← กลับไปยังบทความทั้งหมด

โธมัส เจฟเฟอร์สัน รัสก์ รัฐบุรุษและผู้นำทางทหารแห่งเท็กซัส

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงครามคนแรกของสาธารณรัฐเท็กซัส
  • เป็นหนึ่งในผู้ลงนามในคำประกาศอิสรภาพของเท็กซัส
  • มีบทบาทสำคัญในชัยชนะที่ยุทธการที่ซานจาซินโต
  • ดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกาของสาธารณรัฐเท็กซัส
  • เป็นวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ คนแรกๆ ของรัฐเท็กซัส

โธมัส เจฟเฟอร์สัน รัสก์ (Thomas Jefferson Rusk; 5 ธันวาคม ค.ศ. 1803 – 29 กรกฎาคม ค.ศ. 1857) เป็นผู้นำทางการเมืองและทางทหารคนสำคัญในช่วงก่อตั้งสาธารณรัฐเท็กซัส โดยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงครามคนแรกของสาธารณรัฐ และเป็นนายพลในยุทธการที่ซานจาซินโต (Battle of San Jacinto) ต่อมาเขาได้เข้าสู่การเมืองระดับประเทศในฐานะวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ จากรัฐเท็กซัส ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1846 จนกระทั่งเสียชีวิต และเคยดำรงตำแหน่งประธานชั่วคราวของวุฒิสภาสหรัฐฯ ในปี ค.ศ. 1857

ภาพพอร์ตเทรตของโธมัส เจฟเฟอร์สัน รัสก์
โธมัส เจฟเฟอร์สัน รัสก์ ผู้นำทางการเมืองและทหารของเท็กซัส

ชีวิตช่วงแรกและการย้ายถิ่นฐาน

รัสก์เกิดที่เมืองเพนเดิลตัน รัฐเซาท์แคโรไลนา เป็นบุตรของจอห์น รัสก์ ช่างหิน และสเตอริตต์ รัสก์ เขาเข้าสู่เส้นทางวิชาชีพกฎหมายในปี ค.ศ. 1825 และเริ่มปฏิบัติงานในเมืองคลาร์กสวิลล์ รัฐจอร์เจีย ในปี ค.ศ. 1827 เขาแต่งงานกับแมรี เอฟ. (พอลลี) คลีฟแลนด์ บุตรสาวของนายพลเบนจามิน คลีฟแลนด์

ในช่วงแรก รัสก์ลงทุนในธุรกิจเหมืองทองในรัฐจอร์เจีย แต่ในปี ค.ศ. 1834 เขาประสบปัญหาทางการเงินอย่างรุนแรงเมื่อผู้บริหารบริษัทที่เขาลงทุนยักยอกเงินและหลบหนีไปยังดินแดนเท็กซัสซึ่งขณะนั้นอยู่ภายใต้การปกครองของเม็กซิโก รัสก์จึงเดินทางตามไปยังเมืองนาค็อกโดเชส (Nacogdoches) เพื่อทวงเงินคืน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งเหตุการณ์นี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาตัดสินใจตั้งรกรากในเท็กซัส

บทบาทในการปฏิวัติเท็กซัส

รัสก์กลายเป็นพลเมืองของเม็กซิโกในปี ค.ศ. 1835 และเริ่มมีส่วนร่วมในขบวนการเรียกร้องเอกราชหลังจากเห็นความเผด็จการของรัฐบาลเม็กซิโก เขาได้รวบรวมอาสาสมัครจากนาค็อกโดเชสเพื่อเข้าร่วมกับกองทัพของสตีเฟน เอฟ. ออสติน ในการป้องกันปืนใหญ่ที่เมืองกอนซาเลส (Gonzales)

ในด้านการเมือง รัสก์มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในฐานะตัวแทนจากนาค็อกโดเชสในการประชุมปี ค.ศ. 1836 โดยเขาไม่เพียงแต่เป็นผู้ลงนามใน คำประกาศอิสรภาพของเท็กซัส (Texas Declaration of Independence) แต่ยังเป็นประธานคณะกรรมการปรับปรุงรัฐธรรมนูญของสาธารณรัฐเท็กซัสอีกด้วย

เมื่อรัฐบาลชั่วคราวจัดตั้งขึ้นในวันที่ 17 มีนาคม ค.ศ. 1836 รัสก์ได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงคราม และได้ช่วยประธานาธิบดีเดวิด เบอร์เน็ต ย้ายรัฐบาลไปยังเมืองแฮร์ริสเบิร์กหลังจากเหตุการณ์การล่มสลายของป้อมอลาโม (The Alamo)

ภาพวาดหรือเอกสารทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับยุคสาธารณรัฐเท็กซัส
การจัดตั้งรัฐบาลและกองทัพในช่วงการปฏิวัติเท็กซัส

ความสำเร็จทางทหารที่ซานจาซินโต

รัสก์ได้รับคำสั่งจากประธานาธิบดีเบอร์เน็ตให้ประสานงานกับนายพลแซม ฮิวสตัน เพื่อต่อต้านกองทัพเม็กซิโก เขาได้เข้าร่วมการรบอย่างกล้าหาญในยุทธการที่ซานจาซินโต เมื่อวันที่ 21 เมษายน ค.ศ. 1836 ซึ่งนำไปสู่ความพ่ายแพ้ของนายพลซานตา อันนา และชัยชนะเด็ดขาดของเท็กซัส

