← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ระบบเกมยูนิซิสเต็ม (Unisystem)

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นระบบเกมสวมบทบาทแบบ Generic ที่พัฒนาโดย C.J. Carella และบริหารจัดการโดย Eden Studios
  • ใช้ระบบการสร้างตัวละครแบบ Point-buy และตัดสินผลด้วยลูกเต๋า 10 หน้า (d10)
  • แบ่งออกเป็นสองรูปแบบหลักคือ Classic (เน้นความสมจริง) และ Cinematic (เน้นความตื่นเต้นแบบภาพยนตร์)
  • ถูกนำไปใช้ในเกมชื่อดังอย่าง Buffy the Vampire Slayer และ All Flesh Must Be Eaten

ยูนิซิสเต็ม (Unisystem) เป็นระบบเกมสวมบทบาท (Role-playing game system) แบบทั่วไปที่พัฒนาโดยบริษัท Eden Studios, Inc. ระบบนี้ถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นสูงจนสามารถนำไปใช้กับธีมเกมที่หลากหลาย ตั้งแต่เรื่องราวสยองขวัญเหนือธรรมชาติ การเมืองระดับโลก ไปจนถึงการต่อสู้กับปีศาจในรูปแบบภาพยนตร์

โลโก้ Unisystem
โลโก้ของระบบเกม Unisystem

ประวัติและการพัฒนา

ระบบ Unisystem ถูกพัฒนาขึ้นครั้งแรกโดย C.J. Carella สำหรับเกมสวมบทบาทเรื่อง WitchCraft และ Armageddon รุ่นแรก ซึ่งจัดพิมพ์โดย Myrmidion Press ต่อมา Eden Studios ได้รับสิทธิ์ในการใช้งานระบบนี้แต่เพียงผู้เดียว (Exclusive License) และได้นำมาใช้ในเกมต้นฉบับของตนเอง เช่น All Flesh Must Be Eaten รวมถึงการปรับปรุงเกม WitchCraft และ Conspiracy X ให้เป็นรุ่นที่สอง

นอกจากนี้ Eden Studios ยังอนุญาตให้บริษัทเกมอื่น ๆ สามารถขอลิขสิทธิ์การใช้งานระบบ Unisystem ไปใช้ในเกมของตนได้ ซึ่งส่งผลให้ระบบนี้ถูกนำไปใช้ในเกมที่ได้รับรางวัล Origins Awards หลายรายการ

กลไกการเล่นเกม

Unisystem ใช้ระบบการสร้างตัวละครแบบ Point-buy หรือการใช้แต้มซื้อความสามารถ โดยผู้เล่นจะใช้แต้มเพื่อกำหนดค่าต่าง ๆ ดังนี้:

  • คุณลักษณะ (Attributes): แบ่งเป็น 6 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านร่างกาย (พละกำลัง, ความคล่องแคล่ว, ความทนทาน) และด้านจิตใจ (สติปัญญา, การรับรู้, พลังใจ)
  • ทักษะ (Skills): ความชำนาญเฉพาะด้านของตัวละคร
  • คุณสมบัติ (Qualities): ความสามารถพิเศษหรือจุดเด่น
  • อภิปรัชญา (Metaphysics): พลังเหนือธรรมชาติหรือเวทมนตร์

ผู้เล่นสามารถเลือก ข้อด้อย (Drawbacks) เพื่อรับแต้มเพิ่มเติมสำหรับนำไปใช้พัฒนาตัวละครในส่วนอื่น ๆ

การตัดสินผลการกระทำ

การตัดสินว่าการกระทำของตัวละครสำเร็จหรือไม่ จะใช้การคำนวณดังนี้: ค่าคุณลักษณะ + ค่าทักษะ + ผลลัพธ์จากลูกเต๋า 10 หน้า (d10) + ตัวคูณความยาก = ผลรวม

หากผลรวมมีค่าตั้งแต่ 9 ขึ้นไป จะถือว่าการกระทำนั้นประสบความสำเร็จ โดยผู้ดูแลเกม (Gamemaster) ซึ่งในระบบ Classic จะเรียกว่า Chronicler และในระบบ Cinematic จะเรียกว่า Director จะใช้ตารางระดับความสำเร็จเพื่อกำหนดโบนัสหรือผลลัพธ์เพิ่มเติมตามคะแนนที่สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ

