การสำมะโนประชากรในสหราชอาณาจักร ปี 2011
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นการสำมะโนประชากรครั้งแรกของสหราชอาณาจักรที่สามารถตอบแบบสอบถามผ่านระบบออนไลน์ได้
- ดำเนินการในวันที่ 27 มีนาคม 2011 โดยหน่วยงาน ONS, GROS และ NISRA แบ่งตามภูมิภาค
- ข้อมูลส่วนบุคคลในการสำมะโนประชากรจะถูกเก็บเป็นความลับเป็นเวลา 100 ปี
- การตอบแบบสอบถามเป็นหน้าที่ตามกฎหมายภายใต้ Census Act 1920
การสำมะโนประชากรในสหราชอาณาจักรปี 2011 เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลประชากรครั้งสำคัญที่เกิดขึ้นในทุกประเทศส่วนประกอบของสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2011 โดยมีความโดดเด่นคือเป็นครั้งแรกที่ผู้ตอบแบบสอบถามสามารถดำเนินการผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้
หน่วยงานที่รับผิดชอบ
การดำเนินงานสำมะโนประชากรในครั้งนี้แบ่งความรับผิดชอบตามเขตการปกครอง ดังนี้:
- อังกฤษและเวลส์: ดำเนินการโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ (Office for National Statistics - ONS) ซึ่งเป็นหน่วยงานบริหารภายใต้หน่วยงานสถิติแห่งสหราชอาณาจักร (UK Statistics Authority)
- สกอตแลนด์: ดำเนินการโดยสำนักงานทะเบียนทั่วไปแห่งสกอตแลนด์ (General Register Office for Scotland - GROS)
- ไอร์แลนด์เหนือ: ดำเนินการโดยหน่วยงานสถิติและการวิจัยไอร์แลนด์เหนือ (Northern Ireland Statistics and Research Agency - NISRA)
ทั้งนี้ ONS ในฐานะสำนักงานสถิติระดับชาติ มีหน้าที่รวบรวมและเผยแพร่ตารางข้อมูลสรุปของทั้งสหราชอาณาจักรเมื่อได้รับข้อมูลครบถ้วนจากทุกภูมิภาค
ภูมิหลังและประวัติการสำมะโนประชากร
วิวัฒนาการของการเก็บข้อมูล
การสำมะโนประชากรในบริเตนใหญ่เริ่มต้นโดย John Rickman ซึ่งรับผิดชอบรายงานทุก 10 ปี ระหว่างปี 1801 ถึง 1831 ในช่วง 100 ปีแรก ประชากรในอังกฤษและเวลส์เติบโตขึ้นกว่าสามเท่าเป็นประมาณ 32 ล้านคน ขณะที่สกอตแลนด์เริ่มมีการสำมะโนประชากรแยกต่างหากตั้งแต่ปี 1861 และมีประชากรประมาณ 4.5 ล้านคน
เหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ส่งผลต่อโครงสร้างประชากรอย่างมาก เช่น เหตุเพลิงไหม้ที่ทำลายบันทึกการสำมะโนประชากรปี 1931 และการประกาศสงครามในปี 1939 ทำให้การสำมะโนประชากรปี 1951 มีความสำคัญอย่างยิ่งในการบันทึกการเปลี่ยนแปลงในช่วง 30 ปีที่ turbulent ที่สุดของประวัติศาสตร์อังกฤษ
วัตถุประสงค์ของการสำมะโนประชากร
การสำมะโนประชากรเป็นเครื่องมือหลักในการประเมินความต้องการของชุมชนท้องถิ่น ข้อมูลที่ได้จะถูกนำไปใช้โดยรัฐบาลกลางเพื่อวางแผนและจัดสรรงบประมาณสนับสนุนบริการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงใช้โดยหน่วยงานด้านสาธารณสุข กลุ่มชุมชน นักวิจัย และภาคธุรกิจ
นอกจากนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลในแบบสอบถามจะถูกเก็บเป็นความลับเป็นเวลา 100 ปี ก่อนจะเปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งกลายเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับการวิจัยทางประวัติศาสตร์ ประชากรศาสตร์ และลำดับเครือญาติ (Genealogy)
