← กลับไปยังบทความทั้งหมด

คตินิยมสากลในทางภูมิศาสตร์มนุษย์

สรุปใจความสำคัญ

  • คตินิยมสากลในภูมิศาสตร์มนุษย์เชื่อว่าทฤษฎีการพัฒนาของตะวันตกสามารถใช้ได้กับทุกที่ในโลก
  • มีรากฐานมาจากยุคเรืองปัญญาที่เน้นการหาความจริงเชิงเหตุผลที่ปราศจากบริบทเฉพาะพื้นที่
  • การแพร่กระจายของแนวคิดนี้เกิดขึ้นผ่านระบบการศึกษาและการล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก
  • นำไปสู่การสร้างลำดับชั้นทางความรู้ที่ยกย่องตะวันตกเป็นศูนย์กลางและมองพื้นที่อื่นเป็นชายขอบ
  • ในช่วงทศวรรษ 1980 นักภูมิศาสตร์เริ่มหันมาใช้แนวทางเชิงสถานการณ์เพื่อวิเคราะห์ความรู้ที่ผูกพันกับบริบทพื้นที่

คตินิยมสากล (Universalism) ในบริบทของภูมิศาสตร์มนุษย์ คือจุดยืนทางความคิดที่เชื่อว่าแนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการพัฒนาซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยสังคมศาสตร์ตะวันตก มีความถูกต้องและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกเวลาและทุกสถานที่ทั่วโลก โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมหรือบริบทเฉพาะของแต่ละพื้นที่

ต้นกำเนิดและรากฐานทางความคิด

แนวคิดคตินิยมสากลมีรากฐานมาจากยุคเรืองปัญญา (Age of Enlightenment) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหล่านักปรัชญาพยายามกำหนด "ความจริง" ที่สามารถอธิบายปรากฏการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมีเหตุผลและแม่นยำ โดยมองว่าโลกนี้มีความเป็นเอกภาพและไม่มีความเฉพาะเจาะจงทางวัฒนธรรม (Placeless) แนวคิดนี้ส่งผลให้เกิดการสร้างความรู้ที่ตัดขาดจากบริบททางการเมืองและพื้นที่

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และศตวรรษที่ 20 เอมิล เดอร์ไกม์ (Émile Durkheim) นักสังคมวิทยาคนสำคัญได้สะท้อนแนวคิดนี้โดยระบุว่า "ความจริงของวิทยาศาสตร์ [สมัยใหม่] นั้นเป็นอิสระจากบริบทท้องถิ่นใด ๆ" ซึ่งเป็นการตอกย้ำความเชื่อที่ว่าโลกมีความสม่ำเสมอ (Isotropic globe) และส่งเสริมให้ความเหมือน (Homogeneity) เข้ามาแทนที่ความแตกต่าง

การแพร่กระจายของความรู้ในระดับโลก

การทำให้ความจริงสากลกลายเป็นที่ยอมรับเริ่มต้นจากการนำแนวคิดเหล่านี้เข้าสู่ระบบการศึกษา โดยมิเชล ฟูโกต์ (Michel Foucault) ได้วิเคราะห์ว่าระบบโรงเรียนในศตวรรษที่ 17 และ 18 ทำหน้าที่เป็นกลไกในการปรับสภาพทางความคิดที่ซับซ้อน ทำให้ข้อกล่าวอ้างเรื่อง "ความจริง" ถูกปลูกฝังลงในตัวเด็กและกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างทางสังคมและการเมือง

ต่อมา แนวคิดเหล่านี้ได้แพร่กระจายไปทั่วโลกผ่านการขยายอำนาจทางจักรวรรดินิยมและการล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก เมื่อประเทศมหาอำนาจเข้าควบคุมดินแดนต่าง ๆ กระบวนการและมาตรฐานของตะวันตกจึงถูกนำเสนอในฐานะ "กระบวนการของโลก" และเป็นขั้นตอนที่จำเป็นสำหรับการก้าวไปสู่ความทันสมัย (Modernization)

การวิพากษ์วิจารณ์และลำดับชั้นทางความรู้

นักวิจารณ์ชี้ให้เห็นว่าคตินิยมสากลได้สร้าง ลำดับชั้นทางความรู้ (Knowledge Hierarchy) ซึ่งจัดวางให้ยุโรปตะวันตก อเมริกาเหนือ และกลุ่มประเทศที่ถูกเรียกว่า "โลกพัฒนาแล้ว" อยู่บนจุดสูงสุดในฐานะศูนย์กลางของความรู้ ในขณะที่ส่วนที่เหลือของโลกถูกมองว่าด้อยกว่า ขาดความรู้ และจำเป็นต้องได้รับการศึกษาจากตะวันตก

