Verismo ศิลปะแห่งความสมจริงในโอเปร่าอิตาลี
สรุปใจความสำคัญ
- Verismo มาจากภาษาอิตาลีคำว่า vero ซึ่งแปลว่า 'จริง'
- จุดเริ่มต้นของโอเปร่าแนว Verismo เริ่มต้นจากผลงานเรื่อง Cavalleria rusticana ของ Mascagni ในปี 1890
- เน้นการนำเสนอชีวิตของคนธรรมดาและปัญหาทางอารมณ์ที่รุนแรง แทนที่เรื่องราวของเทพเจ้าหรือกษัตริย์
- ใช้โครงสร้างดนตรีแบบ through-composed เพื่อให้การดำเนินเรื่องไหลลื่นและสมจริงยิ่งขึ้น
ในโลกของโอเปร่า Verismo (มาจากภาษาอิตาลีว่า vero ซึ่งแปลว่า 'จริง') คือประเพณีการประพันธ์เพลงโอเปร่าในยุคหลังโรแมนติก (post-Romantic) ที่มุ่งเน้นการนำเสนอเรื่องราวที่สมจริงและสะท้อนชีวิตจริงของมนุษย์ โดยมีความเกี่ยวข้องกับคีตกวีชาวอิตาลีชื่อดังอย่าง Pietro Mascagni, Ruggero Leoncavallo, Umberto Giordano, Francesco Cilea และ Giacomo Puccini

ต้นกำเนิดและประวัติศาสตร์
Verismo มีจุดเริ่มต้นมาจากขบวนการทางวรรณกรรมของอิตาลีในชื่อเดียวกัน ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากลัทธิธรรมชาตินิยม (Naturalism) ของ Émile Zola และนักเขียนคนอื่นๆ โดยนักเขียนชาวอิตาลีอย่าง Giovanni Verga ได้นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของคนยากจนและชนชั้นล่าง ซึ่งในสมัยนั้นไม่ถือว่าเป็นหัวข้อที่เหมาะสมสำหรับวรรณกรรมชั้นสูง
จุดเริ่มต้นของโอเปร่าแนว Verismo เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 1890 เมื่อผลงานของ Mascagni เรื่อง Cavalleria rusticana (ซึ่งดัดแปลงมาจากเรื่องสั้นและบทละครของ Verga) เปิดตัวที่ Teatro Costanzi ในกรุงโรม หลังจากนั้นจึงเกิดผลงานชิ้นเอกอื่นๆ ตามมา เช่น Pagliacci (1892) และ Tosca (1900) ของ Puccini โดยแนวเพลงนี้ได้รับความนิยมสูงสุดในช่วงต้นทศวรรษ 1900 และคงอยู่จนถึงทศวรรษ 1920

ลักษณะเด่นของ Verismo
ในด้านเนื้อหา Verismo จะไม่เน้นเรื่องราวของเทพเจ้า, บุคคลในตำนาน หรือกษัตริย์และราชินี แต่จะมุ่งเน้นไปที่ "มนุษย์ปุถุชนทั่วไปในยุคปัจจุบันและปัญหาของพวกเขา" ซึ่งมักจะเป็นเรื่องของความรัก ความใคร่ ความหึงหวง และความรุนแรง
ลักษณะทางดนตรี
- การแสดงออกทางอารมณ์: เน้นพลังของการแสดงออกทางอารมณ์แบบนาทีต่อนาที มีความยืดหยุ่นทางฮาร์โมนีและรูปแบบ
- เส้นเสียง: ใช้เส้นเสียงที่ทรงพลังแต่ไม่เน้นการประดับประดา (unornamented) เพื่อให้ดูสมจริง
- การเรียบเรียงเสียงประสาน: ใช้การเรียบเรียงเสียงประสานที่เต็มรูปแบบและมีสีสันของเสียง (timbres) ที่ตัดกันอย่างรุนแรง
- โครงสร้าง: ละทิ้งโครงสร้างแบบเดิมที่แบ่งแยกชัดเจนระหว่าง Recitative (การร้องกึ่งพูด) และ Aria (เพลงร้องเดี่ยว) แต่เปลี่ยนมาเป็นแบบ through-composed ซึ่งเป็นการร้อยเรียงเนื้อหาให้ไหลลื่นต่อเนื่องกันไปตลอดทั้งเรื่อง

ผลงานและคีตกวีคนสำคัญ
นอกจาก Giacomo Puccini, Pietro Mascagni, Ruggero Leoncavallo, Umberto Giordano และ Francesco Cilea แล้ว ยังมีคีตกวีท่านอื่นๆ ที่สร้างสรรค์ผลงานในสไตล์นี้ เช่น Franco Alfano, Alfredo Catalani และ Jules Massenet (ในเรื่อง La Navarraise)
| คีตกวี | ผลงานเด่นในสไตล์ Verismo |
|---|---|
| Pietro Mascagni | Cavalleria rusticana |
| Ruggero Leoncavallo | Pagliacci |
| Giacomo Puccini | Tosca, Il tabarro |
| Umberto Giordano | Andrea Chénier |
| Francesco Cilea | Adriana Lecouvreur |
ความสับสนในคำจำกัดความ
มีการถกเถียงกันในหมู่นักดนตรีวิทยาว่าคำว่า Verismo ควรใช้เรียกผลงานทุกชิ้นของกลุ่ม giovane scuola (โรงเรียนรุ่นใหม่) หรือใช้เรียกเฉพาะโอเปร่าที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตจริงและชนชั้นล่างเท่านั้น เนื่องจากคีตกวีหลายคนในกลุ่มนี้ เช่น Mascagni ได้เขียนโอเปร่าเรื่องอื่นๆ ที่เป็นแนวแฟนตาซีหรือโรแมนติก ซึ่งไม่ใช่ลักษณะของ Verismo โดยตรง แต่ใช้สไตล์ดนตรีแบบเดียวกัน
คำถามที่พบบ่อย
Verismo คืออะไร?
Verismo คือแนวทางโอเปร่าของอิตาลีในยุคหลังโรแมนติกที่มุ่งเน้นความสมจริง (Realism) โดยนำเสนอเรื่องราวของคนธรรมดาและปัญหาในชีวิตจริง แทนที่จะเป็นเรื่องราวของเทพเจ้าหรือบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์
ใครคือคีตกวีคนสำคัญของแนว Verismo?
คีตกวีคนสำคัญ ได้แก่ Giacomo Puccini, Pietro Mascagni, Ruggero Leoncavallo, Umberto Giordano และ Francesco Cilea
ลักษณะเด่นทางดนตรีของ Verismo คืออะไร?
เน้นการแสดงออกทางอารมณ์ที่รุนแรง เส้นเสียงที่ทรงพลังและไม่ประดับประดา และการใช้โครงสร้างดนตรีแบบ through-composed ที่ร้อยเรียงเนื้อหาให้ต่อเนื่องกันโดยไม่มีการแบ่งแยกชัดเจนระหว่างบทพูดและเพลงร้อง

