← กลับไปยังบทความทั้งหมด

The Seventh Sign ภาพยนตร์สยองขวัญวันสิ้นโลกสุดระทึกปี 1988

สรุปใจความสำคัญ

  • ภาพยนตร์เรื่องนี้อ้างอิงถึง 'ตราประทับทั้งเจ็ด' จากหนังสือวิวรณ์ในคัมภีร์ไบเบิล
  • เดมี มัวร์ รับบทนำในบทบาทผู้ใหญ่เต็มตัวครั้งแรกในเรื่องนี้
  • เนื้อเรื่องเกี่ยวข้องกับการกลับมาครั้งที่สองของพระเยซูคริสต์และการเสียสละเพื่อมวลมนุษย์

The Seventh Sign เป็นภาพยนตร์ดราม่าสยองขวัญแนววันสิ้นโลกสัญชาติอเมริกันที่ออกฉายในปี 1988 กำกับโดย คาร์ล ชูลท์ซ (Carl Schultz) และเขียนบทโดย คลิฟฟอร์ด และ เอลเลน กรีน (Clifford and Ellen Green) ภาพยนตร์เรื่องนี้โดดเด่นด้วยการนำเอาเรื่องราวจากคัมภีร์ไบเบิล โดยเฉพาะหนังสือวิวรณ์ (Book of Revelation) เกี่ยวกับตราประทับทั้งเจ็ดมาเป็นแกนกลางของเรื่องราว

โปสเตอร์ภาพยนตร์ The Seventh Sign
โปสเตอร์ภาพยนตร์ The Seventh Sign ปี 1988

พล็อตเรื่องสุดระทึก

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเกิดปรากฏการณ์ประหลาดทั่วโลกที่ดูเหมือนจะเป็นสัญญาณเตือนถึงวันสิ้นโลกตามคัมภีร์ไบเบิล เช่น การตายของสัตว์ทะเลจำนวนมากในเฮติ และอากาศที่หนาวจัดอย่างรุนแรงในตะวันออกกลาง โดยมีชายลึกลับคนหนึ่งเดินทางไปทั่วโลกเพื่อเปิดซองจดหมายที่ปิดผนึกไว้ก่อนเกิดเหตุการณ์แต่ละครั้ง

ในขณะเดียวกัน แอบบี้ ควินน์ (รับบทโดย เดมี มัวร์) หญิงตั้งครรภ์ในแคลิฟอร์เนีย และสามีของเธอ รัสเซลล์ (รับบทโดย ไมเคิล บีห์น) ทนายความที่กำลังว่าความให้ จิมมี่ ชายผู้มีภาวะดาวน์ซินโดรมที่ถูกกล่าวหาว่าฆาตกรรมพ่อแม่ของตนเองโดยอ้างว่าพระเจ้าสั่งให้ทำ

การปรากฏตัวของชายลึกลับ

แอบบี้และรัสเซลล์ได้ให้เช่าห้องกับชายลึกลับที่ชื่อ เดวิด แบนนอน ซึ่งเขามักจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตำนานฮีบรูเรื่อง Guf (ที่มาของวิญญาณมนุษย์) ให้พวกเขาฟัง ต่อมาแอบบี้เริ่มฝันร้ายถึงชายที่หน้าตาเหมือนเดวิดถูกทหารโรมันทำร้าย และมีเสียงถามเธอว่า "คุณจะยอมตายเพื่อเขาไหม?"

เมื่อแอบบี้เริ่มสงสัยในตัวเดวิด เธอได้พบหลักฐานที่ทำให้เธอเชื่อว่าเขาจะทำร้ายลูกในท้องของเธอ เมื่อเธอพยายามทำร้ายเขา เธอกลับพบว่าเขาไม่สามารถตายได้ และบาดแผลของเขามีแสงสว่างวาบออกมาแทนที่จะเป็นเลือด ซึ่งนำไปสู่การเปิดเผยว่าเขาคือ พระเยซูคริสต์ ที่เสด็จกลับมาครั้งที่สอง (Second Coming)

การต่อสู้กับคำสาปและจุดจบของโลก

แอบบี้พบว่าเธอคือร่างกลับชาติมาเกิดของ เซราเฟีย หญิงสาวที่เคยหยิบยื่นน้ำให้พระเยซูในอดีต แต่ถูกขัดขวางโดย คาร์ตาฟิลัส (รับบทโดย ปีเตอร์ ฟรีดแมน) ผู้ซึ่งในเรื่องนี้ปลอมตัวเป็นบาทหลวงลุจจิ (Father Lucci) คาร์ตาฟิลัสถูกสาปให้เร่ร่อนบนโลกจนกว่าพระเยซูจะกลับมาพิพากษาโลก เขาจึงต้องการให้วันสิ้นโลกเกิดขึ้นจริงเพื่อที่คำสาปของเขาจะสิ้นสุดลง

เหตุการณ์ดำเนินไปจนถึงจุดสูงสุด เมื่อเกิดสุริยุปราคาและแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ แอบบี้คลอดลูกในท่ามกลางความโกลาหล แต่เด็กที่เกิดมากลับไม่มีวิญญาณ (ซึ่งเป็นสัญญาณที่เจ็ดและสุดท้าย) เพื่อช่วยลูกและมวลมนุษยชาติ แอบบี้ตัดสินใจเสียสละชีวิตของตนเองโดยตอบคำถามว่า "ฉันจะยอมตายเพื่อเขา" วิญญาณของเธอจึงถูกถ่ายโอนไปยังลูก ทำให้เด็กฟื้นคืนชีพและหยุดยั้งวันสิ้นโลกได้สำเร็จ

นักแสดงนำ

  • เดมี มัวร์ (Demi Moore): รับบทเป็น แอบบี้ ควินน์
  • ไมเคิล บีห์น (Michael Biehn): รับบทเป็น รัสเซลล์ ควินน์
  • เยอร์เกน โปรคโนว์ (Jürgen Prochnow): รับบทเป็น เดวิด แบนนอน / ผู้เช่าบ้าน
  • ปีเตอร์ ฟรีดแมน (Peter Friedman): รับบทเป็น บาทหลวงลุจจิ / คาร์ตาฟิลัส

การผลิตและกระแสตอบรับ

ผู้กำกับ คาร์ล ชูลท์ซ กล่าวว่าเขาสนใจโปรเจกต์นี้เพราะได้ทำงานกับนักแสดงนานาชาติ และต้องการนำเสนอภาพยนตร์ในรูปแบบที่เน้นบรรยากาศความลึกลับมากกว่าการใช้เทคนิคพิเศษที่ฟุ่มเฟือย ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับคำวิจารณ์ที่หลากหลายและทำรายได้ในสหรัฐอเมริกาประมาณ 18.8 ล้านดอลลาร์

คำถามที่พบบ่อย

The Seventh Sign คือหนังแนวไหน?

เป็นภาพยนตร์ดราม่าสยองขวัญแนววันสิ้นโลก (Apocalyptic Horror) ที่ผสมผสานเรื่องราวทางศาสนาและความเชื่อเกี่ยวกับคัมภีร์ไบเบิล

จุดสำคัญของเรื่องคืออะไร?

จุดสำคัญคือการที่ตัวเอกต้องเสียสละชีวิตของตนเองเพื่อส่งต่อวิญญาณให้กับลูกที่เกิดมาโดยไม่มีวิญญาณ เพื่อหยุดยั้งวันสิ้นโลก

ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายปีไหน?

ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 1988