ประเภทของเรื่องเล่าแบบจารีต
สรุปใจความสำคัญ
- เรื่องเล่าแบบจารีตเน้นการส่งต่อโลกทัศน์มากกว่าการแยกแยะระหว่างเรื่องจริงและเรื่องแต่ง
- Anecdote เป็นเรื่องเล่าสั้นๆ ที่อ้างอิงบุคคลจริงและสถานที่จริงเพื่อเปิดเผยความจริงบางประการหรือเสียดสี
- Apologue เป็นนิทานเปรียบเทียบที่มักใช้สัตว์หรือสิ่งของเป็นตัวละครเพื่อสอนศีลธรรม โดยมีความแตกต่างจาก Parable ในระดับของบทเรียนที่นำเสนอ
เรื่องเล่าแบบจารีต (Traditional stories) หรือเรื่องเล่าเกี่ยวกับประเพณี มีลักษณะที่แตกต่างจากวรรณกรรมประเภทเรื่องแต่ง (Fiction) และเรื่องจริง (Nonfiction) โดยจุดประสงค์หลักของการถ่ายทอดเรื่องเล่าประเภทนี้คือการส่งต่อโลกทัศน์ (Worldview) ซึ่งมีความสำคัญเหนือกว่าการระบุว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องสมมติหรือเรื่องจริง ในแวดวงวิชาการด้านวรรณกรรม ศาสนา ประวัติศาสตร์ และมานุษยวิทยา การจำแนกประเภทของเรื่องเล่าแบบจารีตถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการระบุและตีความเรื่องเล่าได้อย่างแม่นยำ ทั้งนี้ เรื่องเล่าบางเรื่องอาจจัดอยู่ในหลายประเภทพร้อมกัน หรือบางเรื่องอาจไม่เข้าข่ายประเภทใดเลย
เรื่องสั้นเชิงประจักษ์ (Anecdote)
Anecdote คือเรื่องเล่าขนาดสั้นที่น่าสนใจหรือขบขันเกี่ยวกับเหตุการณ์ในชีวิตของบุคคล ซึ่งมักถูกนำเสนอว่าอ้างอิงจากเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับบุคคลที่มีตัวตนจริง ไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงหรือไม่ก็ตาม และมักระบุสถานที่เกิดเหตุอย่างชัดเจน แม้ว่าในความเป็นจริงเรื่องนั้นอาจจะถูกดัดแปลงจนขาดความถูกต้องทางประวัติศาสตร์ แต่ยังคงรักษา ความสมจริง (Verisimilitude) เอาไว้
จุดประสงค์ของ Anecdote ไม่ใช่เพียงเพื่อสร้างเสียงหัวเราะเหมือนกับเรื่องตลก (Joke) แต่เพื่อเปิดเผยความจริงในระดับที่กว้างกว่า หรือเพื่อแสดงลักษณะนิสัยและคุณลักษณะของบุคคลหรือสถาบันให้เห็นเด่นชัดในระยะเวลาอันสั้น ตัวอย่างเช่น การเล่าเรื่องที่ขึ้นต้นว่า "มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้าไปในบาร์..." จะถือเป็นเรื่องตลก แต่หากขึ้นต้นว่า "ครั้งหนึ่ง เจ. เอ็ดการ์ ฮูเวอร์ เดินเข้าไปในบาร์..." จะถือเป็น Anecdote เนื่องจากมีการระบุตัวบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์
ในบางบริบท Anecdote ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเสียดสีทางการเมือง เช่น ในยุคสหภาพโซเวียตที่มีการใช้เรื่องเล่าสั้นๆ เพื่อวิพากษ์วิจารณ์ความบกพร่องของระบบการเมืองและผู้นำอย่าง เลนิน, ครุชชอฟ และเบรซเนฟ
ที่มาของคำ
