Thomas R. Pickering นักการทูตระดับตำนานของสหรัฐฯ
สรุปใจความสำคัญ
- Thomas R. Pickering เป็นนักการทูตอาชีพที่ได้รับยศ Career Ambassador ซึ่งเป็นยศสูงสุดในสายงานการทูตของสหรัฐฯ
- เขาเคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตใน 7 ประเทศ/องค์กรสำคัญ รวมถึงรัสเซีย, อินเดีย, อิสราเอล และสหประชาชาติ
- มีบทบาทสำคัญในการนำคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในช่วงสงครามกัลฟ์ครั้งที่หนึ่ง
- ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ถึง 12 ปริญญา
Thomas Reeve Pickering (เกิด 5 พฤศจิกายน 1931) เป็นอดีตนักการทูตชาวอเมริกันผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางนโยบายต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของโลก

ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา
Pickering เกิดที่เมือง Orange รัฐนิวเจอร์ซีย์ เติบโตในเมือง Rutherford และจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยม Rutherford High School
เขาเข้าศึกษาที่ Bowdoin College ในปี 1949 และจบการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง (cum laude) ในสาขาวิชาประวัติศาสตร์ในปี 1953 นอกจากนี้เขายังเป็นสมาชิกของ Theta Delta Chi และ Phi Beta Kappa
หลังจากนั้น เขาได้รับปริญญาโทจาก Fletcher School of Law and Diplomacy ที่มหาวิทยาลัย Tufts และได้รับทุน Fulbright Fellowship เพื่อเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเมลเบิร์นในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเขาได้รับปริญญาโทใบที่สองในปี 1956
ก่อนที่จะเข้าทำงานในกระทรวงการต่างประเทศ Pickering Pickering ได้รับราชการทหารในกองทัพเรือสหรัฐฯ ระหว่างปี 1956 ถึง 1959 และต่อมาได้ดำรงตำแหน่งในกองทัพเรือสำรอง โดยมียศสูงสุดคือนาวาโท (Lieutenant Commander)
เส้นทางอาชีพการทูต
ตลอดระยะเวลาสี่ทศวรรษในสายงานการทูต Pickering ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตในหลายประเทศและองค์กรสำคัญ ได้แก่:
- รัสเซีย (1993–1996)
- อินเดีย (1992–1993)
- สหประชาชาติ (1989–1992)
- อิสราเอล (1985–1988)
- เอลซัลวาดอร์ (1983–1985)ล
- ไนจีเรีย (1981–1983)
- จอร์แดน (1974–1978)
นอกจากนี้ เขายังดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศฝ่ายกิจการการเมือง (Under Secretary of State for Political Affairs) ระหว่างปี 1997 ถึง 2000 และได้รับยศ Career Ambassador ซึ่งเป็นยศสูงสุดในสายงานการทูตของสหรัฐฯ
การทำงานในตำแหน่งเอกอัครราชทูต
ในช่วงแรกของอาชีพ เขาได้รับมอบหมายให้ไปประจำการที่สถานทูตสหรัฐฯ ในแทนซาเนีย และเป็นผู้ช่วยพิเศษของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ William P. Rogers และ Henry Kissinger
ในขณะที่ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำจอร์แดนในช่วงกลางทศวรรษ 1970 กษัตริย์ฮุสเซนแห่งจอร์แดนทรงยกย่องว่าเขาเป็น "เอกอัครราชทูตอเมริกันที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่ข้าพเจ้าเคยติดต่อด้วย"
บทบาทในเอลซัลวาดอร์และอิสราเอล
ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำเอลซัลวาดอร์ (1984) เขาต้องเผชิญกับคำขู่ฆ่าจากนักการเมืองฝ่ายขวาในเอลซัลวาดอร์ และการกดดันจากวุฒิสมาชิก Jesse Helms ให้ปลดเขาออกจากตำแหน่ง โดยมีข้อกล่าวหาว่าเขาแทรกแซงการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี Ronald Reagan ได้ให้การสนับสนุน Pickering อย่างเต็มที่
เมื่อย้ายมาดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำอิสราเอล เขาได้วิพากษ์วิจารณ์นโยบายของอิสราเอลในการเนรเทศชาวปาเลสไตน์ที่ถูกกล่าวหาว่าปลุกปั่นการลุกฮือ โดยย้ำกับนายกรัฐมนตรี Yitzhak Shamir ว่าสหรัฐฯ ถือว่าการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมายและไม่ส่งผลดีต่อสันติภาพ
บทบาทในสหประชาชาติและอินเดีย
ในปี 1989 ประธานาธิบดี George H. W. Bush แต่งตั้งเขาเป็นเอกอัครราชทูตประจำสหประชาชาติ ซึ่งได้รับการอนุมัติจากวุฒิสภาเกือบเป็นเอกฉันท์ Pickering เล่นบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในช่วงสงครามกัลฟ์ครั้งที่หนึ่ง (First Gulf War) โดยเป็นผู้นำในการประสานงานการตอบสนองของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ต่อการรุกรานคูเวตของอิรัก
อย่างไรก็ตาม การย้ายตำแหน่งของเขาจากสหประชาชาติไปเป็นเอกอัครราชทูตประจำอินเดียในปี 1992 ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก โดยหนังสือพิมพ์ New York Times ระบุว่าเขาเป็น "ตัวแทนสหรัฐฯ ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาในองค์กรนี้" และมองว่าการย้ายตำแหน่งครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะเขาโดดเด่นเกินไปจนบดบังรัศมีของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ James A. Baker
บทบาทในรัสเซียและตำแหน่งรองปลัดกระทรวง
ตำแหน่งเอกอัครราชทูตสุดท้ายของเขาคือเอกอัครราชทูตประจำรัสเซีย ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดี Bill Clinton
ในปี 1994 เขาได้เขียนรายงานระบุว่า "ความเกลียดชังต่อการขยายตัวของ NATO ในระยะแรกนั้นเป็นสิ่งที่รู้สึกได้ทั่วไปในทุกภาคส่วนทางการเมืองของรัสเซีย" ซึ่งเป็นรายงานที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซียในช่วงเวลานั้น
จากนั้น ในปี 1997 ถึง 2001 เขาได้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศฝ่ายกิจการการเมือง ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดอันดับสามของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ โดยนิตยสาร Time ยกย่องเขาว่าเป็น "นายพลห้าดาวของคณะทูต"
ชีวิตหลังเกษียณ
หลังจากเกษียณจากงานการทูตในปี 2001 Pickering ได้ทำงานเป็นรองประธานอาวุโสฝ่ายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่บริษัท Boeing จนถึงปี 2006
คำถามที่พบบ่อย
Thomas R. Pickering คือใคร?
เขาเป็นอดีตนักการทูตระดับสูงของสหรัฐอเมริกาที่ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตในหลายประเทศสำคัญทั่วโลก และดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศฝ่ายกิจการการเมือง
Pickering เคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตที่ไหนบ้าง?
เขาเคยเป็นเอกอัครราชทูตประจำรัสเซีย, อินเดีย, สหประชาชาติ, สsหรัฐฯ ประจำอิสราเอล, เอลซัลวาดอร์, ไนจีเรีย และจอร์แดน
ทำไมเขาถึงถูกเรียกว่า 'นายพลห้าดาวของคณะทูต'?
เป็นฉายาที่ได้รับจากนิตยสาร Time เนื่องจากประสบการณ์ที่กว้างขวาง ความเชี่ยวี่ยวชาญ และการดำรงตำแหน่งสำคัญในระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ

