ละครโทรทัศน์ ประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการของละครเวทีบนจอแก้ว
สรุปใจความสำคัญ
- ละครโทรทัศน์แตกต่างจากภาพยนตร์โทรทัศน์ตรงที่ใช้การถ่ายทำแบบหลายกล้องในสตูดิโอ แทนที่จะเป็นกล้องตัวเดียวแบบภาพยนตร์
- แนว Kitchen Sink Realism ในอังกฤษมุ่งเน้นการนำเสนอชีวิตและปัญหาของชนชั้นแรงงานอย่างสมจริง
- ยุคทองของละครโทรทัศน์ในสหรัฐอเมริกาเกิดขึ้นในช่วงปี 1948 ถึง 1961 ซึ่งเน้นการแสดงแบบถ่ายทอดสด
ละครโทรทัศน์ เป็นประเภทของรายการโทรทัศน์ที่นำเสนอการแสดงละครซึ่งถ่ายทำจากสตูดิโอโทรทัศน์โดยใช้กล้องหลายตัว ในยุคแรกของการแพร่ภาพกระจายเสียง ละครประเภทนี้มักจะถ่ายทอดสด (Live) แต่ในเวลาต่อมาได้เปลี่ยนมาเป็นการบันทึกเทปแทน ซึ่งจุดนี้มีความแตกต่างจาก ภาพยนตร์โทรทัศน์ (Television Movie) ที่ใช้การถ่ายทำด้วยกล้องตัวเดียวตามแบบฉบับของการผลิตภาพยนตร์
ประวัติศาสตร์ในสหราชอาณาจักร
ตั้งแต่ทศวรรษ 1950 จนถึงต้นทศวรรษ 1980 ละครโทรทัศน์เป็นแนวทางที่ได้รับความนิยมอย่างมากในสหราชอาณาจักร โดยมักจะเชื่อมโยงกับสไตล์ละครอังกฤษที่ได้รับอิทธิพลจากสัจนิยมทางสังคม (Social Realism) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "Kitchen Sink Realism" ซึ่งมุ่งเน้นการนำเสนอประเด็นทางสังคมและชีวิตของครอบครัวชนชั้นแรงงาน
Armchair Theatre (1956–1974)
Armchair Theatre เป็นซีรีส์ละครโทรทัศน์แบบรวมเรื่อง (Anthology series) ที่ออกอากาศทางเครือข่าย ITV ตั้งแต่ปี 1956 ถึง 1968 และมีการนำกลับมาผลิตใหม่เป็นระยะจนถึงปี 1973 ภายใต้การนำของโปรดิวเซอร์ชาวแคนาดา Sydney Newman รายการนี้ได้กลายเป็นสื่อกลางสำหรับกลุ่ม "Angry Young Men" ในการนำเสนอประเด็นที่ยากและเป็นที่ถกเถียงในสังคมผ่านสไตล์สัจนิยมที่สมจริง
The Wednesday Play (1964–1970)
รายการนี้ออกอากาศทางช่อง BBC1 โดยมี Sydney Newman เป็นผู้ริเริ่ม โดยมีนโยบายว่าบทละครต้อง "เกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้ชมกระแสหลัก" และสะท้อนประสบการณ์ของผู้ชมได้อย่างแม่นยำ The Wednesday Play มีชื่อเสียงในการนำเสนอดราม่าทางสังคมร่วมสมัยที่กล้าหาญและท้าทาย ทำให้เกิดการถกเถียงในวงกว้าง เช่น ผลงานของ Ken Loach เรื่อง Cathy Come Home (1966) ที่นำเสนอเรื่องราวของคู่รักไร้บ้าน
Play for Today (1970–1984)
Play for Today เป็นซีรีส์ละครรวมเรื่องที่ผลิตโดย BBC และออกอากาศทางช่อง BBC1 ระหว่างปี 1970 ถึง 1984 โดยมีการผลิตละครต้นฉบับมากกว่า 300 เรื่อง ครอบคลุมทั้งดราม่าสัจนิยมทางสังคม, เรื่องราวประวัติศาสตร์, แฟนตาซี, ชีวประวัติ และไซไฟ บางเรื่องที่โดดเด่น เช่น Nuts in May (1976) และ Abigail's Party (1977) ของ Mike Leigh
การเสื่อมถอยของแนวละครโทรทัศน์
ตั้งแต่กลางทศวรรษ 1980 เป็นต้นมา ละครโทรทัศน์แบบดั้งเดิมเริ่มลดความนิยมลง เนื่องจากแนวโน้มการผลิตเปลี่ยนไปสู่รูปแบบ ภาพยนตร์โทรทัศน์ (Television Film) ที่สามารถนำไปฉายในโรงภาพยนตร์ได้บางส่วน รวมถึงการเพิ่มขึ้นของซีรีส์แนวตำรวจและแนวการแพทย์ในยุคที่มีช่องโทรทัศน์หลากหลายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ละครโทรทัศน์ยังคงถูกยกย่องว่าเป็นมาตรฐานของคุณภาพละครโทรทัศน์ของอังกฤษ
ในสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต
ในสหรัฐอเมริกา ละครโทรทัศน์ได้รับความนิยมสูงสุดในช่วงปี 1948 ถึง 1961 ซึ่งเป็นยุคของละครโทรทัศน์ถ่ายทอดสดที่ถูกขนานนามว่า "ยุคทองของโทรทัศน์" (Golden Age of Television)
สำหรับในสหภาพโซเวียต มีการผลิตละครโทรทัศน์เพื่อการแพร่ภาพตั้งแต่ปี 1938 จนถึงต้นทศวรรษ 1950 และต่อมาได้เริ่มบันทึกด้วยระบบ Kinescope โดยแนวละครนี้เริ่มเสื่อมความนิยมลงในช่วงกลางทศวรรษ 1980 และมีความพยายามที่จะฟื้นฟูแนวละครนี้อีกครั้งในรัสเซียช่วงต้นทศวรรษ 2000 ผ่านช่อง Russia-Culture
คำถามที่พบบ่อย
ละครโทรทัศน์ (Television Play) ต่างจากภาพยนตร์โทรทัศน์ (TV Movie) อย่างไร?
ละครโทรทัศน์เน้นการถ่ายทำในสตูดิโอโดยใช้กล้องหลายตัวและมักเป็นการถ่ายทอดสดหรือบันทึกเทป ในขณะที่ภาพยนตร์โทรทัศน์ใช้การถ่ายทำด้วยกล้องตัวเดียวตามมาตรฐานการผลิตภาพยนตร์
แนว Kitchen Sink Realism คืออะไร?
เป็นสไตล์ละครอังกฤษที่เน้นความสมจริงทางสังคม โดยนำเสนอประเด็นปัญหาและชีวิตประจำวันของครอบครัวชนชั้นแรงงาน ซึ่งมักปรากฏในรายการอย่าง Armchair Theatre และ The Wednesday Play
ทำไมละครโทรทัศน์ถึงเสื่อมความนิยมลงในช่วงทศวรรษ 1980?
เนื่องจากความนิยมที่เปลี่ยนไปสู่รูปแบบภาพยนตร์โทรทัศน์ และการเพิ่มขึ้นของซีรีส์แนวเฉพาะทาง เช่น แนวสืบสวนสอบสวนหรือแนวการแพทย์

