ไทเกอร์เบย์ ประวัติศาสตร์ชุมชนพหุวัฒนธรรมที่เก่าแก่ที่สุดในเวลส์
สรุปใจความสำคัญ
- ไทเกอร์เบย์เป็นชุมชนพหุวัฒนธรรมที่เก่าแก่ที่สุดในเวลส์ โดยมีผู้คนจากกว่า 50 สัญชาติเข้ามาตั้งถิ่นฐาน
- ท่าเรือคาร์ดิฟฟ์เคยเป็นศูนย์กลางการส่งออกถ่านหินที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งขับเคลื่อนยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม
- ชื่อ 'ไทเกอร์เบย์' มีที่มาจากกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากในแม่น้ำเซเวิร์น
- การพัฒนาพื้นที่เป็น 'คาร์ดิฟฟ์เบย์' ในช่วงปี 1999 เป็นประเด็นถกเถียงเนื่องจากมีการรื้อถอนชุมชนดั้งเดิม
ไทเกอร์เบย์ (Tiger Bay) หรือในภาษาเวลส์เรียกว่า Bae Teigr คือชื่อเรียกท้องถิ่นของพื้นที่ในเมืองคาร์ดิฟฟ์ ซึ่งครอบคลุมบริเวณบิวโทน (Butetown) และท่าเรือคาร์ดิฟฟ์ (Cardiff Docks) ปัจจุบันพื้นที่นี้ถูกเรียกว่า คาร์ดิฟฟ์เบย์ (Cardiff Bay) หลังจากมีการสร้างเขื่อนกั้นน้ำ (Cardiff Barrage) เพื่อเปลี่ยนแม่น้ำเอลี (Ely) และแม่น้ำทัฟฟ์ (Taff) ให้กลายเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่
ไทเกอร์เบย์ได้รับการยอมรับว่าเป็นชุมชนพหุวัฒนธรรมที่เก่าแก่ที่สุดในเวลส์ โดยมีกะลาสีและคนงานจากกว่า 50 ประเทศทั่วโลกเข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ช่วงกลางศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา

ภูมิหลังและการพัฒนาท่าเรือ
ท่าเรือคาร์ดิฟฟ์มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาเมืองคาร์ดิฟฟ์ เนื่องจากเป็นช่องทางหลักในการส่งออกถ่านหินจากหุบเขาทางตอนใต้ของเวลส์ไปยังส่วนต่างๆ ของโลก ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมเหมืองถ่านหินไม่เพียงแต่ทำให้คาร์ดิฟฟ์เติบโตจนกลายเป็นเมืองหลวงของเวลส์ แต่ยังทำให้มาร์ควิสแห่งบิวท์ (Marquess of Bute) รุ่นที่ 3 กลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกในขณะนั้น
การพัฒนาเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1794 ด้วยการสร้างคลองแกลมอร์แกนเชียร์ (Glamorganshire Canal) เชื่อมต่อคาร์ดิฟฟ์กับเมอร์ธีร์ (Merthyr) และในปี ค.ศ. 1798 ได้มีการสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อเชื่อมต่อคลองกับทะเล ต่อมามาร์ควิสแห่งบิวท์ รุ่นที่ 2 ได้ผลักดันให้มีการสร้างท่าเรือ West Bute Dock ซึ่งเปิดใช้งานในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1839 ตามด้วยการเปิดทางรถไฟ Taff Vale Railway ในอีกสองปีต่อมา ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1850 เป็นต้นไป ถ่านหินได้เข้ามาแทนที่เหล็กกล้าในฐานะรากฐานทางอุตสาหกรรมของเวลส์ตอนใต้

การเติบโตของชุมชน 'ไทเกอร์เบย์'
เมื่อการส่งออกถ่านหินเพิ่มขึ้น ประชากรในพื้นที่ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ในช่วงทศวรรษที่ 1840 และ 1850 ได้มีการสร้างย่านที่พักอาศัยรอบๆ จัตุรัสเมาท์สจวร์ต (Mount Stuart Square) และจัตุรัสเลาดูน (Loudoun Square) เพื่อรองรับพ่อค้า นายหน้า ผู้รับเหมา และชาวเรือจากทั่วโลก
พื้นที่นี้ได้รับชื่อว่า "ไทเกอร์เบย์" เนื่องจากกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากบริเวณปากแม่น้ำเซเวิร์น (River Severn) และได้กลายเป็นหนึ่งในชุมชนพหุวัฒนธรรมที่เก่าแก่ที่สุดในสหราชอาณาจักร โดยมีผู้อพยพจากกว่า 50 สัญชาติ เช่น นอร์เวย์ โซมาเลีย เยเมน สเปน อิตาลี แคริบเบียน และไอร์แลนด์ ผู้คนจากพื้นเพที่แตกต่างกันได้ใช้ชีวิตร่วมกัน สังคมพบปะ และแต่งงานข้ามเชื้อชาติ

