การประชุมเวียนนา 1917 ความขัดแย้งและเป้าหมายสงครามของมหาอำนาจ
สรุปใจความสำคัญ
- การประชุมเวียนนา 1917 เป็นการพบปะกันครั้งแรกระหว่างเยอรมนีและออสเตรีย-ฮังการีหลังการปฏิวัติรัสเซีย
- จักรพรรดิคาร์ลที่ 1 ของออสเตรีย-ฮังการีพยายามหาทางออกจากสงครามผ่านสันติภาพแบบประนีประนอม
- เยอรมนีใช้ความได้เปรียบทางทหารและอำนาจต่อรองเพื่อกดดันให้ออสเตรีย-ฮังการีดำเนินตามเป้าหมายสงครามของเยอรมนี
- การประชุมสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมกันของอำนาจระหว่างพันธมิตรฝ่ายมหาอำนาจกลาง (Central Powers)
การประชุมเวียนนาเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ค.ศ. 1917 เป็นการพบปะกันครั้งแรกระหว่างเยอรมนีและออสเตรีย-ฮังการี นับตั้งแต่เกิดการปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์ในรัสเซีย การประชุมครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดทิศทางของสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยเป็นการปะทะกันระหว่างความต้องการรักษาอำนาจของจักรวรรดิเยอรมัน และความพยายามในการหาทางออกจากสงครามของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีที่กำลังเสื่อมถอย
บริบทและสถานการณ์
ความต้องการถอนตัวจากสงครามของออสเตรีย-ฮังการี
เมื่อจักรพรรดิคาร์ลที่ 1 (Charles I) ขึ้นครองราชย์ พระองค์ทรงมีความปรารถนาที่จะยุติความขัดแย้งและฟื้นฟูสันติภาพระหว่างจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีและศัตรู เนื่องจากสถานการณ์ภายในประเทศที่ย่ำแย่และความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างออสเตรียและฮังการี ทำให้พระองค์ทรงผลักดันนโยบายสันติภาพแบบประนีประนอม (Compromise Peace) โดยยึดตามสถานะเดิม (Status Quo) เพื่อให้จักรวรรดิสามารถถอนตัวจากสงครามได้
ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 1917 ออสเตรีย-ฮังการีได้ส่งทูตไปยังสวิตเซอร์แลนด์เพื่อเจรจากับนักการทูตที่เป็นกลางและฝรั่งเศสอย่างลับๆ เพื่อพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์ แต่ความพยายามเหล่านี้กลับถูกควบคุมและชี้นำโดย Matthias Erzberger และ Georg von Hertling จากฝั่งเยอรมนี
ผลกระทบจากการปฏิวัติรัสเซีย
การปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์ในรัสเซียทำให้การปฏิบัติการทางทหารในแนวรบด้านตะวันออกหยุดชะงักชั่วคราว อย่างไรก็ตาม การตีความเหตุการณ์นี้แตกต่างกันระหว่างสองพันธมิตร:
- ออสเตรีย-ฮังการี: มองว่าการปฏิวัติคือสัญญาณของความต้องการสันติภาพ
- เยอรมนี: มองว่าเป็นโอกาสในการปรับเปลี่ยนกำลังพลจากแนวรบตะวันออกไปยังอิตาลี บัลข่าน และแนวรบตะวันตก
นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังกังวลว่ากระแสการตั้งคำถามต่อระเบียบทางการเมืองและเศรษฐกิจในรัสเซียอาจแพร่กระจายมายังประชากรในประเทศของตนที่กำลังทุกข์ยากจากสงคราม
สถานะของจักรวรรดิเยอรมัน
