การสำมะโนเกษตรของสหรัฐอเมริกา
สรุปใจความสำคัญ
- จัดทำทุก 5 ปี โดยหน่วยงาน NASS ของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA)
- นิยามของ 'ฟาร์ม' คือสถานที่ที่มีการผลิตและขายสินค้าเกษตรมูลค่า 1,000 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไปต่อปี
- ข้อมูลถูกคุ้มครองตามกฎหมาย Title 7 และไม่สามารถนำไปใช้เพื่อการจัดเก็บภาษีหรือการสืบสวนได้
- โอนย้ายการดูแลจากสำนักงานสำมะโนสหรัฐฯ มายัง USDA ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1997
การสำมะโนเกษตรของสหรัฐอเมริกา (United States Census of Agriculture) คือการสำรวจทางสถิติที่จัดทำขึ้นทุกๆ 5 ปี โดยหน่วยงานบริการสถิติการเกษตรแห่งชาติ (National Agricultural Statistics Service หรือ NASS) ภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกา (USDA) เพื่อให้ได้ข้อมูลด้านการเกษตรที่ครอบคลุมและเป็นมาตรฐานเดียวกันในทุกเคาน์ตี้ (County) ทั่วประเทศ
ภาพรวมและขอบเขตการสำรวจ
การสำมะโนนี้เป็นการนับจำนวนฟาร์มและไร่ปศุสัตว์ทั้งหมดในสหรัฐฯ รวมถึงผู้ที่ดำเนินการประกอบการ โดยมุ่งเน้นการเก็บข้อมูลในด้านต่างๆ ดังนี้:
- การใช้ที่ดินและการถือครองกรรมสิทธิ์
- ลักษณะเฉพาะของผู้ประกอบการเกษตร
- แนวทางการผลิตและวิธีการเพาะปลูก
- รายได้และรายจ่ายในการดำเนินงาน
ข้อมูลที่ได้รับจะถูกนำมาเปรียบเทียบกับการสำมะโนในรอบก่อนหน้า เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในภาคเกษตรกรรม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของระบบเศรษฐกิจของประเทศ
ข้อกำหนดทางกฎหมายและความเป็นส่วนตัว
ตามประมวลกฎหมายสหรัฐอเมริกา ลักษณะ 7 (Title 7 of the United States Code) กำหนดให้ผู้ที่ได้รับแบบสอบถามการสำมะโนทุกคนต้องตอบแบบสอบถาม แม้ว่าในปีที่ทำการสำรวจจะไม่ได้ประกอบกิจการฟาร์มหรือไร่ปศุสัตว์ก็ตาม
กฎหมายฉบับเดียวกันนี้ยังคุ้มครองความลับของผู้ตอบแบบสอบถาม โดย NASS จะใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ทางสถิติเท่านั้น และจะเผยแพร่ข้อมูลในรูปแบบของตารางสรุปผลรวม ข้อมูลเหล่านี้ไม่สามารถนำไปใช้เพื่อการจัดเก็บภาษี การสืบสวน หรือการออกระเบียบข้อบังคับ และได้รับความคุ้มครองจากการเปิดเผยข้อมูลภายใต้พระราชบัญญัติเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร (Freedom of Information Act)
นิยามของคำว่า "ฟาร์ม"
สำหรับการสำมะโนเกษตร ฟาร์มถูกนิยามว่าเป็นสถานที่ที่มีการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร (หรือตามปกติควรจะจำหน่ายได้) มีมูลค่าตั้งแต่ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไปในปีที่ทำการสำรวจ ทั้งนี้ นิยามของคำว่าฟาร์มมีการเปลี่ยนแปลงมาแล้ว 9 ครั้งในประวัติศาสตร์ และนิยามปัจจุบันนี้เริ่มใช้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1974
ประวัติความเป็นมา
การสำมะโนเกษตรครั้งแรกเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1840 โดยเป็นส่วนหนึ่งของการสำมะโนประชากรทุก 10 ปี (Decennial Population Census) และยังคงเป็นส่วนหนึ่งของการสำมะโนประชากรจนถึงปี ค.ศ. 1950 โดยมีการจัดทำสำมะโนเกษตรแยกต่างหากในช่วงกลางทศวรรษในปี ค.ศ. 1925, 1935 และ 1945
ต่อมาได้มีการปรับเปลี่ยนปีที่ทำการสำรวจเพื่อให้สอดคล้องกับการสำมะโนทางเศรษฐกิจในภาคส่วนอื่นๆ ของประเทศ ปัจจุบันการสำมะโนเกษตรจะจัดทำขึ้นในทุกปีที่ลงท้ายด้วยเลข 2 และ 7
เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1997 เมื่อพระราชบัญญัติงบประมาณปี 1997 (1997 Appropriations Act) ได้โอนย้ายความรับผิดชอบในการจัดทำสำมะโนเกษตรจากสำนักงานสำมะโนสหรัฐฯ (U.S. Census Bureau) ซึ่งสังกัดกระทรวงพาณิชย์ มายังกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ทำให้การสำมะโนในปี 1997 เป็นครั้งแรกที่ดำเนินการโดย NASS
การใช้ประโยชน์จากข้อมูล
ข้อมูลจากการสำมะโนเกษตรเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ที่ทำงานร่วมกับเกษตรกรและชุมชนในชนบท ดังนี้:
- ภาคธุรกิจและสหกรณ์: ใช้กำหนดตำแหน่งที่ตั้งของโรงงานหรือสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อให้เข้าถึงผู้ผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- นักวางแผนชุมชน: ใช้ระบุและจัดสรรบริการที่จำเป็นให้แก่ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ชนบท
- กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA): ใช้บริหารจัดการบุคลากรในศูนย์บริการท้องถิ่นให้เหมาะสมกับความต้องการ
- ฝ่ายนิติบัญญัติ: ใช้เป็นฐานข้อมูลในการกำหนดนโยบายและโครงการช่วยเหลือด้านการเกษตร
- เกษตรกรและเจ้าของไร่ปศุสัตว์: ใช้เปรียบเทียบข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจในการดำเนินกิจการของตนในอนาคต
คำถามที่พบบ่อย
การสำมะโนเกษตรของสหรัฐฯ จัดทำขึ้นบ่อยแค่ไหน?
จัดทำขึ้นทุกๆ 5 ปี โดยปกติจะดำเนินการในทุกปีที่ลงท้ายด้วยเลข 2 และเลข 7
ใครบ้างที่มีหน้าที่ต้องตอบแบบสอบถามการสำมะโนเกษตร?
ทุกคนที่ได้รับแบบสอบถามมีหน้าที่ตามกฎหมาย (Title 7) ที่ต้องตอบ แม้ว่าในปีนั้นจะไม่ได้ประกอบกิจการฟาร์มหรือไร่ปศุสัตว์ก็ตาม
ข้อมูลที่ตอบในแบบสอบถามจะถูกนำไปใช้ทำอะไร และมีความปลอดภัยหรือไม่?
ข้อมูลจะถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางสถิติเท่านั้น โดยจะเผยแพร่เป็นข้อมูลรวม (Tabulated Totals) และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ไม่สามารถนำไปใช้ในการจัดเก็บภาษีหรือการสืบสวนได้
นิยามของ 'ฟาร์ม' ในการสำมะโนนี้คืออะไร?
ฟาร์มคือสถานที่ที่มีการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรมูลค่าตั้งแต่ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไปในปีที่ทำการสำรวจ
