ทอมมี่ ออลซัพ มือกีตาร์ผู้รอดชีวิตจากโศกนาฏกรรม 'วันแห่งการตายของดนตรี'
สรุปใจความสำคัญ
- ทอมมี่ ออลซัพ เป็นมือกีตาร์ชาวอเมริกันเชื้อสายเชอโรกี ผู้ร่วมงานกับบัดดี้ ฮอลลี่
- เขารอดชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินตกในปี 1959 ที่เรียกว่า 'วันแห่งการตายของดนตรี' เพราะแพ้การเสี่ยงทายด้วยเหรียญ
- เขาได้รับรางวัลแกรมมี่ในปี 2000 จากผลงานร่วมกับวง Asleep at the Wheel
ทอมมี่ ออลซัพ (Tommy Allsup) เป็นนักดนตรีชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงในแนวเพลงคันทรี่, ร็อคกะบิลลี่ และเวสเทิร์นสวิง โดยเขาเป็นสมาชิกที่ลงทะเบียนของชนเผ่าเชอโรกี (Cherokee Nation) ตลอดอาชีพการทำงานที่ยาวนานกว่าหกทศวรรษ ออลซัพได้ร่วมงานกับศิลปินระดับโลกอย่าง บัดดี้ ฮอลลี่ และ บ็อบ วิลส์ พร้อมกับวง Texas Playboys

ประวัติส่วนตัวและการเริ่มต้น
ออลซัพเกิดเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ค.ศ. 1931 ใกล้กับเมืองโอวาสโซ รัฐโอคลาโฮมา ในครอบครัวที่มีพี่น้องถึง 12 คน เขาเริ่มเรียนรู้การเล่นไวโอลินที่มีสายเพียงเส้นเดียว และร้องเพลงในละครเพลงของโรงเรียน หลังจากจบมัธยมปลาย เขาได้เดินทางท่องเที่ยวและเล่นดนตรีไปทั่วตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา รวมถึงการได้แสดงที่ Cain’s Ballroom อันโด่งดังในเมืองทัลซา
ต่อมาเขาได้ย้ายไปแคลิฟอร์เนียเพื่อเดินตามความฝันทางดนตรี โดยในช่วงแรกเขาต้องทำงานในสายการผลิตของ General Motors เพื่อรอการเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน จนกระทั่งได้รับคำเชิญให้เข้าร่วมวงดนตรีกับ แจ็ค ทักเกอร์ ในช่วงทศวรรษ 1950
เส้นทางอาชีพและจุดเปลี่ยนชีวิต
ในปี 1958 ออลซัพได้พบกับ บัดดี้ ฮอลลี่ ที่สตูดิโอ Norman Petty ในนิวเม็กซิโก ฮอลลี่ประทับใจในฝีมือการเล่นกีตาร์ของเขามาก และออลซัพกลายเป็นนักดนตรีคนแรกที่ได้บันทึกเสียงโซโล่กีตาร์ในเพลง "It’s So Easy" ของบัดดี้ ฮอลลี่ ซึ่งนำไปสู่การที่เขาได้รับเชิญให้ร่วมทัวร์กับบัดดี้และวง The Crickets
โศกนาฏกรรม 'วันแห่งการตายของดนตรี'
ในช่วงทัวร์ Winter Dance Party ในปี 1959 ออลซัพต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต เมื่อเขาแพ้การเสี่ยงทายด้วยเหรียญกับ ริชชี่ วาเลนส์ เพื่อแย่งชิงที่นั่งบนเครื่องบิน ซึ่งส่งผลให้เขาไม่ต้องขึ้นเครื่องบินลำที่ประสบอุบัติเหตุตกในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1959 เหตุการณ์นี้คร่าชีวิตบัดดี้ ฮอลลี่, ริชชี่ วาเลนส์ และ เจ.พี. "เดอะ บิ๊ก บ็อปเปอร์" ริชาร์ดสัน
ในช่วงแรก ผู้สอบสวนเชื่อว่าออลซัพเสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้ เนื่องจากเขาได้มอบกระเป๋าสตางค์ให้บัดดี้ ฮอลลี่ เพื่อให้บัดดี้ใช้บัตรประจำตัวของเขาในการรับจดหมายแทน ทำให้รายงานข่าวเบื้องต้นระบุว่าเขาเสียชีวิต แต่ในความเป็นจริง เขาคือผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากวงดนตรีทัวร์ครั้งนั้น
ความสำเร็จในเวลาต่อมา
หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ออลซัพย้ายไปลอสแอนเจลิสและทำงานเป็นนักดนตรีแบ็คอัพ (Session Musician) รวมถึงการเขียนเพลงให้กับวง The Ventures เช่นเพลง "Bluer Than Blue" และ "Guitar Twist" นอกจากนี้เขายังได้ร่วมงานกับ บ็อบบี้ วี และผลิตอัลบั้มทริบิวต์ให้บัดดี้ ฮอลลี่ ในปี 1964
ในปี 1965 เขากลับไปยังรัฐเท็กซัส และได้ร่วมงานกับศิลปินดังอย่าง รอนนี่ สมิธ, รอย ออร์บิสัน และ วิลลี่ เนลสัน นอกจากนี้เขายังเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับเพลงฮิต "In the Year 2525" ของ Zager & Evans อีกด้วย
ในปี 2000 ออลซัพได้รับรางวัล แกรมมี่ (Grammy Award) สาขา Best Country Instrumental Performance จากผลงานเพลง "Bob’s Breakdown" ร่วมกับ Asleep at the Wheel
ช่วงปลายชีวิต
ในปี 1979 เขาได้เปิดคลับชื่อ "Tommy's Heads Up Saloon" ในฟอร์ตเวิร์ธ ซึ่งชื่อคลับนี้มีที่มาจากเหตุการณ์การเสี่ยงทายด้วยเหรียญที่ช่วยชีวิตเขาไว้เมื่อ 20 ปีก่อนหน้า
ทอมมี่ ออลซัพ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 มกราคม ค.ศ. 2017 ในวัย 85 ปี ที่โรงพยาบาลในเมืองสปริงฟิลด์ รัฐมิสซูรี เนื่องจากภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดไส้เลื่อน
คำถามที่พบบ่อย
ทอมมี่ ออลซัพ รอดชีวิตจากเหตุการณ์เครื่องบินตกได้อย่างไร?
เขารอดชีวิตเพราะเขาแพ้การเสี่ยงทายด้วยเหรียญกับ ริชชี่ วาเลนส์ เพื่อแย่งชิงที่นั่งบนเครื่องบินลำที่ประสบอุบัติเหตุตก
ทอมมี่ ออลซัพ มีความสำคัญอย่างไรในประวัติศาสตร์ดนตรี?
เขาเป็นนักดนตรีคนแรกที่บันทึกเสียงโซโล่กีตาร์ในเพลงของบัดดี้ ฮอลลี่ และเป็นสมาชิกคนสุดท้ายที่รอดชีวิตจากวงดนตรีทัวร์ Winter Dance Party ปี 1959
ทอมมี่ ออลซัพ ได้รับรางวัลอะไรบ้าง?
เขาได้รับรางวัลแกรมมี่ (Grammy Award) ในปี 2000 สาขา Best Country Instrumental Performance