ความแตกต่างระหว่างระบบ Classic และ Cinematic

Unisystem แบ่งออกเป็นสองรูปแบบย่อยตามลักษณะการนำเสนอของเนื้อเรื่อง:

1. Classic Unisystem

เน้นความสมจริงและรายละเอียดที่ลึกซึ้ง (Gritty and Realistic) พบได้ในเกมอย่าง All Flesh Must Be Eaten, Armageddon และ Conspiracy X 2.0 โดยมีลักษณะเด่นคือ:

  • มีการใช้ คุณลักษณะรอง (Secondary Attributes) ที่คำนวณมาจากคุณลักษณะหลัก
  • มีระบบ เอสเซนส์ (Essence) ซึ่งเป็นค่าพลังชีวิตและพลังเวทมนตร์
  • เน้นรายละเอียดของทักษะและการต่อสู้ที่ซับซ้อนกว่า

2. Cinematic Unisystem

เน้นการจำลองเหตุการณ์แบบภาพยนตร์ (Cinematic) เพื่อให้ตัวละครสามารถทำสิ่งที่เหนือความคาดหมายได้ พัฒนาขึ้นครั้งแรกสำหรับเกม Buffy the Vampire Slayer Roleplaying Game และใช้ในเกม Angel, Army of Darkness และ Ghosts of Albion โดยมีลักษณะเด่นคือ:

  • ชุดทักษะที่จำกัดและครอบคลุมสถานการณ์ส่วนใหญ่
  • ไม่มีคุณลักษณะรองและไม่มีระบบเอสเซนส์
  • การคำนวณความเสียหายแบบคงที่ (Flat damage) และการต่อสู้ที่เรียบง่ายขึ้น
  • การใช้ แต้มดราม่า (Drama Points) เพื่อให้ตัวละครสามารถทำสิ่งที่เหนือกว่าขีดจำกัดปกติของระบบได้

แม้ว่าทั้งสองระบบจะมีความแตกต่างกันในด้านกลไกเวทมนตร์และแต้มดราม่า แต่ยังคงมีความเข้ากันได้ในระดับสูง โดยในคู่มือเกมระบบ Cinematic มักจะมีภาคผนวกสำหรับการแปลงค่าพลังจากระบบ Classic เพื่อให้ผู้เล่นสามารถนำตัวละครข้ามระบบกันได้

คำถามที่พบบ่อย

Unisystem คืออะไร?

Unisystem คือระบบเกมสวมบทบาท (RPG) แบบทั่วไปที่สามารถนำไปใช้กับธีมเกมที่หลากหลาย โดยใช้กลไกการคำนวณที่เรียบง่ายแต่ยืดหยุ่น พัฒนาโดย Eden Studios

ความแตกต่างหลักระหว่าง Classic และ Cinematic Unisystem คืออะไร?

Classic เน้นความสมจริง มีรายละเอียดทักษะและค่าพลังรองที่ซับซ้อน และมีระบบ Essence ในขณะที่ Cinematic เน้นความรวดเร็วแบบภาพยนตร์ ตัดทอนรายละเอียดที่ไม่จำเป็นออก และเพิ่ม 'แต้มดราม่า' (Drama Points) เพื่อให้ตัวละครทำสิ่งที่น่าตื่นเต้นได้

การตัดสินผลการกระทำใน Unisystem ทำอย่างไร?

ใช้การนำค่าคุณลักษณะ (Attribute) บวกกับค่าทักษะ (Skill) และบวกด้วยผลลัพธ์จากลูกเต๋า 10 หน้า (d10) หากผลรวมเท่ากับหรือมากกว่า 9 จะถือว่าสำเร็จ

เกมใดบ้างที่ใช้ระบบ Unisystem?

เกมที่ใช้ระบบนี้ ได้แก่ Buffy the Vampire Slayer, Angel, All Flesh Must Be Eaten, WitchCraft, Conspiracy X และ Armageddon เป็นต้น