โครงสร้างนี้ตอกย้ำแนวคิดเรื่อง แกนกลางและชายขอบ (Core-Periphery) โดยพิจารณาผ่านความแตกต่างของระดับความรู้ที่กระจายตัวอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ของโลก

การเปลี่ยนแปลงสู่มุมมองเชิงพื้นที่และวัฒนธรรม

ในช่วงทศวรรษ 1970 เริ่มมีการตั้งคำถามว่าความจริงที่เชื่อว่าสากลนั้นอาจมีความแตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละประเทศ และในช่วงกลางทศวรรษ 1980 นักภูมิศาสตร์เริ่มให้ความสำคัญกับ "ความไวเชิงพื้นที่" (Geographical sensibility) มากขึ้น โดยเสนอว่าการจะเข้าใจว่าความรู้ทางวิทยาศาสตร์ถูกสร้างขึ้นและยอมรับได้อย่างไร จำเป็นต้องคำนึงถึงตำแหน่งที่ตั้งและบริบทของพื้นที่นั้น ๆ

การเปลี่ยนผ่านสู่แนวทางเชิงสถานการณ์ (Situational approach) นี้ ทำให้นักภูมิศาสตร์สามารถวิเคราะห์ญาณวิทยา (Epistemology) ในความสัมพันธ์กับสถานที่ และเผชิญหน้ากับการสร้าง "ความจริง" ด้วยแนวทางนิเวศวิทยาวัฒนธรรม (Cultural Ecology) ที่ให้ความสำคัญกับความหลากหลายมากกว่าความเป็นสากล

มุมมองของฟูโกต์ต่อระบอบแห่งความจริง

ในการทำความเข้าใจคตินิยมสากล แนวคิดของมิเชล ฟูโกต์ เกี่ยวกับ "ระบอบแห่งความจริง" (Regimes of Truth) มีความสำคัญอย่างยิ่ง ฟูโกต์อธิบายว่าความจริงไม่ได้เป็นสิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติ แต่ถูกสร้างขึ้นโดยสังคมผ่านการเลือก "ประเภทของวาทกรรมที่สังคมยอมรับและทำให้ทำงานในฐานะความจริง" พร้อมทั้งสร้างกลไกในการแยกแยะระหว่างข้อความที่จริงและเท็จ ซึ่งกระบวนการนี้มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับระบบอำนาจที่ทำหน้าที่ผลิตและรักษาความจริงเหล่านั้นไว้

คำถามที่พบบ่อย

คตินิยมสากล (Universalism) ในทางภูมิศาสตร์คืออะไร?

คือความเชื่อที่ว่าแนวคิด ทฤษฎี หรือความจริงทางสังคมศาสตร์ที่ผลิตโดยตะวันตกมีความเป็นสากล และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกสังคมและทุกพื้นที่ทั่วโลกโดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนตามบริบทท้องถิ่น

แนวคิดนี้ส่งผลกระทบอย่างไรต่อประเทศที่เคยเป็นอาณานิคม?

ทำให้เกิดลำดับชั้นทางความรู้ที่มองว่าความรู้ท้องถิ่นหรือความรู้จากประเทศนอกตะวันตกไม่มีค่าหรือเป็นสิ่งที่ผิด และมองว่าการพัฒนาต้องดำเนินตามแบบอย่างของตะวันตกเท่านั้นจึงจะถือว่าทันสมัย

ทำไมแนวคิดของมิเชล ฟูโกต์ จึงเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้?

เพราะฟูโกต์อธิบายว่า 'ความจริง' ถูกสร้างขึ้นผ่านระบอบแห่งความจริง (Regimes of Truth) ซึ่งผูกติดกับอำนาจ วาทกรรม และกลไกทางสังคม ทำให้สิ่งที่ตะวันตกนิยามว่า 'ความจริงสากล' แท้จริงแล้วคือเครื่องมือในการใช้อำนาจควบคุมและจัดระเบียบโลก

นักภูมิศาสตร์สมัยใหม่มองเรื่องนี้อย่างไร?

นักภูมิศาสตร์สมัยใหม่มักวิพากษ์คตินิยมสากลและหันไปให้ความสำคัญกับบริบทเฉพาะของพื้นที่ (Locality) และความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยเชื่อว่าความรู้ถูกสร้างขึ้นจากตำแหน่งที่ตั้งและสถานการณ์ที่แตกต่างกัน