← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ประวัติบริษัท ทิลลิง-สตีเวนส์ ผู้บุกเบิกยานยนต์ไฟฟ้าไฮบริดยุคแรก

สรุปใจความสำคัญ

  • ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1897 ในเมืองเมดสโตน ประเทศอังกฤษ
  • เป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีระบบส่งกำลังแบบเบนซิน-ไฟฟ้า (Petrol-Electric) สำหรับรถบัส
  • เคยร่วมมือกับผู้ประกอบการรถบัสรายใหญ่ Thomas Tilling ในการผลิตรถบัส
  • ถูกควบรวมกิจการโดย Rootes Group ในปี ค.ศ. 1950

ทิลลิง-สตีเวนส์ (Tilling-Stevens) เป็นผู้ผลิตรถบัสและยานพาหนะเชิงพาณิชย์สัญชาติอังกฤษที่มีฐานการผลิตในเมืองเมดสโตน (Maidstone) มณฑลเคนต์ โดยบริษัทมีชื่อเสียงโดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ระบบเบนซิน-ไฟฟ้า (Petrol-Electric vehicles) ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของเทคโนโลยีไฮบริดในยุคแรกเริ่ม บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1897 และดำเนินกิจการอย่างอิสระจนกระทั่งปี ค.ศ. 1950 เมื่อถูกควบรวมกิจการโดยกลุ่มรูทส์ (Rootes Group)

รถบัส Tilling-Stevens รุ่นคลาสสิก
รถบัส Tilling-Stevens ที่แสดงให้เห็นถึงการออกแบบยานพาหนะเชิงพาณิชย์ในยุคต้นศตวรรษที่ 20

จุดเริ่มต้นและนวัตกรรมของ W.A. Stevens

บริษัทเริ่มต้นจากการเป็นกิจการของ วิลเลียม อาเธอร์ สตีเวนส์ (William Arthur Stevens) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในเมืองเมดสโตนเมื่อปี ค.ศ. 1897 ต่อมาในปี ค.ศ. 1906 สตีเวนส์ได้สร้างยานพาหนะระบบเบนซิน-ไฟฟ้าคันแรก โดยใช้การออกแบบที่ได้รับสิทธิบัตรของ เพอร์ซิวาล ฟรอสต์-สมิธ (Percival Frost-Smith)

หลักการทำงานของระบบนี้คือ การใช้เครื่องยนต์เบนซินขับเคลื่อนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) จากนั้นกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้จะถูกส่งไปยังมอเตอร์ขับเคลื่อน (Traction Motor) เพื่อหมุนล้อหลัง ซึ่งช่วยลดความยุ่งยากในการเปลี่ยนเกียร์แบบดั้งเดิม นอกจากนี้ สตีเวนส์ยังได้จดสิทธิบัตรระบบการดัดแปลงรถบัสเบนซินทั่วไปให้เป็นระบบไฟฟ้าแบตเตอรี่หรือระบบเบนซิน-ไฟฟ้า (สิทธิบัตรเลขที่ GB190820210)

ภาพเอกสารหรือชิ้นส่วนทางวิศวกรรมของ W.A. Stevens
นวัตกรรมทางวิศวกรรมในช่วงเริ่มต้นของ W.A. Stevens
รายละเอียดระบบส่งกำลังไฟฟ้า
รายละเอียดทางเทคนิคของระบบส่งกำลังเบนซิน-ไฟฟ้า

บทบาทของ เพอร์ซิวาล ฟรอสต์-สมิธ

เพอร์ซิวาล แฮร์รี ฟรอสต์-สมิธ (Percival Harry Frost-Smith) ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของ Tilling-Stevens Ltd ในช่วงปี ค.ศ. 1915–16 เขาเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนายานยนต์ โดยจดสิทธิบัตรการปรับปรุงยานยนต์หลายฉบับระหว่างปี ค.ศ. 1908 ถึง 1918 เช่น:

  • ระบบขับเคลื่อนแบบเฟืองหนอน (Worm drive) สำหรับยานพาหนะ (พัฒนาร่วมกับ William Arthur Stevens)
  • การปรับปรุงระบบเฟืองหนอนสำหรับยานพาหนะขับเคลื่อนด้วยเครื่องกล (พัฒนาร่วมกับ Francis Edwin Brown)
  • การปรับปรุงระบบไฟส่องสว่างของยานพาหนะ (พัฒนาร่วมกับ Victor Snow Robinson)
  • ระบบควบคุมที่ปรับปรุงแล้วสำหรับยานพาหนะเบนซิน-ไฟฟ้า (ในนาม Tilling-Stevens Ltd)

การผลิตรถบัสและการขยายตัว

ในระยะแรก ระบบส่งกำลังเบนซิน-ไฟฟ้าถูกนำไปติดตั้งในแชสซีที่สร้างโดย J & E Hall แห่งเมืองดาร์ตฟอร์ด ภายใต้ชื่อทางการค้า Hallford-Stevens และยังมีการส่งมอบระบบส่งกำลังให้กับ Dennis Bros แห่งเมืองกิลด์ฟอร์ด ซึ่งเรียกยานพาหนะเหล่านั้นว่า Dennis-Stevens

รถบัส Tilling-Stevens รุ่นแรกๆ
รถบัสที่ใช้ระบบส่งกำลังเบนซิน-ไฟฟ้า
รถบัส Tilling-Stevens ในการใช้งานจริง
การนำรถบัส Tilling-Stevens ไปใช้งานในระบบขนส่งสาธารณะ

ต่อมาบริษัทได้ตกลงร่วมมือกับ โทมัส ทิลลิง (Thomas Tilling) ผู้ประกอบการรถบัสรายใหญ่ เพื่อผลิตรถบัสภายใต้ชื่อ Tilling-Stevens ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจากขับง่ายและมีความทนทาน โดยเฉพาะในกลุ่มคนขับรถบัสที่คุ้นเคยกับระบบส่งกำลังนี้มากกว่าเกียร์แบบ Crash Gearbox (ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่มีระบบ Synchromesh) ทำให้บริษัทสามารถส่งออกแชสซีไปยังผู้ประกอบการรถบัสทั้งในสหราชอาณาจักรและต่างประเทศ

รถบัส Tilling-Stevens รุ่นส่งออก
การขยายตลาดของ Tilling-Stevens ไปยังต่างประเทศ
รถบัส Tilling-Stevens รุ่นปี 1920
รถบัส Tilling-Stevens ที่มีความโดดเด่นด้านความทนทาน

ผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 1 และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 กองทัพบกอังกฤษมองว่าแชสซีระบบเบนซิน-ไฟฟ้าไม่เหมาะสำหรับใช้ในฝรั่งเศส เนื่องจากอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ติดตั้งในตำแหน่งต่ำมีความเสี่ยงต่อการชำรุดเสียหายได้ง่าย ในขณะเดียวกัน ช่วงสงครามมีการฝึกคนขับรถจำนวนมากให้ใช้เกียร์แบบดั้งเดิม และการพัฒนาเกียร์แบบกลไกให้ทำงานได้เงียบขึ้น ทนทานขึ้น และประหยัดน้ำมันมากขึ้น ส่งผลให้ความนิยมในระบบเบนซิน-ไฟฟ้าลดลง

ภายในทศวรรษ 1930 Tilling-Stevens จึงต้องปรับตัวโดยการผลิตแชสซีที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินและดีเซลแบบดั้งเดิม พร้อมระบบเกียร์และส่งกำลังแบบกลไก

รถบัส Tilling-Stevens รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล
การเปลี่ยนผ่านสู่การใช้เครื่องยนต์ดีเซลและเกียร์แบบกลไกในยุค 1930

รถบัสไฟฟ้า (Trolleybuses) และยานพาหนะขนส่งสินค้า

Tilling-Stevens ยังได้ผลิตรถบัสไฟฟ้า (Trolleybuses) โดยเริ่มจากการดัดแปลงรุ่น TS6 ให้เป็นรถบัสไฟฟ้าสำหรับเทศบาลเมืองวูล์ฟแฮมป์ตัน (Wolverhampton Corporation) ในปี ค.ศ. 1923 นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาแชสซีรุ่น PERC1 ที่สามารถใช้ได้ทั้งเครื่องยนต์เบนซินขับไดนาโมเพื่อจ่ายไฟให้มอเตอร์ และรับไฟจากสายส่งเหนือศีรษะได้ด้วย

รถบรรทุก Tilling-Stevens
การขยายสายการผลิตไปยังรถบรรทุกและยานพาหนะเชิงพาณิชย์

ในด้านยานพาหนะขนส่งสินค้า บริษัทได้ผลิตรถบรรทุกและรถใช้งานพิเศษ เช่น รถขนส่งนักโทษของรัฐในปี ค.ศ. 1927 และรถฉุกเฉิน โดยใช้แชสซีที่มีน้ำหนักบรรทุกรวมไม่เกิน 2,500 กิโลกรัม

รถบรรทุกไฟส่องสว่างทางทหารในสงครามโลกครั้งที่ 2
รถบรรทุกติดตั้งไฟส่องสว่าง (Searchlight Lorry) ที่ใช้ในภารกิจทางทหารช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
รถบรรทุก Tilling-Stevens รุ่นหลังสงคราม
ยานพาหนะเชิงพาณิชย์ของ Tilling-Stevens ในช่วงปลายยุค

การสิ้นสุดของบริษัท

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 Tilling-Stevens ยังคงผลิตรถบัส โดยมีการส่งออกครั้งใหญ่ไปยังฮ่องกงในปี ค.ศ. 1947–48 จำนวน 158 คัน ให้กับบริษัท China Motor Bus และ Kowloon Motor Bus

ในที่สุด บริษัทถูกซื้อกิจการโดย กลุ่มรูทส์ (Rootes Group) ในปี ค.ศ. 1950 ซึ่งเทคโนโลยีเครื่องยนต์สามสูบ สองจังหวะ ที่บริษัทพัฒนาขึ้นได้ถูกนำไปใช้ในรถบรรทุก Commer ของกลุ่มรูทส์ในเวลาต่อมา

คำถามที่พบบ่อย

Tilling-Stevens คือบริษัทอะไร?

เป็นผู้ผลิตรถบัสและยานพาหนะเชิงพาณิชย์จากอังกฤษที่เชี่ยวชาญด้านระบบส่งกำลังแบบเบนซิน-ไฟฟ้า (Petrol-Electric) ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20

ระบบเบนซิน-ไฟฟ้าของ Tilling-Stevens ทำงานอย่างไร?

ใช้เครื่องยนต์เบนซินขับเคลื่อนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เพื่อส่งกระแสไฟฟ้าไปยังมอเตอร์ขับเคลื่อนที่ล้อหลัง แทนการใช้เกียร์แบบกลไก

ทำไมระบบเบนซิน-ไฟฟ้าถึงเสื่อมความนิยมลง?

เนื่องจากความเปราะบางของอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อใช้งานในพื้นที่ทุรกันดาร (เช่น ในสงครามโลกครั้งที่ 1) และการพัฒนาเกียร์แบบกลไกให้มีประสิทธิภาพและประหยัดน้ำมันมากขึ้น

Tilling-Stevens มีบทบาทอย่างไรในประวัติศาสตร์รถบัสฮ่องกง?

บริษัทได้ส่งออกรถบัสจำนวน 158 คัน ให้กับ China Motor Bus และ Kowloon Motor Bus ในช่วงปี ค.ศ. 1947-1948

บริษัทสิ้นสุดการดำเนินกิจการอย่างไร?

ถูกซื้อกิจการโดย Rootes Group ในปี ค.ศ. 1950 และเทคโนโลยีเครื่องยนต์ของบริษัทได้ถูกนำไปใช้ในรถบรรทุก Commer ต่อมา