← กลับไปยังบทความทั้งหมด

หมายเลขโทรศัพท์ ระบบการระบุตัวตนและโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่าย

สรุปใจความสำคัญ

  • หมายเลขโทรศัพท์ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1879 ที่เมืองโลเวลล์ รัฐแมสซาชูเซตส์
  • มาตรฐาน ITU-T E.164 กำหนดให้หมายเลขโทรศัพท์ระหว่างประเทศมีความยาวไม่เกิน 15 หลัก
  • แผนผังหมายเลขโทรศัพท์มีสองประเภทหลัก คือ แบบปิด (ความยาวคงที่) และแบบเปิด (ความยาวหลากหลาย)
  • เครื่องหมาย + ในการเขียนหมายเลขสากลตามมาตรฐาน E.123 ใช้แทนรหัสการโทรระหว่างประเทศของประเทศต้นทาง

หมายเลขโทรศัพท์ คือที่อยู่ของจุดปลายทางในการสื่อสารโทรคมนาคม เช่น เครื่องโทรศัพท์ ในเครือข่ายโทรศัพท์ เช่น เครือข่ายโทรศัพท์สาธารณะ (Public Switched Telephone Network หรือ PSTN) โดยปกติแล้ว หมายเลขโทรศัพท์จะประกอบด้วยชุดตัวเลข ซึ่งในอดีตเคยมีการใช้ตัวอักษรควบคู่กับชื่อสถานีทวนสัญญาณ (Telephone Exchange) เพื่อช่วยในการจดจำ

ตัวอย่างการกดหมายเลขโทรศัพท์
การใช้หมายเลขโทรศัพท์เพื่อระบุตัวตนจุดปลายทางในเครือข่าย

การทำงานและหน้าที่ของหมายเลขโทรศัพท์

หมายเลขโทรศัพท์ช่วยให้การสลับสาย (Switching) และการกำหนดเส้นทาง (Routing) ของการโทรเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ระบบการกำหนดเส้นทางตามรหัสปลายทาง ผู้โทรจะป้อนหรือกดหมายเลขโทรศัพท์ผ่านเครื่องโทรศัพท์ต้นทาง ซึ่งจะส่งสัญญาณตัวเลขไปยังสถานีทวนสัญญาณโทรศัพท์ สถานีทวนสัญญาณจะทำการเชื่อมต่อสายไปยังผู้รับสายที่เชื่อมต่ออยู่ในพื้นที่เดียวกัน หรือส่งผ่าน PSTN ไปยังผู้รับสายที่อยู่ไกลออกไป

การกำหนดหมายเลขโทรศัพท์จะอยู่ภายใต้กรอบของ แผนผังหมายเลขโทรศัพท์ (Telephone Numbering Plan) ระดับชาติหรือระดับภูมิภาค โดยผู้ให้บริการโทรคมนาคม ซึ่งอาจเป็นหน่วยงานรัฐหรือบริษัทเอกชน เป็นผู้ดำเนินการมอบหมายหมายเลขเหล่านี้ให้กับผู้ใช้บริการ

ประวัติความเป็นมา

หมายเลขโทรศัพท์ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1879 ที่เมืองโลเวลล์ รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา เพื่อทดแทนการแจ้งชื่อผู้รับสายแก่พนักงานสลับสาย (Switchboard Operator) ในช่วงแรก หมายเลขโทรศัพท์มีความยาวและรูปแบบที่หลากหลาย และมีการใช้ตัวอักษรนำหน้าในตำแหน่งแรกๆ เมื่อชื่อสถานีทวนสัญญาณเป็นที่นิยมจนถึงช่วงทศวรรษ 1960

