พจนานุกรมเศรษฐศาสตร์ฉบับนิวพัลเกรฟ
สรุปใจความสำคัญ
- ฉบับที่ 3 (2018) มีจำนวน 20 เล่ม และมีบทความประมาณ 3,000 รายการ
- มีผู้เขียนที่เป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ร่วมเขียนถึง 36 ท่านในฉบับล่าสุด
- ใช้ระบบรหัสจำแนกประเภท JEL (Journal of Economic Literature) ในการจัดหมวดหมู่เนื้อหา
- ฉบับแรกตีพิมพ์ในปี 1987 เพื่อฟื้นฟูมรดกของพจนานุกรมเศรษฐศาสตร์ของ Inglis Palgrave
พจนานุกรมเศรษฐศาสตร์ฉบับนิวพัลเกรฟ (The New Palgrave Dictionary of Economics) เป็นผลงานอ้างอิงทางวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ที่มีความสำคัญและครอบคลุมอย่างยิ่ง จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Palgrave Macmillan โดยฉบับล่าสุด (ฉบับที่ 3 ปี 2018) ประกอบด้วยหนังสือจำนวน 20 เล่ม และมีบทความรวมกว่า 3,000 รายการ ซึ่งรวมถึงบทความคลาสสิกจากพจนานุกรมฉบับดั้งเดิมของ Inglis Palgrave และบทความใหม่ที่เขียนโดยนักเศรษฐศาสตร์ผู้ทรงอิทธิพลระดับโลก รวมถึงผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ถึง 36 ท่าน

ประวัติและการพัฒนา
พจนานุกรมชุดนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสืบทอดและปรับปรุงมรดกทางวิชาการของพจนานุกรมฉบับเดิมของ Inglis Palgrave โดยมีการปรับปรุงเนื้อหาให้ทันสมัยตามยุคสมัย ดังนี้:
- ฉบับที่ 1 (1987): ใช้ชื่อว่า The New Palgrave: A Dictionary of Economics บรรณาธิการโดย John Eatwell, Murray Milgate และ Peter Newman ประกอบด้วย 4 เล่ม มีเนื้อหากว่า 4,000 หน้า แบ่งเป็นบทความหัวข้อวิชาการ 1,300 รายการ และชีวประวัติ 655 รายการ โดยมีผู้เขียนร่วม 927 คน ซึ่งในขณะนั้นมีผู้ได้รับรางวัลโนเบลร่วมเขียนด้วย 13 ท่าน
- ฉบับที่ 2: อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Steven N. Durlauf และ Lawrence E. Blume โดยขยายเนื้อหาเป็น 8 เล่ม
- ฉบับที่ 3 (2018): ขยายขนาดเป็น 20 เล่ม และมีการนำระบบรหัสจำแนกประเภทของ Journal of Economic Literature (JEL) มาใช้ในการจัดหมวดหมู่บทความ นอกจากนี้ยังมีเวอร์ชันออนไลน์ที่เชื่อมโยงข้อมูลแบบไฮเปอร์ลิงก์และมีการอัปเดตเนื้อหาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับฉบับที่ 4 มีกำหนดการตีพิมพ์ในปี 2027 โดยมี Jayati Ghosh, Esteban Pérez Caldentey และ Matías Vernengo เป็นบรรณาธิการ
การวิเคราะห์และคำวิจารณ์
พจนานุกรมฉบับปี 1987 ได้รับการวิเคราะห์จากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญในหลายประเด็น:
กลุ่มเป้าหมายและการเข้าถึง
Robert M. Solow ได้ให้ความเห็นผ่าน New York Times ว่าผลงานชิ้นนี้เป็น "พจนานุกรมในความหมายพิเศษ" เนื่องจากบทความส่วนใหญ่เขียนโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อผู้เชี่ยวชาญ (Professionals for Professionals) ซึ่งทำให้เนื้อหาบางส่วนเข้าถึงได้ยากสำหรับนักศึกษาปริญญาตรีหรือบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้จบด้านเศรษฐศาสตร์ แต่จะมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาและนักเศรษฐศาสตร์มืออาชีพ
บทบาทของคณิตศาสตร์ในเศรษฐศาสตร์
Murray Milgate บรรณาธิการของเล่มระบุว่า พจนานุกรมฉบับนี้มีการใช้คณิตศาสตร์น้อยกว่าเมื่อเทียบกับวารสารเศรษฐศาสตร์ชั้นนำในยุคเดียวกัน โดยพบว่ามีเพียง 24% ของเนื้อหาที่มีการใช้คณิตศาสตร์ ในขณะที่วารสารอย่าง American Economic Review (AER) มีสัดส่วนการใช้คณิตศาสตร์ที่สูงกว่ามาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าพจนานุกรมพยายามนำเสนอเนื้อหาในเชิงแนวคิดมากกว่าการคำนวณทางเทคนิคเพียงอย่างเดียว
ความสมดุลระหว่างทฤษฎีและเทคนิค
George Stigler ได้ชื่นชมบทความบางส่วน เช่น เรื่องทางเลือกทางสังคม (Social Choice) ที่เขียนโดย Kenneth Arrow ว่ามีความร่ำรวยทางแนวคิดและไม่เน้นเทคนิคจนเกินไป อย่างไรก็ตาม เขาก็วิจารณ์บทความด้านเศรษฐศาสตร์คณิตศาสตร์บางส่วนว่าเขียนขึ้นเพื่อผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น โดยขาดการปูพื้นฐานหรือการอธิบายที่เข้าใจง่ายสำหรับนักเศรษฐศาสตร์ทั่วไป
คำถามที่พบบ่อย
The New Palgrave Dictionary of Economics เหมาะกับใคร?
เหมาะสำหรับนักเศรษฐศาสตร์มืออาชีพ นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา และผู้ที่ต้องการศึกษาข้อมูลเชิงลึกทางเศรษฐศาสตร์ เนื่องจากเนื้อหาหลายส่วนถูกเขียนโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อผู้เชี่ยวชาญ
พจนานุกรมฉบับนี้แตกต่างจากพจนานุกรมทั่วไปอย่างไร?
ไม่ใช่เพียงการให้คำนิยามสั้นๆ แต่ประกอบด้วยบทความวิเคราะห์เชิงลึก (Survey Articles) ที่ครอบคลุมทั้งทฤษฎี ประวัติศาสตร์ และการประยุกต์ใช้ทางเศรษฐศาสตร์
สามารถเข้าถึงเนื้อหาได้อย่างไร?
มีทั้งในรูปแบบหนังสือเล่มและเวอร์ชันออนไลน์ ซึ่งการเข้าถึงเนื้อหาฉบับเต็มในรูปแบบออนไลน์มักต้องใช้การสมัครสมาชิก (Subscription) ผ่านองค์กรหรือรายบุคคล