คำว่า 'Anecdote' มาจากภาษากรีกว่า anekdota ซึ่งแปลว่า "สิ่งที่ไม่ได้ตีพิมพ์" โดยมีที่มาจากงานเขียนของ โปรโคปิอุส แห่งซีซาเรีย (Procopius of Caesarea) นักประวัติศาสตร์ชาวไบแซนไทน์ ผู้เขียนหนังสือชื่อ Anekdota (หรือ Secret History) ซึ่งเป็นการรวบรวมเหตุการณ์สั้นๆ เกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวในราชสำนักไบแซนไทน์
นิทานเปรียบเทียบ (Apologue)
Apologue (หรือ Apolog) มาจากภาษากรีก apologos ซึ่งหมายถึง "คำแถลง" หรือ "การบอกเล่า" คือนิทานขนาดสั้นหรือเรื่องเล่าเชิงเปรียบเทียบที่มีรายละเอียดเกินจริง เพื่อใช้เป็นสื่อในการนำเสนอหลักคำสอนทางศีลธรรมหรือบทเรียนที่มีประโยชน์โดยไม่ต้องกล่าวออกมาตรงๆ
ลักษณะเด่นของ Apologue คือการใช้สิ่งเหนือธรรมชาติหรือการสมมติให้สัตว์และพืชสามารถพูดและคิดได้เหมือนมนุษย์ (Personification) ซึ่งแตกต่างจาก นิทานเปรียบเทียบเชิงคำสอน (Parable) ตรงที่ Parable มักอ้างอิงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจริงในชีวิตมนุษย์เพื่อสอนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งสูงสุดหรือจักรวาล ในขณะที่ Apologue ใช้การเปรียบเทียบผ่านธรรมชาติเพื่อสอนศีลธรรมในระดับพื้นฐาน เช่น การเอาตัวรอด การวางแผนอนาคต หรือการระวังตัวจากการทำผิด
ตัวอย่างที่สำคัญ
- นิทานอีสป (Aesop's Fables): ตัวอย่างที่คลาสสิกที่สุดของ Apologue ซึ่งใช้สัตว์เป็นตัวละครหลักเพื่อสื่อสารบทเรียนทางศีลธรรม
- Animal Farm (แอนิมอล ฟาร์ม): วรรณกรรมสมัยใหม่ของ จอร์จ ออร์เวลล์ ที่ใช้สัตว์ในฟาร์มเป็นตัวแทนในการวิพากษ์วิจารณ์การเมือง
- เรื่องเล่า Br'er Rabbit: เรื่องเล่าที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมแอฟริกันและเชอโรกี
โดยสรุป Apologue มักถูกนิยามว่าเป็น "การเสียดสีผ่านการกระทำ" (Satire in action) และต้องการการไตร่ตรองจากผู้อ่านหรือผู้ฟังเพื่อให้เกิดความเข้าใจในความหมายที่ซ่อนอยู่
คำถามที่พบบ่อย
เรื่องเล่าแบบจารีตแตกต่างจากเรื่องแต่งทั่วไปอย่างไร?
ความแตกต่างหลักอยู่ที่จุดประสงค์ โดยเรื่องเล่าแบบจารีตให้ความสำคัญกับการส่งต่อโลกทัศน์และความเชื่อของสังคมมากกว่าการระบุว่าเนื้อหาเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องสมมติ
Anecdote กับเรื่องตลก (Joke) ต่างกันอย่างไร?
เรื่องตลกมีจุดประสงค์หลักเพื่อสร้างเสียงหัวเราะ แต่ Anecdote มักอ้างอิงบุคคลที่มีตัวตนจริงและมีจุดประสงค์เพื่อเปิดเผยลักษณะนิสัยหรือความจริงบางประการผ่านเหตุการณ์สั้นๆ
Apologue และ Parable เหมือนและต่างกันอย่างไร?
ทั้งคู่เป็นเรื่องเล่าเพื่อสอนใจ แต่ Apologue มักใช้ตัวละครที่เป็นสัตว์หรือสิ่งของ (การสมมติให้มีชีวิต) เพื่อสอนศีลธรรมพื้นฐาน ส่วน Parable มักใช้เหตุการณ์ที่สมจริงในชีวิตมนุษย์เพื่อสอนบทเรียนทางจิตวิญญาณหรือความสัมพันธ์กับสิ่งสูงสุด