← กลับไปยังบทความทั้งหมด

The Masked Singer เวอร์ชันสหรัฐอเมริกา

สรุปใจความสำคัญ

  • ดัดแปลงมาจากรายการ King of Mask Singer ของเกาหลีใต้
  • ออกอากาศครั้งแรกทางช่อง Fox ในปี 2019
  • ใช้ระบบลงคะแนนถ่วงน้ำหนักระหว่างคณะกรรมการและผู้ชมอย่างละ 50%
  • ชุดคอสตูมออกแบบโดย Marina Toybina ใน 6 ซีซันแรก และได้รับรางวัล Emmy Awards

The Masked Singer (หรือเรียกย่อว่า TMS) เป็นรายการแข่งขันร้องเพลงแนวเรียลลิตี้สัญชาติอเมริกันที่ออกอากาศครั้งแรกทางช่อง Fox เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2019 โดยเป็นส่วนหนึ่งของแฟรนไชส์ระดับโลกที่ดัดแปลงมาจากรายการ King of Mask Singer ของประเทศเกาหลีใต้ จุดเด่นของรายการคือการนำเหล่าคนดังมาขับร้องเพลงในชุดคอสตูมที่ปกปิดร่างกายและใบหน้าอย่างมิดชิด เพื่อให้คณะกรรมการและผู้ชมทายว่าผู้ที่อยู่ภายใต้หน้ากากนั้นคือใคร

รูปแบบรายการ

ในแต่ละซีซัน รายการจะคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันที่เป็นคนดังมาสวมชุดหน้ากาก โดยในแต่ละตอนจะมีผู้เข้าแข่งขันประมาณ 4 ถึง 6 คน ออกมาขับร้องเพลงคัฟเวอร์ความยาวประมาณ 90 วินาที

การทายตัวตนและคำใบ้

ก่อนและหลังการแสดง ผู้เข้าแข่งขันจะมีการนำเสนอ "ชุดคำใบ้" (Clue Package) ซึ่งเป็นวิดีโอที่ใช้เสียงดัดแปลงเพื่อบอกใบ้ถึงประวัติหรือผลงานที่ผ่านมาของคนดังผู้นั้น คณะกรรมการจะวิเคราะห์คำใบ้เหล่านี้และร่วมกันคาดเดาตัวตนของผู้เข้าแข่งขัน

ระบบการตัดสินและการคัดออก

หลังจากจบการแสดงในแต่ละรอบ ผู้ชมในสตูดิโอและคณะกรรมการจะลงคะแนนเลือกผู้ร้องที่ชื่นชอบที่สุดผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้ระบบคะแนนถ่วงน้ำหนัก (Weighted Voting) ซึ่งคะแนนจากคณะกรรมการและผู้ชมจะมีสัดส่วนอย่างละ 50% ผู้ที่ได้รับคะแนนน้อยที่สุดจะต้องถอดหน้ากากเพื่อเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงต่อสาธารณะ

กระบวนการคัดออกจะดำเนินไปจนกระทั่งเหลือผู้เข้าแข่งขัน 3 คนสุดท้ายในรอบชิงชนะเลิศ เพื่อตัดสินหาผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวซึ่งจะได้รับถ้วยรางวัล "Golden Mask"

ผู้ดำเนินรายการและคณะกรรมการ

รายการดำเนินรายการโดย Nick Cannon สำหรับคณะกรรมการหลักประกอบด้วยบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิง ได้แก่:

  • Ken Jeong: นักแสดงและคอมเมเดียน
  • Jenny McCarthy Wahlberg: พิธีกรและบุคลิกภาพทางโทรทัศน์
  • Robin Thicke: นักร้องและนักแต่งเพลง
  • Rita Ora: ศิลปินเพลงระดับโลก
  • Nicole Scherzinger: ศิลปิน (ร่วมเป็นกรรมการจนถึงซีซันที่ 10)

นอกจากนี้ยังมีกรรมการรับเชิญที่หมุนเวียนกันมาในแต่ละตอน เช่น Joel McHale ซึ่งปรากฏตัวบ่อยครั้งในหลายซีซัน

การผลิตและรางวัล

ความสำเร็จของรายการส่วนหนึ่งมาจากความประณีตของชุดคอสตูม ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากแฟชั่นชั้นสูง (Haute Couture) โดยใน 6 ซีซันแรก ออกแบบโดย Marina Toybina ซึ่งทำให้เธอได้รับรางวัล Costume Designers Guild Award และรางวัล Creative Arts Emmy Awards ถึงสองรางวัล

ในด้านความนิยม The Masked Singer ประสบความสำเร็จอย่างสูงในสหรัฐอเมริกา โดยในช่วง 5 ซีซันแรก รายการนี้ทำสถิติเรตติ้ง Nielsen สูงที่สุดสำหรับรายการที่ไม่ใช่กีฬาในกลุ่มผู้ชมอายุ 18–49 ปี ส่งผลให้มีการสร้างรายการแยก (Spin-off) เช่น The Masked Dancer และรายการหลังจบโชว์ The Masked Singer: After the Mask

การรักษาความลับ

เพื่อให้การเปิดเผยตัวตนเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ ทางรายการจึงใช้มาตรการรักษาความลับอย่างเข้มงวด ทั้งการใช้ชื่อรหัส (Code Names) การสวมชุดพรางตัว การเซ็นสัญญาไม่เปิดเผยข้อมูล (NDA) และการใช้ทีมรักษาความปลอดภัยดูแลผู้เข้าแข่งขันอย่างใกล้ชิดตลอดการถ่ายทำ

คำถามที่พบบ่อย

The Masked Singer เวอร์ชันอเมริกาเริ่มออกอากาศเมื่อไหร่?

เริ่มออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2019 ทางช่อง Fox

ใครคือผู้ดำเนินรายการของ The Masked Singer สหรัฐฯ?

ผู้ดำเนินรายการหลักคือ Nick Cannon

เกณฑ์การตัดสินผู้ชนะในแต่ละรอบเป็นอย่างไร?

ใช้การลงคะแนนจากคณะกรรมการและผู้ชมในสตูดิโอ โดยแบ่งสัดส่วนคะแนนอย่างละ 50% ผู้ที่ได้คะแนนน้อยที่สุดจะต้องถอดหน้ากากและออกจากรายการ

รางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศคืออะไร?

ผู้ชนะในรอบชิงชนะเลิศจะได้รับถ้วยรางวัลที่เรียกว่า Golden Mask