← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ภาพวาดมหัศจรรย์ (The Enchanted Drawing)

สรุปใจความสำคัญ

  • ออกฉายในปี ค.ศ. 1900 กำกับโดย J. Stuart Blackton
  • ถือเป็นผลงานยุคบุกเบิก (Proto-animation) ที่นำภาพวาดมาทำให้เคลื่อนไหวบนฟิล์มภาพยนตร์
  • ใช้เทคนิค Stop Camera Substitution ในการสร้างภาพลวงตาว่าสิ่งของในภาพวาดกลายเป็นของจริง
  • ผลิตโดย Edison Manufacturing Company และถ่ายทำที่ Vitagraph Studios

ภาพวาดมหัศจรรย์ (อังกฤษ: The Enchanted Drawing) เป็นภาพยนตร์เงียบแนวภาพยนตร์ลวงตา (Trick film) ที่ออกฉายในปี ค.ศ. 1900 กำกับโดย เจ. สจวร์ต แบล็กตัน (J. Stuart Blackton) ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นผลงานชิ้นแรก ๆ ที่มีการบันทึกลำดับภาพเคลื่อนไหวของภาพวาดลงบนฟิล์มภาพยนตร์มาตรฐาน ส่งผลให้แบล็กตันได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในบิดาแห่งแอนิเมชันในสหรัฐอเมริกา

ภาพยนตร์เรื่องนี้ผลิตโดยบริษัท Edison Manufacturing Company และถ่ายทำที่สตูดิโอชั้นดาดฟ้าของ Vitagraph ในย่านบรูคลิน รัฐนิวยอร์ก

เนื้อเรื่องและลำดับเหตุการณ์

ภาพยนตร์นำเสนอเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่กำลังวาดภาพใบหน้าการ์ตูนลงบนขาตั้งวาดรูป โดยมีการใช้เทคนิคการตัดต่อเพื่อสร้างภาพลวงตาว่าสิ่งของที่วาดนั้นมีชีวิตและสามารถโต้ตอบกับโลกแห่งความเป็นจริงได้ ดังนี้:

  • ชายในเรื่องวาดขวดไวน์และแก้วไวน์ จากนั้นเขาทำการดึงสิ่งของเหล่านั้นออกจากกระดาษเพื่อนำมาดื่มจริง
  • เขานำไวน์ไปป้อนให้ใบหน้าการ์ตูน ซึ่งส่งผลให้ใบหน้าดังกล่าวคลี่ยิ้มกว้าง
  • เขาวาดหมวกบนศีรษะของใบหน้าการ์ตูน แล้วดึงหมวกนั้นออกมาสวมใส่เอง
  • มีการวาดซิการ์ในปากของตัวละคร และเมื่อชายคนนั้นดึงซิการ์ออก ใบหน้าการ์ตูนก็แสดงอาการไม่พอใจ
  • ในตอนท้าย สิ่งของทั้งหมดถูกนำกลับไปวางในภาพวาด ทำให้ใบหน้าการ์ตูนแสดงความยินดีผ่านดวงตาและรอยยิ้มที่กว้างขึ้น

การแสดงของแบล็กตันในเรื่องนี้มีลักษณะคล้ายกับนักมายากลที่ผสมผสานการวาดภาพสดเข้ากับการแสดงแบบ Live Action เพื่อสร้างความประหลาดใจให้กับผู้ชม

เทคนิคการสร้างภาพลวงตา

The Enchanted Drawing ไม่ใช่ภาพยนตร์แอนิเมชันเต็มรูปแบบในความหมายปัจจุบัน แต่เป็นการใช้เทคนิค Stop Camera Substitution (การหยุดกล้องเพื่อเปลี่ยนสิ่งของ) ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของ "Stop Trick"

กลไกการทำงาน

เมื่อแบล็กตันวาดสิ่งของ เช่น ขวดไวน์ หรือหมวก เขาจะหยุดการบันทึกภาพ จากนั้นจึงนำสิ่งของจริงมาวางแทนที่หรือเพิ่มเติมลงในฉาก แล้วจึงเริ่มบันทึกภาพต่อ ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าสิ่งของเหล่านั้นหลุดออกมาจากภาพวาดได้อย่างมหัศจรรย์

ความเชื่อมโยงกับศิลปะ Vaudeville

เทคนิคนี้ได้รับอิทธิพลมาจากพื้นฐานของแบล็กตันในฐานะศิลปินวาดภาพประกอบการแสดง (Lighting sketch artist) ในโรงละครวอเดอวิลล์ (Vaudeville) ซึ่งเน้นการวาดภาพอย่างรวดเร็วต่อหน้าผู้ชมเพื่อสร้างความตื่นเต้น ซึ่งเขาได้นำสไตล์การแสดงดังกล่าวมาประยุกต์ใช้กับสื่อภาพยนตร์โดยการเร่งความเร็วภาพการวาด

ความสำคัญทางประวัติศาสตร์

หอสมุดรัฐสภาสหรัฐฯ (Library of Congress) จัดประเภทภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าเป็น "Proto-animation" หรือแอนิเมชันยุคบุกเบิก แม้ว่าใบหน้าการ์ตูนจะไม่ได้เคลื่อนไหวด้วยเทคนิค Cel Animation แบบดั้งเดิม แต่การใช้การตัดต่อแบบ Substitution Splices ทำให้ภาพวาดสามารถตอบสนองต่อการปฏิสัมพันธ์ในโลกจริงได้ เทคนิคนี้เป็นรากฐานสำคัญที่นำไปสู่ผลงานชิ้นต่อมาของแบล็กตัน เช่น Humorous Phases of Funny Faces (1906) ซึ่งมีการใช้ Stop Motion และ Cutout Animation อย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

The Enchanted Drawing เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องแรกของโลกหรือไม่?

ไม่ใช่แอนิเมชันเต็มรูปแบบในความหมายปัจจุบัน แต่เป็นภาพยนตร์แนว Trick Film ที่ใช้เทคนิค Stop Camera Substitution เพื่อสร้างภาพลวงตาว่าภาพวาดเคลื่อนไหวได้ ซึ่งหอสมุดรัฐสภาสหรัฐฯ เรียกว่าเป็น 'Proto-animation'

J. Stuart Blackton มีบทบาทอย่างไรในประวัติศาสตร์แอนิเมชัน?

เขาเป็นผู้กำกับและนักแสดงในเรื่องนี้ และการทดลองใช้ภาพวาดเคลื่อนไหวในผลงานชิ้นนี้ทำให้เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งแอนิเมชันในสหรัฐอเมริกา

เทคนิค Stop Camera Substitution คืออะไร?

คือการหยุดกล้องบันทึกภาพ จากนั้นเปลี่ยนหรือเพิ่มสิ่งของในฉาก แล้วจึงเริ่มบันทึกภาพต่อ เพื่อให้เมื่อนำฟิล์มมาฉาย สิ่งของจะดูเหมือนปรากฏขึ้นหรือหายไปอย่างฉับพลัน