อุปกรณ์โทรศัพท์โบราณ
วิวัฒนาการของระบบโทรศัพท์จากอดีตสู่ปัจจุบัน

แนวคิดและวิธีการ

ในยุคแรก หมายเลขโทรศัพท์มีความยาวเพียง 1-3 หลัก และแจ้งผ่านพนักงานสลับสาย แต่เมื่อระบบโทรศัพท์เติบโตขึ้นและเชื่อมต่อกันทั่วโลก หมายเลขจึงมีความยาวมากขึ้น นอกจากโทรศัพท์แล้ว หมายเลขเหล่านี้ยังถูกนำไปใช้กับอุปกรณ์อื่นๆ เช่น โมเด็มคอมพิวเตอร์, เพจเจอร์ และเครื่องแฟกซ์

แผนผังหมายเลขโทรศัพท์

  • แผนผังแบบปิด (Closed Numbering Plan): หลายประเทศใช้หมายเลขที่มีความยาวคงที่ เช่น แผนผังหมายเลขโทรศัพท์ของอเมริกาเหนือ (North American Numbering Plan)
  • แผนผังแบบเปิด (Open Numbering Plan): พบได้บ่อยในยุโรป ซึ่งหมายเลขโทรศัพท์จะมีความยาวของตัวเลขที่แตกต่างกันได้

นอกจากนี้ ยังมี รหัสเรียกด่วน (Short Codes) เช่น 911, 112 หรือ 191 ซึ่งใช้สำหรับบริการพิเศษหรือเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้ผู้ใช้ไม่ต้องจดจำและกดหมายเลขเต็ม

มาตรฐานสากล E.164

ในเครือข่ายโทรศัพท์ระหว่างประเทศ รูปแบบของหมายเลขโทรศัพท์ได้รับการกำหนดมาตรฐานโดย ITU-T recommendation E.164 ซึ่งระบุว่าหมายเลขทั้งหมดควรมีความยาวไม่เกิน 15 หลัก และต้องเริ่มต้นด้วยรหัสการโทรระหว่างประเทศ และรหัสประเทศ (Country Prefix) ตามด้วยรหัสพื้นที่หรือรหัสบริการ และหมายเลขผู้ใช้บริการ

สำหรับการเขียนหรือพิมพ์หมายเลขโทรศัพท์ระหว่างประเทศ มาตรฐาน ITU-T recommendation E.123 แนะนำให้ใช้เครื่องหมายบวก (+) นำหน้าตามด้วยรหัสประเทศ ซึ่งเครื่องหมายบวกนี้จะถูกแทนที่ด้วยรหัสการโทรระหว่างประเทศของประเทศต้นทางเมื่อทำการโทรจากโทรศัพท์พื้นฐาน

สรุป

หมายเลขโทรศัพท์เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้การสื่อสารทางเสียงและข้อมูลผ่านเครือข่ายโทรคมนาคมเป็นไปได้ โดยมีการพัฒนาจากระบบพนักงานสลับสายสู่มาตรฐานสากลที่รองรับการใช้เครื่องมือสื่อสารที่หลากหลายในปัจจุบัน

คำถามที่พบบ่อย

หมายเลขโทรศัพท์คืออะไร?

คือที่อยู่ของจุดปลายทางในการสื่อสารโทรคมนาคมในเครือข่ายโทรศัพท์ เช่น PSTN เพื่อใช้ในการระบุตัวตนและกำหนดเส้นทางของสายเรียกเข้าและเรียกออก

มาตรฐาน E.164 คืออะไร?

คือมาตรฐานสากลที่กำหนดรูปแบบหมายเลขโทรศัพท์เพื่อให้สามารถโทรข้ามประเทศได้ โดยกำหนดให้มีความยาวไม่เกิน 15 หลัก ประกอบด้วยรหัสประเทศและรหัสพื้นที่

ความแตกต่างระหว่างแผนผังหมายเลขแบบปิดและแบบเปิดคืออะไร?

แผนผังแบบปิด (Closed Numbering Plan) คือระบบที่หมายเลขโทรศัพท์มีความยาวคงที่ ส่วนแผนผังแบบเปิด (Open Numbering Plan) คือระบบที่หมายเลขโทรศัพท์มีความยาวของตัวเลขที่แตกต่างกันได้