← กลับไปยังบทความทั้งหมด

สะพานโครงถัก (Truss Bridge) คืออะไร? หลักการทำงานและประเภท

สรุปใจความสำคัญ

  • สะพานโครงถักใช้รูปทรงสามเหลี่ยมเป็นหน่วยพื้นฐานเพื่อกระจายแรงดึงและแรงอัด
  • ชิ้นส่วนของโครงถักในแบบจำลองทางวิศวกรรมจะถูกพิจารณาว่ารับแรงดึงและแรงอัดเท่านั้น ไม่รับแรงดัด
  • การเลือกใช้วัสดุจากไม้สู่เหล็กกล้าช่วยให้สะพานโครงถักสามารถรองรับน้ำหนักได้มากขึ้นและระยะห่างระหว่างเสา (span) ยาวขึ้น

สะพานโครงถักเป็นสะพานที่มีโครงสร้างส่วนบนที่รับน้ำหนักบรรทุกได้ ซึ่งประกอบด้วยโครงถัก (Truss) ซึ่งเป็นโครงสร้างที่เชื่อมต่อกันเป็นหน่วยย่อยๆ โดยปกติจะประกอบด้วยเป็นรูปสามเหลี่ยม เพื่อให้เกิดความแข็งแรงและเสถียรภาพ

สะพานโครงถักที่ดำเนินการโดย Southern Pacific Railroad ใน Contra Costa County รัฐแคลิฟอร์เนีย
สะพานโครงถักที่ดำเนินการโดย Southern Pacific Railroad ใน Contra Costa County รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งปัจจุบันถูกเปลี่ยนเป็นทางเดินเท้าและทางสนับสนุนท่อส่ง

หลักการออกแบบและวิศวกรรม

ลักษณะของโครงถักช่วยให้สามารถวิเคราะห์โครงสร้างโดยใช้สมมติฐานและกฎการเคลื่อนที่ของนิวตันตามหลักการของ สถิตยศาสตร์ (Statics) โดยในการวิเคราะห์จะสมมติว่าจุดเชื่อมต่อของโครงถักเป็นแบบ pin-jointed (จุดเชื่อมต่อแบบหมุนได้) ซึ่งหมายความว่าแต่ละจุดเชื่อมต่อจะถูกพิจารณาว่ามีความยืดหยุ่น ไม่ใช่จุดเชื่อมต่อแบบแข็งเกร็ง (rigid joint) ที่สามารถรักษาความแข็งแรงของรูปทรงได้ด้วยตัวเอง

สมมติฐานนี้ส่งผลให้ชิ้นส่วนของโครงถัก (เช่น คอร์ดบน, คอร์ดล่าง, และชิ้นส่วนแนวตั้งและแนวทแยง) ทำงานโดยรับ แรงดึง (Tension) หรือ แรงอัด (Compression) เท่านั้น โดยไม่มีแรงดัด (Bending) ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้สะพานโครงถักมีความประหยัดในการก่อสร้างเนื่องจากใช้วัสดุได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

แบบจำลองสะพาน

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ในการเรียนการสอนวิชาสถิตยศาสตร์ มักจะมีการสร้างแบบจำลองสะพานจากเส้นพาสต้า (spaghetti) ซึ่งเส้นพาสต้ามีความเปราะและรับแรงดึงได้เล็กน้อย แต่จะหักง่ายหากถูกดัด ซึ่งแบบจำลองนี้แสดงให้เห็นว่าโครงสร้างแบบโครงถักสามารถสร้างความแข็งแรงจากชิ้นส่วนที่อ่อนแอรายชิ้นได้

ประวัติศาสตร์ในสหรัฐอเมริกา

ในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากมีไม้เป็นจำนวนมาก ในยุคแรกสะพานโครงถักมักจะใช้ไม้ที่ปรับแต่งอย่างดีสำหรับชิ้นส่วนที่รับแรงอัด และใช้แท่งเหล็กสำหรับชิ้นส่วนที่รับแรงดึง โดยมักจะสร้างเป็นสะพานไม้แบบปิด (covered bridge) เพื่อป้องกันโครงสร้างไม้จากสภาพอากาศ

ในเวลาต่อมา โลหะเริ่มเข้ามาแทนที่ไม้ โดยสะพานโครงถักเหล็กดัด (wrought iron) เหล็กกล้า (steel) และการออกแบบแบบต่างๆ เช่น Bowstring truss, Pratt truss และ Warren pony truss ได้ถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มความแรงและทนทานมากขึ้น

ประเภทของพื้นสะพาน

โครงถักสามารถรองรับพื้นสะพานได้ในหลายตำแหน่ง ซึ่งขึ้นอยู่กับการออกแบบและวิศวกรรม:

  • Deck Truss: พื้นสะพานอยู่ด้านบนของโครงถัก
  • Through Truss: พื้นสะพานอยู่ด้านล่างของโครงถัก (รถหรือคนเดินผ่านเข้าไปในโครงสร้าง)
  • Pony Truss: พื้นสะพานอยู่ด้านล่าง แต่ไม่มีโครงสร้างเชื่อมต่อด้านบน

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมสะพานโครงถักถึงต้องเป็นรูปสามเหลี่ยม?

เพราะรูปทรงสามเหลี่ยมเป็นรูปทรงทางเรขาคณิตที่เสถียรที่สุด ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนรูปทรงได้หากความยาวของด้านทั้งสามไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้โครงสร้างมีความมั่นคงและรับน้ำหนักได้ดี

แรงดึงและแรงอัดคืออะไรในโครงสร้างสะพาน?

แรงดึง (Tension) คือแรงที่พยายามดึงชิ้นส่วนของโครงสร้างให้แยกออกจากกัน ส่วนแรงอัด (Compression) คือแรงที่รับแรงกดลงมาเพื่อให้ชิ้นส่วนนั้นหดตัวลง

สะพานโครงถักแบบ Through Truss และ Deck Truss ต่างกันอย่างไร?

Through Truss คือสะพานที่พื้นสะพานอยู่ด้านล่างและผู้ใช้สัญจรผ่าน 'ภายใน' โครงสร้างโครงถัก ส่วน Deck Truss คือสะพานที่พื้นสะพานอยู่ด้านล่างของโครงสร้างที่รองรับรับน้ำหนักจากด้านบน