ระหว่างทศวรรษที่ 1940 ถึงปี ค.ศ. 1968 Cairo Café ซึ่งดำเนินกิจการโดย อาลี ซาลามาน กะลาสีชาวเยเมนและภรรยาชาวเวลส์ชื่อโอลีฟ ได้กลายเป็นศูนย์กลางของชุมชนที่หลากหลาย โดยเป็นทั้งร้านอาหาร บ้านพัก และมัสยิดในที่เดียวกัน
ความรุ่งเรืองและชื่อเสียง
การส่งออกถ่านหินผ่านท่าเรือคาร์ดิฟฟ์พุ่งสูงถึง 2 ล้านตันในปี ค.ศ. 1862 และเพิ่มขึ้นเป็น 10.7 ล้านตันในปี ค.ศ. 1913 ต่อมามีการเปิดท่าเรือ Roath Dock ในปี ค.ศ. 1887 และ Queen Alexandra Dock ในปี ค.ศ. 1907 เพื่อรองรับปริมาณถ่านหินที่มหาศาล
อย่างไรก็ตาม ไทเกอร์เบย์มีชื่อเสียงในด้านการเป็นพื้นที่ที่อันตรายและดุเดือด แต่สำหรับคนในพื้นที่กลับมองว่าเป็นสถานที่ที่เป็นมิตรมากกว่า ความเชื่อที่ว่าที่นี่เป็นย่านโคมแดงของคาร์ดิฟฟ์นั้น ส่วนใหญ่เป็นความเข้าใจผิด เนื่องจากย่านโคมแดงที่แท้จริงคือถนน Charlotte Street และ Whitmore Lane ซึ่งอยู่นอกเขตไทเกอร์เบย์

การเสื่อมถอยและการพัฒนาใหม่
หลังจากการนัดหยุดงานทั่วไปในปี ค.ศ. 1926 และภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression) การส่งออกถ่านหินลดลงอย่างมาก และสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1964 ส่งผลให้เศรษฐกิจท้องถิ่นทรุดตัวลง เกิดอัตราการว่างงานสูงถึง 60% ในย่านบิวโทน
ในช่วงทศวรรษที่ 1960 มีการรื้อถอนบ้านเรือนและย้ายผู้อยู่อาศัยในบิวโทนไปยังแฟลตสูง (Tower Blocks) ซึ่งไม่เป็นที่นิยม ส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานเสื่อมโทรมลง จนกระทั่งในช่วงปี ค.ศ. 1999 พื้นที่นี้ได้รับการพัฒนาใหม่โดย Cardiff Bay Development Corporation

การพัฒนานี้เน้นไปที่การสร้างเขื่อนกั้นน้ำ Cardiff Bay Barrage ซึ่งเปลี่ยนพื้นที่ให้กลายเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ และเปลี่ยนชื่อพื้นที่จาก "ไทเกอร์เบย์" เป็น "คาร์ดิฟฟ์เบย์" ซึ่งเป็นประเด็นที่ก่อให้เกิดการโต้เถียงอย่างมากในขณะนั้น เนื่องจากเป็นการลบเลือนอัตลักษณ์ดั้งเดิมของชุมชนพหุวัฒนธรรม
คำถามที่พบบ่อย
ไทเกอร์เบย์คืออะไร?
ไทเกอร์เบย์คือชื่อเรียกท้องถิ่นของพื้นที่ในเมืองคาร์ดิฟฟ์ ประเทศเวลส์ ซึ่งครอบคลุมย่านบิวโทนและท่าเรือคาร์ดิฟฟ์ โดยเป็นชุมชนพหุวัฒนธรรมที่เก่าแก่ที่สุดในเวลส์
ทำไมพื้นที่นี้ถึงมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์?
เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญในการส่งออกถ่านหินจากเวลส์สู่ทั่วโลก และเป็นสถานที่ที่สร้างความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรมในสหราชอาณาจักรตั้งแต่ศตวรรษที่ 19
ทำไมถึงเปลี่ยนชื่อเป็นคาร์ดิฟฟ์เบย์?
เพราะมีการสร้างเขื่อนกั้นน้ำ (Cardiff Bay Barrage) เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ให้กลายเป็นทะเลสาบน้ำจืด และมีการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและศูนย์กลางธุรกิจสมัยใหม่

