← กลับไปยังบทความทั้งหมด

การนำเข้าเนื้อวัวสหรัฐฯ ในเกาหลีใต้ ประวัติศาสตร์และการฟื้นตัว

สรุปใจความสำคัญ

  • ในปี 2010 เกาหลีใต้กลายเป็นตลาดเนื้อวัวสหรัฐฯ ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย แซงหน้าญี่ปุ่น
  • การแบนการนำเข้าเนื้อวัวสหรัฐฯ เริ่มต้นในปี 2003 เนื่องจากกรณีโรควัวบ้า (BSE)
  • การนำเข้าเนื้อวัวสหรัฐฯ กลับมาเริ่มต้นอีกครั้งในวันที่ 1 กรกฎาคม 2008 ท่ามกลางการประท้วงครั้งใหญ่
  • มูลค่าการนำเข้าเนื้อวัวสหรัฐฯ ในเกาหลีใต้ในปี 2010 อยู่ที่ 504 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อุตสาหกรรมเนื้อวัวของสหรัฐอเมริกาได้สร้างรายได้มหาศาลจากการส่งออกไปยังเกาหลีใต้ โดยในปี 2010 เพียงปีเดียว การนำเข้าเนื้อวัวสหรัฐฯ ในเกาหลีใต้มีมูลค่าถึง 504 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของตลาดเกาหลีใต้ในฐานะผู้ซื้อรายใหญ่ในเอเชีย

การสั่งแบนการนำเข้าเนื่องจากโรควัวบ้า

ย้อนกลับไปในปี 2003 รัฐบาลเกาหลีใต้ได้สั่งแบนการนำเข้าเนื้อวัวจากสหรัฐฯ หลังจากมีการตรวจพบกรณีโรควัวบ้า (Bovine Spongiform Encephalopathy หรือ BSE) ในวัวตัวหนึ่งในรัฐวอชิงตัน ซึ่งในขณะนั้นเกาหลีใต้เป็นผู้ซื้อเนื้อวัวสหรัฐฯ รายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก โดยมีมูลค่าตลาดประมาณ 815 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

จนถึงปี 2006 กระทรวงเกษตรของสหรัฐฯ (USDA) ยืนยันว่าพบกรณีโรควัวบ้าทั้งหมด 3 ราย ซึ่งรวมถึงวัวที่เลี้ยงในประเทศและวัวที่นำเข้าจากแคนาดา ความพยายามในการเปิดตลาดเกาหลีใต้ครั้งแรกในช่วงปลายปี 2006 ประสบความสำเร็จเพียงเล็กน้อยและล้มเหลวเนื่องจากมีการตรวจพบเศษกระดูกในสินค้าที่ส่งออก

การประท้วงครั้งใหญ่และการต่อต้าน

ตลอดช่วงเวลาที่มีการแบน ตลอดจนการพยายามเปิดตลาดอีกครั้ง เกษตรกรผู้เลี้ยงวัวในประเทศและนักเคลื่อนไหวในเกาหลีใต้ได้คัดค้านการนำเข้าเนื้อวัวสหรัฐฯ อย่างรุนแรง โดยอ้างว่าเนื้อวัวสหรัฐฯ อาจทำให้เกิดโรควัวบ้าในมนุษย์

เหตุการณ์ที่น่าจดจำเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2007 เมื่อห้างสรรพสินค้า Lotte Department Store พยายามจะขายเนื้อวัวสหรัฐฯ ในช่วงรัฐบาลของประธานาธิบดี Roh Moo-hyun นักเคลื่อนไหวได้บุกรุกเคาน์เตอร์ขายเนื้อและปาขี้วัวใส่พนักงานห้างสรรพสินค้า ทำให้การขายสินค้าต้องยุติลงทันที

เมื่อประธานาธิบดี Lee Myung-bak เข้ารับตำแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์ 2008 เขาได้พยายามผ่อนปรนการแบนเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการให้สัตยาบันแก่ข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ความพยายามนี้ประกอบกับการประท้วงต่อต้าน FTA นำไปสู่การประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 20 ปีของเกาหลีใต้

การยกเลิกการแบนและการเติบโตของตลาด

แม้จะมีการประท้วงอย่างหนัก แต่การนำเข้าเนื้อวัวสหรัฐฯ ได้กลับมาเริ่มต้นอีกครั้งในวันที่ 1 กรกฎาคม 2008 โดยนายกรัฐมนตรี Han Seung-soo ได้ซื้อเนื้อสเต็กสหรัฐฯ ไปรับประทานกับครอบครัวในวันที่ 2 กรกฎาคม 2008 เพื่อลดความกังวลของสาธารณชน

การนำเข้าเนื้อวัวสหรัฐฯ เติบโตอย่างรวดเร็วในปี 2008 โดยเนื้อวัวจากออสเตรเลียครองสัดส่วน 60% (12,753 ตัน) ของการนำเข้าเนื้อวัวทั้งหมด 21,184 ตัน ในขณะที่เนื้อวัวสหรัฐฯ กลายเป็นผู้จัดหาเนื้อวัวต่างประเทศรายใหญ่เป็นอันดับ 2 ด้วยสัดส่วน 20% (4,439 ตัน)

ด้วยการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในปี 2010 เกาหลีใต้ได้แซงหน้าญี่ปุ่นเพื่อกลายเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดสำหรับเนื้อวัวสหรัฐฯ ในเอเชีย

การตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นในปี 2012

ในปี 2012 เกาหลีใต้ได้เพิ่มการตรวจสอบการนำเข้าเนื้อวัวสหรัฐฯ หลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ ยืนยันการพบโรควัวบ้ากรณีที่ 4 แต่ไม่ได้สั่งระงับการนำเข้า โดยการตรวจสอบพิเศษนี้สิ้นสุดลงในเดือนที่สองหลังจากนั้น

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมเกาหลีใต้ถึงแบนการนำเข้าเนื้อวัวสหรัฐฯ ในปี 2003?

เนื่องจากมีการตรวจพบกรณีโรควัวบ้า (Bovine Spongiform Encephalopathy) ในวัวตัวหนึ่งในรัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา

การประท้วงในเกาหลีใต้ปี 2008 เกิดจากอะไร?

เกิดจากการที่รัฐบาลพยายามเปิดตลาดนำเข้าเนื้อวัวสหรัฐฯ อีกครั้ง และการประท้วงต่อต้านข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯ

เกาหลีใต้กลายเป็นตลาดใหญ่ของเนื้อวัวสหรัฐฯ ในปีใด?

ในปี 2010 เกาหลีใต้ได้แซงหน้าญี่ปุ่นกลายเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดสำหรับเนื้อวัวสหรัฐฯ ในเอเชีย