หลังจากนั้น ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม ค.ศ. 1836 รัสก์ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพสาธารณรัฐเท็กซัส โดยมียศเป็นนายพลจัตวา (Brigadier General) เขาได้นำกองทัพติดตามทหารเม็กซิโกที่ถอยร่นกลับไปยังแม่น้ำริโอแกรนด์เพื่อให้แน่ใจว่าศัตรูได้ออกจากดินแดนเท็กซัสอย่างสมบูรณ์

การบริหารในยุคสาธารณรัฐเท็กซัส

ในรัฐบาลชุดแรกที่มาจากการเลือกตั้ง ประธานาธิบดีฮิวสตันได้แต่งตั้งให้รัสก์เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงครามอีกครั้ง แต่เขาลาออกหลังจากนั้นไม่นานเพื่อจัดการปัญหาครอบครัว อย่างไรก็ตาม เขาได้กลับมามีบทบาททางการเมืองในฐานะตัวแทนของนาค็อกโดเชสในสภาคองเกรสชุดที่สองของสาธารณรัฐ (ค.ศ. 1837–1838)

รัสก์ยังมีความสามารถโดดเด่นในด้านกฎหมาย โดยได้รับเลือกให้เป็นประธานศาลฎีกาของสาธารณรัฐเท็กซัส (Chief Justice of the Republic of Texas Supreme Court) ในวันที่ 12 ธันวาคม ค.ศ. 1838 และดำรงตำแหน่งจนถึงเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1840

ภาพสถานที่หรืออนุสรณ์สถานในเท็กซัส
มรดกทางประวัติศาสตร์ของรัฐเท็กซัสและผู้นำยุคก่อตั้ง

การป้องกันชายแดนและการศึกษา

ในฐานะนายพลกองกำลังอาสาสมัคร (Major General of the Militia) รัสก์ได้นำกองกำลังปราบปรามการกบฏของคอร์โดวา (Córdova Rebellion) ในปี ค.ศ. 1838 และจัดการกับความขัดแย้งกับชาวอินเดียนเผ่าคิกกะพูและแคดโด

นอกจากบทบาททางทหารและกฎหมาย รัสก์ยังให้ความสำคัญกับการศึกษา โดยเป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยนาค็อกโดเชส (Nacogdoches University) ซึ่งเปิดดำเนินการระหว่างปี ค.ศ. 1845–1895 โดยเขาดำรงตำแหน่งรองประธานในปี ค.ศ. 1845 และขึ้นเป็นประธานมหาวิทยาลัยในปี ค.ศ. 1846

การเข้าสู่สหรัฐอเมริกาและบทบาทในวุฒิสภา

รัสก์เป็นผู้สนับสนุนการรวมเท็กซัสเข้ากับสหรัฐอเมริกา (Annexation) และเป็นประธานการประชุมปี ค.ศ. 1845 ที่ยอมรับเงื่อนไขการรวมรัฐ หลังจากเท็กซัสกลายเป็นรัฐหนึ่งของสหรัฐฯ รัสก์และแซม ฮิวสตัน ได้รับเลือกให้เป็นวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ จากรัฐเท็กซัสในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1846

ในวุฒิสภา รัสก์สนับสนุนประธานาธิบดีเจมส์ เค. โพล์ก ในเรื่องความจำเป็นของสงครามเม็กซิโก-อเมริกา และการเข้ายึดครองแคลิฟอร์เนีย เพื่อขยายอาณาเขตของสหรัฐฯ ไปทางทิศตะวันตก

วาระสุดท้ายของชีวิต

โธมัส เจฟเฟอร์สัน รัสก์ ดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิกจนกระทั่งเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1857 โดยเขาจบชีวิตลงด้วยการฆ่าตัวตายในวันที่ 29 กรกฎาคม ค.ศ. 1857 ขณะที่ยังดำรงตำแหน่งประธานชั่วคราวของวุฒิสภาสหรัฐฯ

คำถามที่พบบ่อย

โธมัส เจฟเฟอร์สัน รัสก์ มีบทบาทอย่างไรในการปฏิวัติเท็กซัส?

เขาเป็นผู้ลงนามในคำประกาศอิสรภาพของเท็กซัส และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงครามคนแรกของสาธารณรัฐเท็กซัส รวมถึงเป็นนายพลในยุทธการที่ซานจาซินโตซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสงคราม

รัสก์เคยดำรงตำแหน่งทางกฎหมายสูงสุดในเท็กซัสหรือไม่?

ใช่ เขาได้รับเลือกให้เป็นประธานศาลฎีกาของสาธารณรัฐเท็กซัส (Chief Justice) ระหว่างปี ค.ศ. 1838 ถึง 1840

โธมัส เจฟเฟอร์สัน รัสก์ เสียชีวิตอย่างไร?

เขาเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายในวันที่ 29 กรกฎาคม ค.ศ. 1857 ขณะดำรงตำแหน่งวุฒิสภาสหรัฐฯ

รัสก์มีส่วนช่วยในการก่อตั้งสถาบันการศึกษาในเท็กซัสอย่างไร?

เขาเป็นผู้ก่อตั้งและประธานของมหาวิทยาลัยนาค็อกโดเชส (Nacogdoches University) ซึ่งเปิดดำเนินการในช่วงปี ค.ศ. 1845–1895