ดัชนีรอยบากนิ้วมือ วิธีการค้นหาข้อมูลในหนังสือเล่มใหญ่
สรุปใจความสำคัญ
- ดัชนีรอยบากนิ้วมือใช้ในหนังสือเล่มใหญ่ เช่น พจนานุกรมและสารานุกรม
- Arthur S. Friedman เป็นผู้จดสิทธิบัตรวิธีการสร้างดัชนีรอยบากในยุค 1970
- ช่วยให้ผู้อ่านสามารถเข้าถึงส่วนต่างๆ ของหนังสือได้รวดเร็วขึ้นโดยการใช้รอยบากที่ขอบกระดาษ
ดัชนีรอยบากนิ้วมือ (Thumb Index) หรือที่รู้จักกันในชื่อ cut-in index, index notch, thumb cut หรือ thumb tab คือการตัดรอยบากรูปทรงกลมหรือรูปทรงโค้งที่ขอบกระดาษของหนังสือเล่มใหญ่ เช่น พจนานุกรม, สารานุกรม, คัมภีร์ไบเบิล และหนังสืออ้างอิงทางศาสนา รวมถึงงานเขียนอ้างอิงที่แบ่งเป็นส่วนๆ ตามตัวอักษร เพื่อให้ผู้อ่านสามารถค้นหาหัวข้อหรือตัวอักษรที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว

ประวัติและการพัฒนา
ในช่วงทศวรรษ 1970 วิศวกรการพิมพ์จากนิวยอร์กชื่อ Arthur S. Friedman ได้คิดค้นและจดสิทธิบัตรวิธีการสร้างดัชนีรอยบากหลายรูปแบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต
นอกจากนี้ Charles Halbert Denison ยังได้จดสิทธิบัตรระบบดัชนีรอยบากที่ขอบกระดาษสำหรับการทำบัญชี ซึ่งธุรกิจของเขาถูกส่งต่อให้ภรรยาของเขา Dimies T. Stocking Denison ดูแลต่อหลังจากที่เขาเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1911
ประโยชน์ของดัชนีรอยบากนิ้วมือ
- ความรวดเร็ว: ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเปิดไปยังส่วนที่ต้องการได้ทันทีโดยไม่ต้องไล่เปิดทีละหน้า
- ความสะดวก: ลดเวลาในการค้นหาข้อมูลในหนังสือที่มีจำนวนหน้ามาก
- การจัดระเบียบ:
ช่วยให้โครงสร้างของหนังสือมีความชัดเจนและแบ่งส่วนตามหมวดหมู่หรือตัวอักษรอย่างเป็นระบบ
คำถามที่พบบ่อย
ดัชนีรอยบากนิ้วมือคืออะไร?
คือการตัดรอยบากรูปทรงกลมที่ขอบกระดาษของหนังสือ เพื่อใช้เป็นจุดนำทางให้ผู้อ่านเปิดไปยังส่วนที่ต้องการได้รวดเร็วขึ้น
ดัชนีรอยบากนิ้วมือมักพบในหนังสือประเภทใด?
มักพบในหนังสืออ้างอิงเล่มใหญ่ เช่น พจนานุกรม, สารานุกรม และคัมภีร์ทางศาสนา
ใครเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีนี้?
มีผู้พัฒนาหลายคน เช่น Arthur S. Friedman ในช่วงปี 1970 และ Charles Halbert Denison สำหรับการทำบัญชี