การดำเนินงานในอังกฤษและเวลส์
การสำมะโนประชากรปี 2011 ในอังกฤษและเวลส์ครอบคลุมครัวเรือนประมาณ 25 ล้านครัวเรือน โดยมีกระบวนการดำเนินงานดังนี้:
- การส่งแบบสอบถาม: ใช้ทะเบียนที่อยู่ระดับชาติที่รวบรวมโดย ONS ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเปรียบเทียบข้อมูลจาก National Land and Property Gazetteer (NLPG) และข้อมูลที่อยู่จาก Royal Mail และ Ordnance Survey
- วิธีการตอบ: ประชาชนสามารถเลือกตอบผ่านระบบออนไลน์ หรือกรอกแบบสอบถามในรูปแบบกระดาษแล้วส่งกลับทางไปรษณีย์
- การติดตามผล: มีการติดตามแบบสอบถามทางอิเล็กทรอนิกส์ และเจ้าหน้าที่ภาคสนามจะลงพื้นที่ติดตามครัวเรือนที่ยังไม่ได้ส่งแบบสอบถามกลับมา
- กลุ่มพิเศษ: มีการจัดการพิเศษสำหรับผู้ที่อาศัยในสถานประกอบการส่วนรวม เช่น โรงเรียนประจำ เรือนจำ ฐานทัพทหาร โรงพยาบาล บ้านพักคนชรา หอพักนักศึกษา และสถานทูต รวมถึงกลุ่มคนไร้บ้านและผู้ที่อาศัยบนทางน้ำ

การตอบแบบสอบถามการสำมะโนประชากรปี 2011 เป็นข้อกำหนดทางกฎหมายภายใต้พระราชบัญญัติการสำมะโนประชากรปี 1920 (Census Act 1920)
การเผยแพร่ข้อมูล
ผลลัพธ์เบื้องต้น ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลอายุ เพศ และการประมาณการครัวเรือนที่มีผู้อยู่อาศัย สำหรับอังกฤษ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2012 ส่วนผลลัพธ์ของสกอตแลนด์และผลลัพธ์รวมทั้งสหราชอาณาจักรถูกเผยแพร่ในวันที่ 17 ธันวาคม 2012 โดยข้อมูลรายละเอียดเฉพาะทางได้ถูกเผยแพร่ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา
คำถามที่พบบ่อย
การสำมะโนประชากรปี 2011 ของสหราชอาณาจักรมีความพิเศษอย่างไร?
เป็นครั้งแรกที่มีการนำระบบออนไลน์มาใช้ในการเก็บข้อมูล ทำให้ประชาชนสามารถเลือกตอบแบบสอบถามผ่านอินเทอร์เน็ตได้ แทนที่จะใช้เพียงรูปแบบกระดาษแบบเดิม
หน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการเก็บข้อมูลในอังกฤษและเวลส์?
สำนักงานสถิติแห่งชาติ (Office for National Statistics หรือ ONS) เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการออกแบบและบริหารจัดการการสำมะโนประชากรในพื้นที่อังกฤษและเวลส์
ข้อมูลจากการสำมะโนประชากรถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างไร?
รัฐบาลใช้ข้อมูลนี้ในการวางแผนและจัดสรรงบประมาณสำหรับบริการสาธารณะในระดับท้องถิ่น รวมถึงเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับนักวิจัย ธุรกิจ และหน่วยงานด้านสาธารณสุข
ข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกเปิดเผยเมื่อใด?
ข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับอย่างเคร่งครัดเป็นเวลา 100 ปี ก่อนที่จะเปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อประโยชน์ทางการวิจัยทางประวัติศาสตร์และลำดับเครือญาติ
