เส้นทางเดินป่าเทองก์เมาน์เทนเรนจ์
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอดิรอนแดคในรัฐนิวยอร์ก มีความยาวเส้นทางเดินป่ารวม 25 ไมล์
- ประกอบด้วยยอดเขาหลัก 6 แห่ง รวมถึง Five Mile Mountain ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในเมืองโบลตัน
- เป็นเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าที่มีความหลากหลายทางพฤกษศาสตร์สูง และเป็นที่อยู่อาศัยของงูหางกระดิ่งไม้
- เคยเป็นแหล่งไม้เชิงพาณิชย์ที่สำคัญในศตวรรษที่ 19 โดยมีการล่องซุงไปยังเมืองไทคอนเดอโรกา
เส้นทางเดินป่าเทองก์เมาน์เทนเรนจ์ (Tongue Mountain Range Trails) เป็นเครือข่ายเส้นทางเดินป่าที่ตั้งอยู่ภายในเทือกเขาเทองก์เมาน์เทน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอดิรอนแดค (Adirondack Mountains) ในรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เส้นทางเหล่านี้มีความยาวรวมประมาณ 25 ไมล์ (40 กิโลเมตร) โดยมีลักษณะภูมิประเทศที่หลากหลาย ตั้งแต่ทางเดินราบเรียบเลียบชายฝั่งทะเลสาบจอร์จ (Lake George) ไปจนถึงเส้นทางปีนเขาที่ท้าทายเพื่อขึ้นสู่ยอดเขาต่างๆ ในแนวเทือกเขา

ลักษณะของเส้นทางเดินป่า
เทือกเขาเทองก์เมาน์เทนประกอบด้วยยอดเขาหลัก 6 แห่งที่เรียงตัวกันตามแนวสันเขา ได้แก่ First Peak, French Point Peak, Fifth Peak, Five Mile Mountain (จุดสูงสุดในเมืองโบลตัน), Huckleberry Mountain และ Brown Mountain
เส้นทางเดินป่าถูกแบ่งออกเป็นส่วนหลักๆ ดังนี้:
- เส้นทาง Five Mile Mountain: ครอบคลุมยอดเขา Five Mile Mountain, Huckleberry Mountain และ Brown Mountain โดยมีความแตกต่างของระดับความสูงประมาณ 1,258 ฟุต (383 เมตร)
- เส้นทางจาก Clay Meadow: นำนักท่องเที่ยวไปยังส่วนใต้ของเทือกเขา ซึ่งประกอบด้วย First Peak, French Point Peak และ Fifth Peak
ตลอดเส้นทาง ผู้เดินป่าจะได้พบกับสภาพพื้นที่ทั้งแบบป่าทึบและลานหินเปิดโล่ง โดยมีจุดพักแรมแบบเพิงหมาแหงน (Lean-to) ให้บริการที่ Fifth Peak และ Brown Mountain นอกจากนี้ จุดชมวิวบนยอดเขายังสามารถมองเห็นทัศนียภาพอันกว้างไกลของเทือกเขาแอดิรอนแดค, ทะเลสาบแชมเพลน (Lake Champlain) และเทือกเขาเขียว (Green Mountains) ในรัฐเวอร์มอนต์

