แวลน็อกทาไมด์ ยาระงับประสาทและยาต้านชัก
สรุปใจความสำคัญ
- ใช้เป็นยาระงับประสาทและยานอนหลับในฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 1964
- มีประสิทธิภาพในการรักษาอาการปวดประสาทใกล้เคียงกับยา Gabapentin โดยมีผลข้างเคียงต่อการเคลื่อนไหวน้อย
- ยับยั้งเอนไซม์ Epoxide hydrolase ซึ่งอาจทำให้ระดับยา Carbamazepine ในเลือดสูงจนเป็นพิษ
- เป็นไอโซเมอร์ของ Valpromide แต่ไม่ถูกเปลี่ยนเป็นกรดในร่างกาย
แวลน็อกทาไมด์ (ชื่อสามัญทางยา: Valnoctamide) เป็นยาในกลุ่มยาระงับประสาทและยานอนหลับ (Sedative-hypnotic) ซึ่งมีการนำมาใช้ในประเทศฝรั่งเศสตั้งแต่ปี ค.ศ. 1964 โดยยาชนิดนี้มีโครงสร้างทางเคมีเป็นไอโซเมอร์เชิงโครงสร้าง (Structural isomer) ของแวลโปรไมด์ (Valpromide) ซึ่งเป็นยาต้นแบบของกรดแวลโปรอิก (Valproic acid prodrug) อย่างไรก็ตาม แวลน็อกทาไมด์มีความแตกต่างจากแวลโปรไมด์ตรงที่เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้ว จะไม่ถูกเปลี่ยนเป็นกรดแวลน็อกทิก (Valnoctic acid) ซึ่งเป็นกรดโฮโมล็อก

ข้อบ่งใช้ทางการแพทย์
นอกเหนือจากการใช้เป็นยาระงับประสาทแล้ว แวลน็อกทาไมด์ยังได้รับการศึกษาเพื่อนำมาใช้ในการรักษาภาวะอื่น ๆ ดังนี้:
- โรคลมชัก (Epilepsy): มีการศึกษาวิจัยถึงประสิทธิภาพของยาในการควบคุมอาการชัก
- อาการปวดประสาท (Neuropathic pain): ในปี ค.ศ. 2005 การศึกษาโดย Winkler และคณะ พบว่ายาชนิดนี้ให้ผลลัพธ์ที่ดี โดยในขนาดที่ให้ผลในการรักษา ยามีผลกระทบต่อการประสานงานของกล้ามเนื้อ (Motor coordination) และความตื่นตัวในระดับต่ำมาก และมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับยา Gabapentin
- การป้องกันภาวะแมเนีย (Prophylaxis of mania): มีการทดลองทางคลินิกโดย RH Belmaker, Yuly Bersudsky และ Alex Mishory เพื่อใช้แวลน็อกทาไมด์ในการป้องกันภาวะแมเนีย แทนการใช้กรดแวลโปรอิกหรือเกลือของกรดแวลโปรอิก ซึ่งมีฤทธิ์ก่อให้เกิดความพิการแต่กำเนิด (Teratogenic) สูงกว่า

ผลข้างเคียงและปฏิกิริยาระหว่างยา
ผลข้างเคียง
ผลข้างเคียงของแวลน็อกทาไมด์ส่วนใหญ่ไม่รุนแรง โดยอาการที่พบบ่อย ได้แก่ อาการง่วงซึม (Somnolence) และการสูญเสียการประสานงานของกล้ามเนื้อในระดับเล็กน้อย
ปฏิกิริยาระหว่างยา
แวลน็อกทาไมด์สามารถยับยั้งเอนไซม์ Epoxide hydrolase ซึ่งส่งผลให้ระดับของ Carbamazepine-10,11-epoxide (ซึ่งเป็นเมแทบอไลต์ที่ออกฤทธิ์ของยา Carbamazepine) ในกระแสเลือดเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งในบางกรณีอาจเพิ่มขึ้นจนถึงระดับที่เป็นพิษต่อร่างกาย
คุณสมบัติทางเคมี
แวลน็อกทาไมด์เป็นสารประกอบราซิมิก (Racemic compound) ที่ประกอบด้วยสเตอริโอไอโซเมอร์ 4 รูปแบบ ซึ่งจากการทดสอบในแบบจำลองสัตว์ที่เป็นโรคลมชัก พบว่าไอโซเมอร์ทั้งหมดมีประสิทธิภาพสูงกว่ากรดแวลโปรอิก โดยเฉพาะไอโซเมอร์ (2S,3S)-valnoctamide ที่ถูกพิจารณาว่าเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการพัฒนาเป็นยาต้านชักในปี ค.ศ. 2003
นอกจากนี้ ยา Butabarbital ยังสามารถถูกไฮโดรไลซิส (Hydrolyzed) ให้กลายเป็นแวลน็อกทาไมด์ได้
คำถามที่พบบ่อย
แวลน็อกทาไมด์แตกต่างจากแวลโปรไมด์อย่างไร?
แม้ว่าจะเป็นไอโซเมอร์เชิงโครงสร้างของกันและกัน แต่แวลน็อกทาไมด์จะไม่ถูกเปลี่ยนเป็นกรดโฮโมล็อก (Valnoctic acid) ในร่างกาย ซึ่งต่างจากแวลโปรไมด์ที่เป็นยาต้นแบบของกรดแวลโปรอิก
แวลน็อกทาไมด์ใช้รักษาอะไรได้บ้าง?
ใช้เป็นยาระงับประสาทและยานอนหลับ และมีการศึกษาเพื่อใช้รักษาโรคลมชัก อาการปวดประสาท และป้องกันภาวะแมเนีย
ข้อควรระวังในการใช้แวลน็อกทาไมด์ร่วมกับยาอื่นคืออะไร?
ควรระวังการใช้ร่วมกับยา Carbamazepine เนื่องจากแวลน็อกทาไมด์จะไปยับยั้งการกำจัดเมแทบอไลต์ที่ออกฤทธิ์ของ Carbamazepine ทำให้ระดับยาในเลือดสูงขึ้นจนอาจเกิดพิษได้
