← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Tore O. Sandvik รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนอร์เวย์และนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพล

สรุปใจความสำคัญ

  • Tore O. Sandvik เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนอร์เวย์ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2025
  • เขาเคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีจังหวัด Trøndelag และ Sør-Trøndelag เป็นเวลากว่า 20 ปี (2003-2023)
  • เขามีบทบาทสำคัญในการนำการเจรจาด้านสภาพภูมิอากาศในการประชุม COP29 และการเงินด้านความหลากหลายทางชีวภาพของ UN
  • เขาสนับสนุนยูเครนอย่างแข็งขันผ่านการส่งมอบอาวุธและการส่งเสริมความร่วมมือทางอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

Tore Onshuus Sandvik (เกิดวันที่ 31 สิงหาคม 1969) เป็นนักการเมืองชาวนอร์เวย์ที่มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ โดยเขามีประสบการณ์การทำงานที่หลากหลาย ตั้งแต่การเป็นเลขานุการเยาวชนในสมาพันธ์สหภาพแรงงานนอร์เวย์ ไปจนถึงการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของนอร์เวย์ในปัจจุบัน

Tore O. Sandvik
Tore O. Sandvik นักการเมืองชาวนอร์เวย์

การเมืองระดับท้องถิ่น ประธานสภาจังหวัด Trøndelag

Sandvik เริ่มต้นเส้นทางทางการเมืองในระดับท้องถิ่น โดยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีจังหวัด (County Mayor) ของ Sør-Trøndelag ระหว่างปี 2003 ถึง 2018 และต่อมาได้เป็นนายกเทศมนตรีจังหวัดของ Trøndelag หลังจากที่มีการควบรวมจังหวัด Nord และ Sør-Trøndelag ในปี 2018 จนกระทั่งปี 2023

เขาได้รับเลือกตั้งซ้ำในหลายสมัย (2007, 2011, 2015 และ 2019) ซึ่งสะท้อนถึงความไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่ จนกระทั่งเขาตัดสินใจไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งในปี 2023 และถูกแทนที่โดย Tomas Iver Hallem ในวันที่ 18 ตุลาคม 2023

บทบาทในระดับชาติและรัฐมนตรีรักษาการ

ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม Sandvik เคยดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐ (State Secretary) ของกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมในปี 2001 และได้รับการแต่งตั้งให้กลับมาดำรงตำแหน่งนี้อีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน 2023

การรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อม

ระหว่างวันที่ 23 สิงหาคม ถึง 31 ธันวาคม 2024 Sandvik ได้รับมอบหมายให้รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยในช่วงนี้เขาได้มีบทบาทสำคัญในการเจรจาด้านการเงินสำหรับกรอบการทำงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพในการประชุม UN Biodiversity Conference ในเมืองกาลี ประเทศโคลอมเบีย และนำการเจรจาเรื่องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการประชุม COP29 ที่เมืองบากู โดยนอร์เวย์ได้ตกลงที่จะสนับสนุนเงินทุนรายปี 3 ล้านล้านโครนนอร์เวย์จนถึงปี 2035

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (2025 - ปัจจุบัน)

Sandvik ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2025 หลังจากที่พรรค Centre Party ถอนตัวออกจากรัฐบาล

Tore O. Sandvik as Defence Minister
Tore O. Sandvik ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ความร่วมมือกับ NATO และยูเครน

หลังจากรับตำแหน่งได้ไม่นาน Sandvik ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอด NATO ที่กรุงบรัสเซลส์ เพื่อย้ำจุดยืนในการสนับสนุนยูเครน และได้เดินทางไปเยือนือนยูเครนในเดือนมิถุนายน เพื่อลงนามในข้อตกลงความร่วมมือกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี โดยมุ่งเน้นให้บริษัท Kongsberg Gruppen ผู้ผลิตอาวุธของนอร์เวย์เข้าไปจัดตั้งสำนักงานในยูเครน

ประเด็นความขัดแย้งและการตัดสินใจ

Sandvik ต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ เช่น การถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความล่าช้าของโครงการกองทัพเรือใน Ramsund และการตัดสินใจซื้อเรือฟริเกตจาก BAE Systems ของอังกฤษ ซึ่งถูกคัดค้านโดยพรรค Red และ Socialist Left เนื่องจากมีส่วนประกอบจากอิสราเอล แต่ Sandvik ยืนยันว่ารัฐบาลจะซื้อเรือในสภาพที่ผลิตเสร็จสมบูรณ์และจะไม่ขอเปลี่ยนส่วนประกอบดังกล่าว

นอกจากนี้ เขายังได้รับคำวิจารณ์เรื่องการปฏิเสธการเกณฑ์ทหารสำหรับเยาวชนจากกลุ่มชาติพันธุ์น้อยที่มีความเสี่ยงด้านความมั่นคงสูง ซึ่งเขาระบุว่ากำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและขอให้กองทัพรายงานความคืบหน้า

การเร่งส่งมอบอาวุธให้ยูเครน

ในเดือนพฤศจิกายน 2025 Sandvik ประกาศเร่งส่งมอบอาวุธให้ยูเครนก่อนวันคริสต์มาส โดยจัดสรรงบประมาณ 11 ล้านล้านโครนนอร์เวย์ เพื่อจัดหาอาวุธป้องกันทางอากาศและปืนใหญ่ใหม่ เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เขาเรียกว่า "วิกฤต" และ "อันตราย" สำหรับยูเครน

คำถามที่พบบ่อย

Tore O. Sandvik คือใคร?

เขาเป็นนักการเมืองชาวนอร์เวย์ สมาชิกพรรคแรงงาน (Labour Party) ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของนอร์เวย์

Sandvik เคยดำรงตำแหน่งอะไรมาก่อนที่จะเป็นรัฐมนตรีกลาโหม?

เขาเคยเป็นนายกเทศมนตรีจังหวัด Trøndelag และ Sør-Trøndelag ระหว่างปี 2003-2023 และเคยรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมในปี 2024

จุดยืนของ Sandvik ต่อสงครามในยูเครนเป็นอย่างไร?

เขาสนับสนุนยูเครนอย่างเต็มที่ โดยการเร่งส่งมอบอาวุธป้องกันทางอากาศและปืนใหญ่ รวมถึงการส่งเสริมให้บริษัทผู้ผลิตอาวุธของนอร์เวย์เข้าไปตั้งสำนักงานในยูเครน