← กลับไปยังบทความทั้งหมด

The Pitchfork 500 คู่มือเพลงยอดเยี่ยมจากยุคพังก์ถึงปัจจุบัน

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นหนังสือรวบรวม 500 เพลงยอดเยี่ยมตั้งแต่ปี 1977 ถึง 2006 จัดพิมพ์โดย Pitchfork Media ในปี 2008
  • แบ่งเนื้อหาเป็น 9 ช่วงเวลาตามลำดับเหตุการณ์ โดยเน้นแนวเพลงอินดี้, ฮิปฮอป, อิเล็กทรอนิกส์ และดนตรีทดลอง
  • Prince และ Talking Heads เป็นศิลปินที่มีจำนวนเพลงติดอันดับมากที่สุด (4 เพลง)
  • ได้รับคำวิจารณ์ที่แตกออกเป็นสองฝ่าย ทั้งที่ชื่นชมในความละเอียดและที่วิจารณ์ว่ายึดติดกับรสนิยมส่วนตัวและละเลยแนวเพลงบางประเภท

The Pitchfork 500: Our Guide to the Greatest Songs from Punk to the Present เป็นหนังสือรวบรวมรายชื่อบทเพลงที่ได้รับการยกย่องว่ายอดเยี่ยมที่สุดในช่วงปี ค.ศ. 1977 ถึง 2006 จัดพิมพ์ในปี 2008 โดย Pitchfork Media สื่อวิจารณ์ดนตรีที่มีชื่อเสียงระดับโลก หนังสือเล่มนี้มุ่งเน้นไปที่แนวเพลงที่หลากหลาย โดยเฉพาะอินดี้ร็อก (Indie Rock), ฮิปฮอป (Hip-hop), ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic), ป๊อป (Pop), เมทัล (Metal) และดนตรีทดลองใต้ดิน (Experimental Underground)

โครงสร้างและเนื้อหา

เนื้อหาภายในเล่มถูกแบ่งออกเป็น 9 ช่วงเวลาตามลำดับเหตุการณ์ (Chronological Periods) โดยในแต่ละช่วงจะเริ่มต้นด้วยการบรรยายถึงสภาพแวดล้อมของวงการดนตรีในขณะนั้น ก่อนจะนำเสนอรายชื่อศิลปินและบทเพลงที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับวงการดนตรีในยุคนั้นๆ นิตยสาร Time ได้อธิบายลักษณะของหนังสือเล่มนี้ว่าเป็นการใช้ผู้วิจารณ์ถึง 42 คน เพื่อครอบคลุมประวัติศาสตร์ดนตรีตลอด 30 ปี ตั้งแต่ยุคพังก์ในปี 1977 ไปจนถึงยุคครังก์ (Crunk) ในปี 2006 รวมถึงศิลปินแนวอะคูสติกต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างนั้น

การตอบรับและคำวิจารณ์

The Pitchfork 500 ได้รับความสนใจและเสียงวิจารณ์ที่หลากหลายจากทั้งสื่อกระแสหลักและสื่อทางเลือก:

