The International การแข่งขัน Dota 2 ชิงแชมป์โลก
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นรายการแข่งขัน Dota 2 ที่มีเงินรางวัลสูงที่สุดในประวัติศาสตร์อีสปอร์ต โดยเคยสูงถึง 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2021
- ริเริ่มระบบระดมทุน (Crowdfunding) ผ่านการขาย Battle Pass ในเกมเพื่อให้ชุมชนผู้เล่นมีส่วนร่วมในเงินรางวัล
- จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2011 ที่งาน Gamescom ประเทศเยอรมนี เพื่อโปรโมตการเปิดตัวเกม Dota 2
- ใช้ระบบการแข่งขันแบบ Double Elimination ในรอบ Main Event เพื่อความยุติธรรมในการตัดสิน
The International (เรียกสั้นๆ ว่า TI) คือการแข่งขันอีสปอร์ตชิงแชมป์โลกประจำปีของวิดีโอเกม Dota 2 ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท Valve การแข่งขันนี้ถือเป็นจุดสูงสุดของฤดูกาลการแข่งขันอาชีพในแต่ละปี โดยมีเป้าหมายเพื่อเฟ้นหาทีมที่เก่งที่สุดในโลกมาประชันฝีมือกัน
การแข่งขันครั้งแรกจัดขึ้นในปี 2011 ที่งาน Gamescom ประเทศเยอรมนี เพื่อเป็นการโปรโมตการเปิดตัวเกม Dota 2 ต่อมาการแข่งขันได้ย้ายมาจัดที่เมืองซีแอตเทิล สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของ Valve ก่อนจะเริ่มหมุนเวียนไปจัดในเมืองต่างๆ ทั่วโลกอีกครั้งตั้งแต่ปี 2018 เริ่มจากเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา

ประวัติและการพัฒนา
ยุคเริ่มต้น (2011–2012)
Valve ประกาศจัดการแข่งขัน The International ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2011 โดยเชิญทีมชั้นนำ 16 ทีมเข้าร่วม ซึ่งนอกจากจะเป็นการแข่งขันชิงแชมป์แล้ว ยังเป็นการเปิดตัวเกม Dota 2 ให้สาธารณชนได้เห็นเป็นครั้งแรกด้วย โดย Valve เป็นผู้สนับสนุนเงินรางวัลรวม ซึ่งรวมถึงเงินรางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศจำนวน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การแข่งขันจัดขึ้นที่เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี ระหว่างวันที่ 17–21 สิงหาคม 2011 ผลปรากฏว่าทีม Natus Vincere จากยูเครน สามารถเอาชนะทีม EHOME จากจีนไปได้ 3–1 เกม และคว้าแชมป์โลกครั้งแรกไปครอง
ในปี 2012 การแข่งขันถูกกำหนดให้เป็นกิจกรรมประจำปี โดยจัดขึ้นที่ Benaroya Hall ในเมืองซีแอตเทิล สหรัฐอเมริกา โดยมีเงินรางวัลรวม 1.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทีม Invictus Gaming จากจีนสามารถคว้าชัยชนะเหนือ Natus Vincere ไปได้ 3–1 เกม
การปฏิวัติด้วยระบบระดมทุน (Crowdfunding)
จุดเปลี่ยนสำคัญของ The International เกิดขึ้นในปี 2013 เมื่อ Valve แนะนำระบบ Compendium (ต่อมาเปลี่ยนเป็น Battle Pass) ซึ่งเป็นไอเทมในเกมที่ผู้เล่นสามารถซื้อได้ โดยรายได้ 25% จากการขายไอเทมนี้จะถูกนำไปสมทบเข้ากับเงินรางวัลพื้นฐาน 1.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ระบบนี้ทำให้เงินรางวัลของ The International กลายเป็นสถิติโลกในวงการอีสปอร์ต โดยในปี 2013 เงินรางวัลพุ่งสูงถึง 2.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในปี 2014 เงินรางวัลทะยานขึ้นไปถึง 10.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้นักกีฬา Dota 2 หลายคนกลายเป็นผู้เล่นอีสปอร์ตที่มีรายได้สูงที่สุดในโลกในขณะนั้น
ระบบการคัดเลือกและ Dota Pro Circuit
เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและชัดเจนในการคัดเลือกทีมเข้าสู่การแข่งขัน Valve ได้นำระบบ Dota Pro Circuit (DPC) มาใช้ในฤดูกาล 2017–2018 โดยเป็นระบบการสะสมคะแนนจากการแข่งขันรายการ Major และ Minor ต่างๆ ทีมที่มีคะแนนสูงสุดจะได้รับสิทธิ์เชิญเข้าร่วม The International โดยตรง ในขณะที่ทีมที่เหลือจะต้องผ่านการคัดเลือกในรอบภูมิภาค (Regional Qualifiers)

รูปแบบการแข่งขัน
โดยทั่วไป The International จะแบ่งการแข่งขันออกเป็นสองช่วงหลัก:
- รอบแบ่งกลุ่ม (Group Stage): ใช้ระบบพบกันหมด (Round-robin) เพื่อจัดอันดับทีมและคัดทีมที่ผลงานไม่ดีออก
- รอบตัดสิน (Main Event): ใช้ระบบแพ้คัดออกสองครั้ง (Double Elimination) ซึ่งแบ่งเป็นสายบน (Upper Bracket) และสายล่าง (Lower Bracket) โดยทีมที่แพ้ในสายบนจะตกลงมาเล่นในสายล่างเพื่อโอกาสในการกลับขึ้นมาคว้าแชมป์
คำถามที่พบบ่อย
The International คืออะไร?
คือการแข่งขันชิงแชมป์โลกประจำปีของเกม Dota 2 ที่จัดโดย Valve เพื่อเฟ้นหาทีมที่เก่งที่สุดในโลก
เงินรางวัลของ TI มาจากไหน?
เงินรางวัลเริ่มต้นมาจาก Valve และส่วนที่เหลือมาจากการระดมทุนผ่านการขาย Compendium หรือ Battle Pass ภายในเกม ซึ่งรายได้ 25% จะถูกนำมาสมทบเงินรางวัล
ทีมใดเคยคว้าแชมป์ TI ได้มากกว่าหนึ่งครั้ง?
ทีม OG, Team Spirit และ Team Liquid เป็นทีมที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยแต่ละทีมเคยคว้าแชมป์ The International ได้ 2 ครั้ง
รูปแบบการแข่งขันในรอบ Main Event เป็นอย่างไร?
ใช้ระบบ Double Elimination หรือแพ้คัดออกสองครั้ง ซึ่งหมายความว่าทีมที่แพ้หนึ่งครั้งในสายบนยังมีโอกาสแก้ตัวในสายล่างก่อนจะถูกคัดออกจากการแข่งขัน

