← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Ted Sarandos ผู้พลิกโฉมวงการสตรีมมิ่งและ Co-CEO ของ Netflix

สรุปใจความสำคัญ

  • ดำรงตำแหน่ง Co-CEO ของ Netflix ตั้งแต่ปี 2020
  • เป็นผู้ริเริ่มโมเดลการปล่อยซีรีส์ทั้งซีซันพร้อมกัน (Binge-watching)
  • ใช้สูตรการตัดสินใจผลิตคอนเทนต์โดยแบ่งเป็น ข้อมูล 70% และดุลยพินิจ 30%
  • มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนผ่านจากรูปแบบ VHS ไปสู่ DVD ในช่วงเริ่มต้นอาชีพ

Theodore Anthony Sarandos Jr. หรือที่รู้จักในชื่อ Ted Sarandos เป็นผู้บริหารสื่อชาวอเมริกันผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (Co-CEO) ของ Netflix ตั้งแต่ปี 2020 เขาเป็นบุคคลสำคัญที่เปลี่ยนผ่าน Netflix จากบริการเช่า DVD ทางไปรษณีย์สู่ยักษ์ใหญ่ด้านสตรีมมิ่งระดับโลก

Ted Sarandos
Ted Sarandos ผู้บริหารระดับสูงของ Netflix

ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา

Sarandos เกิดเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 1964 ที่เมืองลองบรันช์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ และเติบโตในเมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา เขาเป็นหลานชายของ Alex Karyotakis ผู้อพยพจากเกาะซามอส ประเทศกรีซ

ในวัยเด็ก Sarandos มีความหลงใหลในโทรทัศน์และภาพยนตร์อย่างมาก โดยเขาเล่าว่าการดูทีวีและอ่านหนังสือเป็นวิธีที่เขาใช้ในการสำรวจโลก เนื่องจากครอบครัวไม่ได้เดินทางบ่อยนัก ความสนใจนี้พัฒนาขึ้นจนกลายเป็นสัญชาตญาณในการเข้าใจรสนิยมของผู้บริโภคขณะที่เขาทำงานในร้านเช่าวิดีโอในช่วงวัยรุ่น

ด้านการศึกษา เขาจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยม Alhambra High School และเข้าเรียนที่ Glendale Community College เป็นเวลาสองปี ก่อนจะตัดสินใจลาออกเพื่อมุ่งเน้นการทำงานในร้านเช่าวิดีโอแบบเต็มเวลา หลังจากที่เขาตระหนักว่าตนเองอาจไม่ได้มีความถนัดในด้านการเขียนเพื่อเป็นนักข่าวอาชีพ

เส้นทางอาชีพและการก้าวสู่ Netflix

ประสบการณ์ช่วงแรก (1983–2000)

Sarandos เริ่มต้นอาชีพในอุตสาหกรรมวิดีโอโดยได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการร้านในเครือ Cassettes West ในปี 1983 และบริหารร้านวิดีโอจนถึงปี 1988 จากนั้นเขาได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายขายและการดำเนินงานระดับภูมิภาคตะวันตกของ East Texas Distributors (ETD) และต่อมาเป็นรองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์และการจัดซื้อของ Video City/West Coast Video

ผลงานที่โดดเด่นที่สุดในช่วงนี้คือการเจรจาข้อตกลงรายได้เพื่อเปลี่ยนผ่านรูปแบบการให้บริการจาก VHS ไปสู่ DVD ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เขาเป็นที่จับตามอง

การปฏิวัติคอนเทนต์ที่ Netflix (2000–ปัจจุบัน)

ในปี 2000 Reed Hastings CEO ของ Netflix ในขณะนั้นได้ดึงตัว Sarandos มาร่วมงานหลังจากเห็นบทความเกี่ยวกับความสำเร็จในการเจรจาดีล DVD กับ Warner Bros. และ Sony

Sarandos ดำรงตำแหน่ง Chief Content Officer ก่อนจะขึ้นเป็น Co-CEO โดยเขามีบทบาทสำคัญในการสร้างกลยุทธ์ Original Programming ของ Netflix เริ่มต้นจากซีรีส์ Lilyhammer และตามมาด้วยความสำเร็จถล่มทลายของ House of Cards ในปี 2011 ซึ่งเป็นการนำร่องโมเดลการซื้อซีรีส์หลายซีซันโดยไม่ต้องมีการถ่ายทำตอนนำร่อง (Pilot)

นวัตกรรมการรับชมแบบ Binge-Watching

Sarandos เป็นผู้ผลักดันการปล่อยตอนทั้งหมดของซีซันออกมาพร้อมกันในคราวเดียว ซึ่งเขาเรียกสิ่งนี้ว่า "การตัดสินใจที่เน้นการใช้งานจริง" (super-practical decision) โดยอ้างอิงจากพฤติกรรมผู้ใช้ที่มักจะดูหลายตอนต่อเนื่องกันมากกว่าการดูเพียงตอนเดียว กลยุทธ์นี้ได้สร้างปรากฏการณ์ Binge-Watching และเปลี่ยนโฉมหน้าการบริโภคสื่อทั่วโลก

การใช้ข้อมูลและอัลกอริทึม

ในการผลิตคอนเทนต์ Sarandos ใช้การผสมผสานระหว่าง ข้อมูล (Data) 70% และ การตัดสินใจโดยใช้ดุลยพินิจ (Judgement) 30% เพื่อทำนายว่าผู้ชมต้องการดูอะไร โดยเขาปฏิเสธรูปแบบตารางเวลาการออกอากาศแบบดั้งเดิม และหันมาให้ความสำคัญกับความพึงพอใจของผู้บริโภคและการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ (Niche appeal) ในระดับสากล

คำถามที่พบบ่อย

Ted Sarandos มีบทบาทอย่างไรในการสร้าง House of Cards?

เขาเป็นผู้ริเริ่มโมเดลการซื้อซีรีส์หลายซีซันโดยไม่ต้องมีตอนนำร่อง (Pilot) และทุ่มเงินกว่า 100 ล้านดอลลาร์ ซึ่งกลายเป็นต้นแบบของ Netflix Original ในเวลาต่อมา

ทำไม Netflix ถึงปล่อยตอนทั้งหมดของซีรีส์พร้อมกัน?

Ted Sarandos ระบุว่าเป็นการตัดสินใจตามพฤติกรรมของผู้ใช้งานที่ชอบดูหลายตอนต่อเนื่องกัน ซึ่งช่วยให้ผู้ชมสามารถควบคุมการรับชมได้ตามความต้องการของตนเอง

Ted Sarandos ใช้เกณฑ์อะไรในการวัดความสำเร็จของรายการ?

เขาไม่ได้ใช้เรตติ้งแบบทีวีดั้งเดิม แต่ใช้การวัดว่าผู้ชมดูจนจบเรื่องหรือไม่ ระยะเวลาที่ใช้ในการดูจนจบ และกระแสตอบรับจากนักวิจารณ์และแฟนคลับ