื่อจัดหาก๊าซธรรมชาติปริมาณ 4.2 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร นอกจากนี้ยังมีการทำสัญญากับบริษัทอิสราเอลรายอื่นๆ รวมมูลค่าสูงถึง 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

โครงสร้างพื้นฐานของแหล่งก๊าซทามาร์
โครงสร้างพื้นฐานสำหรับการผลิตก๊าซธรรมชาติในทะเลลึก

การเปลี่ยนแปลงความเป็นเจ้าของและข้อพิพาท

เนื่องจากบริษัท Delek และ Noble Energy มีตำแหน่งผูกขาดในตลาดก๊าซของอิสราเอล (จากการเป็นเจ้าของแหล่งทามาร์, เลเวียธาน และคาริช/ทานิน) รัฐบาลอิสราเอลจึงสั่งให้บริษัทเหล่านี้ขายหุ้นในแหล่งทามาร์และคาริช/ทานินในปี 2016 เพื่อลดการผูกขาด

ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นหลายครั้ง โดยในปี 2021 บริษัท Mubadala Energy จากอาบูดาบีได้เข้าซื้อหุ้น 22% จาก Delek Drilling และต่อมามหาเศรษฐี Aaron Frenkel ได้ใช้สิทธิซื้อหุ้นในแหล่งก๊าซนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึงปี 2024

คำถามที่พบบ่อย

แหล่งก๊าซทามาร์ตั้งอยู่ที่ไหน?

ตั้งอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน นอกชายฝั่งอิสราเอล ห่างจากเมืองไฮฟาประมาณ 80 กิโลเมตร ในระดับน้ำลึก 1,700 เมตร

ใครเป็นผู้ค้นพบแหล่งก๊าซทามาร์?

การค้นพบเกิดขึ้นภายใต้การดำเนินงานของ Noble Energy และพันธมิตร หลังจากที่ BG Group เคยได้รับใบอนุญาตสำรวจในช่วงแรก

ทำไมต้องมีการขายหุ้นในแหล่งก๊าซทามาร์?

รัฐบาลอิสราเอลสั่งให้บริษัท Delek และ Noble Energy ขายหุ้นเพื่อลดการผูกขาดในตลาดก๊าซธรรมชาติของประเทศ เนื่องจากบริษัททั้งสองครอบครองแหล่งก๊าซขนาดใหญ่หลายแห่ง