  • ด้านบวก: นิตยสาร Time ระบุว่าบทวิจารณ์เพลงในเล่มนี้ถูกปรับปรุงให้ลดทอนถ้อยคำที่ดูถูกเหยียดหยามลง และมีการยกย่องเพลงยอดนิยมได้อย่างยอดเยี่ยม อย่างไรก็ตาม Time ยังตั้งข้อสังเกตว่าโครงการนี้ดูเหมือนเป็นข้อความส่วนตัวที่คลั่งไคล้คล้ายกับตัวละคร Rob Gordon ในภาพยนตร์เรื่อง High Fidelity ขณะที่ Under the Radar ให้คะแนน 7/10 โดยมองว่า Pitchfork ได้กลายเป็นแหล่งวิจารณ์ดนตรีที่สำคัญที่สุดแห่งยุคและพัฒนาตนเองจนเป็นอาณาจักรสื่อมัลติมีเดีย
  • ด้านลบ: The Washington City Paper วิจารณ์ว่าหนังสือเล่มนี้เป็นเพียงความพยายามของ Pitchfork ในการสร้างความน่าเชื่อถือในรูปแบบสิ่งพิมพ์ และเป็นเพียง "หนังสือโต๊ะกาแฟ" (Coffee-table book) เท่านั้น นอกจากนี้ Houston Press ยังวิจารณ์ว่าหนังสือเล่มนี้ละเลยดนตรีแนวละติน, คันทรี, ฟังก์, โซล และร็อกคลาสสิก โดยมองว่าการวิจารณ์ของ Pitchfork ยึดติดกับกระแสความนิยมมากกว่าคุณค่าทางดนตรีหรือโครงสร้างเพลงที่แท้จริง ส่วน Time Out Chicago มองว่าหนังสือเล่มนี้เป็นการนำเสนอความชอบส่วนตัวที่ไร้ทิศทางของบรรณาธิการและผู้เขียน ซึ่งถือเป็นการเสียโอกาสอย่างน่าเสียดาย

สถิติที่น่าสนใจ

จากการรวบรวมรายชื่อเพลง พบข้อมูลทางสถิติที่น่าสนใจดังนี้:

  • ศิลปินที่มีเพลงติดอันดับมากที่สุด: Prince และ Talking Heads มีเพลงติดอันดับมากที่สุดจำนวนศิลปินละ 4 เพลง
  • ศิลปินที่มีเพลงติดอันดับ 3 เพลง: ได้แก่ The Cure, The Clash, New Order, OutKast, Pavement, Pixies, Radiohead และ The Smiths
  • กรณีพิเศษ: Björk มีเพลงติดอันดับ 3 ครั้ง (ผลงานเดี่ยว 2 ครั้ง และผลงานกับวง Sugarcubes 1 ครั้ง) ส่วนสมาชิกที่ยังมีชีวิตอยู่ของ Joy Division เมื่อรวมกับผลงานในนาม New Order จะมีเพลงติดอันดับรวม 5 เพลง
  • บทบาทของ Brian Eno: ไบรอัน อีโน ปรากฏชื่อในหลายสถานะ ได้แก่ ในฐานะผู้แสดง 1 ครั้ง, ผู้ร่วมเขียนเพลง 2 ครั้ง (เพลง "Heroes" ของ David Bowie และ "Born Under Punches" ของ Talking Heads), โปรดิวเซอร์ 4 ครั้ง และมีเพลงที่ถูกนำมาคัฟเวอร์ 2 เพลง
  • ช่วงเวลาที่มีเพลงมากที่สุด: ช่วงปี 1977–1979 มีจำนวนเพลงติดอันดับมากที่สุดคือ 66 เพลง ในขณะที่ช่วงปี 1997–1999 มีจำนวนน้อยที่สุดคือ 38 เพลง

คำถามที่พบบ่อย

The Pitchfork 500 คืออะไร?

คือหนังสือที่จัดทำโดย Pitchfork Media เพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ 500 บทเพลงที่ทรงอิทธิพลและยอดเยี่ยมที่สุดในช่วงปี ค.ศ. 1977 ถึง 2006

หนังสือเล่มนี้เน้นแนวเพลงประเภทใดเป็นพิเศษ?

เน้นแนวเพลงอินดี้ร็อก, ฮิปฮอป, ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์, ป๊อป, เมทัล และดนตรีทดลองใต้ดิน

ศิลปินคนใดมีเพลงติดอันดับในหนังสือเล่มนี้มากที่สุด?

Prince และ Talking Heads โดยมีเพลงติดอันดับคนละ 4 เพลง

คำวิจารณ์ต่อหนังสือเล่มนี้เป็นอย่างไร?

มีทั้งคำชมว่าเป็นการรวบรวมที่ยอดเยี่ยมและคำวิจารณ์ว่าละเลยแนวเพลงสำคัญอย่างคันทรีหรือโซล และสะท้อนเพียงรสนิยมส่วนตัวของบรรณาธิการเท่านั้น