ข้อกำหนดการพักแรมและการใช้ไฟ
การตั้งแคมป์และการจุดไฟได้รับอนุญาตเฉพาะในพื้นที่ที่กำหนดโดยกรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งรัฐนิวยอร์ก (New York Department of Environmental Conservation) โดยผู้ใช้เส้นทางต้องปฏิบัติตามหลักการ Leave No Trace (ไม่ทิ้งร่องรอย) อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ห้ามตั้งแคมป์หรือจุดไฟในพื้นที่ที่มีความสูงเกิน 4,000 ฟุต (1,219 เมตร)
ธรณีวิทยา
เทือกเขาเทองก์เมาน์เทนประกอบด้วยหินไซอีไนต์ที่มีควอตซ์ (Quartz-bearing syenite) แนวเทือกเขามีความยาวประมาณ 10 ไมล์ (16 กิโลเมตร) ทอดตัวลงสู่ทะเลสาบจอร์จทางทิศใต้ บริเวณกลุ่มเกาะ Narrows ในอดีตทางธรณีวิทยาเชื่อว่าเทือกเขาแห่งนี้เคยเป็นแนวแบ่งแยกแม่น้ำโบราณสองสายก่อนที่จะเกิดเป็นทะเลสาบจอร์จในปัจจุบัน
ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ
พื้นที่แห่งนี้เป็นเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าที่ได้รับการคุ้มครอง ซึ่งมีความหลากหลายทางพฤกษศาสตร์สูง จากการสำรวจของ ดร. แพทริก แอล. คูนีย์ (Dr. Patrick L. Cooney) แห่งองค์กรพฤกษศาสตร์นิวยอร์ก พบว่ามีพันธุ์ไม้หลากหลายชนิด ได้แก่ ต้นไม้ 15 สายพันธุ์, เฟิร์น 16 สายพันธุ์ และพืชสมุนไพรมากกว่า 60 สายพันธุ์
บริเวณหน้าผาหินที่เปิดโล่งมักปกคลุมด้วยมอสและไลเคน ซึ่งเป็นระบบนิเวศที่เปราะบางและต้องการการดูแลเป็นพิเศษ นอกจากนี้ พื้นที่นี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของงูหางกระดิ่งไม้ (Timber Rattlesnakes) ซึ่งอาจมีความยาวได้ถึง 5 ฟุต (1.5 เมตร) โดยมักอาศัยอยู่ในป่าและออกมาอาบแดดบนลานหิน

ในด้านปักษีวิทยา มีนกหลากหลายชนิดที่อาศัยและแวะเวียนมาในพื้นที่ รวมถึงนกน้ำหลายสายพันธุ์และเหยี่ยวเพเรกริน (Peregrine Falcons)
ประวัติการใช้ประโยชน์จากป่าไม้
ในอดีต เทือกเขาเทองก์เมาน์เทนเคยเป็นแหล่งไม้เชิงพาณิชย์ที่สำคัญ ในช่วงศตวรรษที่ 19 ป่าไม้ประมาณครึ่งหนึ่งของเทือกเขาถูกตัดทำลาย โดยในปี ค.ศ. 1860 มีการล่องซุงไม้เนื้ออ่อนประมาณ 10,000 ท่อนต่อปีไปยังโรงเลื่อยในเมืองไทคอนเดอโรกา (Ticonderoga) ส่วนไม้เนื้อแข็งถูกนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเตาหลอมเหล็กบริเวณทะเลสาบแชมเพลน
คลังภาพเส้นทางเดินป่า










คำถามที่พบบ่อย
เส้นทางเดินป่าเทองก์เมาน์เทนเรนจ์มีกี่เส้นทางหลัก?
มีเส้นทางหลักที่แบ่งตามพื้นที่ ได้แก่ เส้นทาง Five Mile Mountain ที่ครอบคลุมยอดเขา Five Mile Mountain, Huckleberry Mountain และ Brown Mountain และเส้นทางจาก Clay Meadow ที่นำไปสู่ First Peak, French Point Peak และ Fifth Peak
สามารถตั้งแคมป์ในพื้นที่ได้หรือไม่?
สามารถตั้งแคมป์และจุดไฟได้ในพื้นที่ที่กำหนดโดยกรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งรัฐนิวยอร์ก โดยห้ามทำในพื้นที่ที่มีความสูงเกิน 4,000 ฟุต
สัตว์ป่าที่โดดเด่นในพื้นที่นี้คืออะไร?
พื้นที่นี้มีชื่อเสียงเรื่องประชากรงูหางกระดิ่งไม้ (Timber Rattlesnakes) และนกเหยี่ยวเพเรกริน (Peregrine Falcons)