ในช่วงครึ่งแรกของปี 1917 เยอรมนีดูเหมือนจะอยู่ในจุดที่ได้เปรียบ โดยโรมาเนียถูกพิชิตและทรัพยากรน้ำมันและเกษตรกรรมถูกนำมาใช้ประโยชน์ สงครามเรือดำน้ำแบบไม่จำกัดขอบเขตเริ่มส่งผลกระทบต่อการส่งกำลังบำรุงของสหราชอาณาจักร และกองทัพฝรั่งเศสเริ่มเกิดการก่อจลาจลภายใน อย่างไรก็ตาม ผู้นำระดับสูงเริ่มตระหนักว่าชัยชนะเบ็ดเสร็จนั้นเป็นไปได้ยาก แม้ว่า Arthur Zimmermann รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะยังคงเชื่อมั่นว่าสงครามเรือดำน้ำจะบีบให้สหราชอาณาจักรยอมจำนนโดยไม่ทำให้สหรัฐอเมริกาเข้าร่วมสงครามก็ตาม
ผู้เจรจาและสถานที่
การประชุมจัดขึ้นที่พระราชวัง Ballhausplatz ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ของกระทรวงการต่างประเทศออสเตรีย-ฮังการี โดยมีผู้เข้าร่วมหลักคือ Theobald von Bethmann Hollweg นายกรัฐมนตรีของจักรวรรดิเยอรมัน และ Ottokar Czernin รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของออสเตรีย-ฮังการี พร้อมด้วยคณะทำงานของพวกเขา

การอภิปรายและผลลัพธ์
อิทธิพลของเยอรมนี
แม้ว่าในทางนิตินัยทั้งสองประเทศจะเป็นพันธมิตรที่เท่าเทียมกัน แต่ในทางปฏิบัติ Theobald von Bethmann Hollweg ได้ใช้อำนาจกดดันเพื่อให้เป้าหมายสงครามของเยอรมนีเป็นที่ยอมรับ โดย Ottokar Czernin พยายามโน้มน้าวให้เยอรมนีประนีประนอมเพื่อยุติสงคราม แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับเป็นเพียงกรอบการทำงานขั้นต่ำที่คลุมเครือ
ความอ่อนแอของข้อตกลงที่ออสเตรีย-ฮังการีได้รับ แสดงให้เห็นว่าเยอรมนีเป็นมหาอำนาจหลักที่ต้องการควบคุมผลประโยชน์ทางการเมืองและเศรษฐกิจในภูมิภาคบอลข่านและยุโรปตะวันออก ซึ่งทำให้จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีตกอยู่ในสถานะผู้ตามอย่างสมบูรณ์
การรักษาเป้าหมายสงคราม
ขณะที่สถานการณ์ในรัสเซียทำให้กองทัพรัสเซียอ่อนแอลง เยอรมนียังคงยืนกรานที่จะรักษาเป้าหมายสงครามของตนไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจว่าผลประโยชน์ของจักรวรรดิจะได้รับการตอบสนองอย่างเต็มที่ก่อนที่จะมีการเจรจาสันติภาพใดๆ
คำถามที่พบบ่อย
การประชุมเวียนนา 1917 มีวัตถุประสงค์หลักคืออะไร?
เพื่อหารือเกี่ยวกับเป้าหมายสงครามและทิศทางของสงครามโลกครั้งที่ 1 หลังจากเกิดการปฏิวัติในรัสเซีย และเพื่อจัดการความขัดแย้งระหว่างความต้องการสันติภาพของออสเตรีย-ฮังการีและความต้องการชัยชนะของเยอรมนี
ทำไมออสเตรีย-ฮังการีถึงต้องการยุติสงครามในขณะนั้น?
เนื่องจากสถานสถานการณ์ภายในประเทศที่ย่ำแย่ ความเสื่อมถอยของจักรวรรดิ และความตึงเครียดระหว่างออสเตรียและฮังการี ทำให้จักรพรรดิคาร์ลที่ 1 ทรงต้องการถอนตัวจากสงครามเพื่อรักษาจักรวรรดิไว้
เยอรมนีมีท่าทีอย่างไรต่อการปฏิวัติในรัสเซีย?
เยอรมนีมองว่าการปฏิวัติในรัสเซียเป็นโอกาสในการเคลื่อนย้ายกำลังพลจากแนวรบด้านตะวันออกไปยังแนวรบด้านตะวันตกและอิตาลี เพื่อสร้างความได้เปรียบทางทหารก่อนที่จะมีการเจรจาสันติภาพ