← กลับไปยังบทความทั้งหมด

วิกตอร์ ออร์บาน ผู้นำแนวคิดรัฐไม่เสรีในฮังการี

สรุปใจความสำคัญ

  • ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีฮังการีสองช่วง คือ 1998–2002 และ 2010–2026
  • เป็นผู้ก่อตั้งและผู้นำพรรคฟิเดส (Fidesz) ที่เน้นแนวทางชาตินิยมคริสเตียน
  • ผลักดันแนวคิด 'รัฐไม่เสรี' (Illiberal State) ซึ่งเน้นการลดอำนาจตุลาการและควบคุมสื่อ
  • พ่ายแพ้การเลือกตั้งในปี 2026 ให้กับพรรคทิสซา (Tisza Party) นำโดย เปเตอร์ มายาร์

วิกตอร์ ออร์บาน (Viktor Orbán; เกิด 31 พฤษภาคม 1963) เป็นนักกฎหมายและนักการเมืองชาวฮังการี ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศฮังการีในช่วงปี 1998–2002 และตั้งแต่ปี 2010 จนถึงปี 2026 เขาเป็นประธานพรรคฟิเดส (Fidesz) ซึ่งถูกนิยามว่าเป็นพรรคการเมืองแนวชาตินิยมคริสเตียน และมีแนวคิดแบบไม่เสรี (Illiberal) หรือขวาจัดในบางมุมมอง

ภาพถ่ายทางการของวิกตอร์ ออร์บาน
วิกตอร์ ออร์บาน นายกรัฐมนตรีฮังการี

เส้นทางการเมืองและการดำรงตำแหน่ง

ออร์บานได้รับเลือกตั้งเข้าสู่สมัชชาแห่งชาติเป็นครั้งแรกในปี 1990 และนำกลุ่มผู้แทนของพรรคฟิเดสจนถึงปี 1993 ในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยแรก (1998–2002) เขาได้นำรัฐบาลผสมฝ่ายอนุรักษนิยม ซึ่งส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อและการขาดดุลการคลังลดลง รวมถึงการนำฮังการีเข้าเป็นสมาชิกขององค์การนาโต (NATO)

หลังจากพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งปี 2002 ออร์บานได้นำพรรคฝ่ายค้านจนถึงปี 2010 ก่อนจะกลับมาได้รับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งในปี 2010 และชนะการเลือกตั้งต่อเนื่องในปี 2014, 2018 และ 2022 โดยได้รับเสียงสนับสนุนท่วมท้น (Supermajority) ในทุกครั้ง ส่งผลให้เขาเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ฮังการีเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2020

การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและแนวคิด "รัฐไม่เสรี"

ตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา รัฐบาลของออร์บานได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญและสถาบันทางการเมืองหลายประการ รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญในปี 2013 และการปฏิรูประบบตุลาการที่ส่งผลต่อการบริหารจัดการศาล รวมถึงการจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลสื่อ

องค์กรระดับสากล เช่น คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) และ Freedom House ได้วิพากษ์วิจารณ์ว่าการดำเนินการเหล่านี้ทำให้ความเป็นอิสระของตุลาการลดลง และทำลายความหลากหลายของสื่อ ซึ่งนำไปสู่ภาวะ "ถดถอยทางประชาธิปไตย" (Democratic Backsliding)

วิกตอร์ ออร์บาน ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่
การดำเนินนโยบายของออร์บานที่เน้นความเป็นชาตินิยม

นโยบายต่างประเทศและสังคม

  • การต่อต้านผู้อพยพ: ออร์บานคัดค้านนโยบายการรับผู้อพยพและผู้ลี้ภัยของสหภาพยุโรป และมีการสร้างกำแพงกั้นพรมแดนฮังการี
  • สิทธิ LGBTQ+: รัฐบาลของเขาออกกฎหมายจำกัดสิทธิของกลุ่ม LGBTQ+ รวมถึงการห้ามสมรสเพศเดียวกัน การรับบุตรบุญธรรม และการจำกัดเนื้อหาการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับ LGBTQ+
  • ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ: แม้จะเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป แต่ออร์บานส่งเสริมแนวคิด "Soft Euroscepticism" และสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองที่ใกล้ชิดกับจีน รัสเซีย และตุรกี
  • จุดยืนต่อยูเครน: เขาคัดค้านการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปและนาโตของยูเครน แม้จะยอมอนุมัติการเข้าเป็นสมาชิกของฟินแลนด์และสวีเดนในเวลาต่อมาก็ตาม

การสิ้นสุดอำนาจและการเปลี่ยนแปลงในปี 2026

ในการเลือกตั้งรัฐสภาปี 2026 ออร์บานพ่ายแพ้การเลือกตั้งอย่างถล่มทลายให้กับพรรคทิสซา (Tisza Party) นำโดย เปเตอร์ มายาร์ (Péter Magyar) ซึ่งมีการใช้สิทธิเลือกตั้งสูงเป็นประวัติการณ์ หลังความพ่ายแพ้ ออร์บานประกาศว่าเขาจะยังคงเป็นผู้นำพรรคฟิเดส แต่ปฏิเสธที่จะรับตำแหน่งในรัฐสภาชุดใหม่ ซึ่งต่อมามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีให้จำกัดเพียงสองวาระ เพื่อป้องกันไม่ให้ออร์บานกลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้อีก

ประวัติช่วงต้น

วิกตอร์ ออร์บาน เกิดเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 1963 เติบโตในเมืองเฟลชูต (Felcsút) และย้ายไปศึกษาที่เมืองเซเคชเฟเฮร์วาร์ (Székesfehérvár) เขาจบการศึกษาด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยเออทวอส ลอแรนด์ (Eötvös Loránd University) ในช่วงวัยหนุ่ม เขาเคยมีบทบาทในสันนิบาตเยาวชนคอมมิวนิสต์ฮังการี (KISZ) ก่อนที่ทัศนคติทางการเมืองจะเปลี่ยนไปสู่แนวทางต่อต้านคอมมิวนิสต์อย่างรุนแรงในช่วงที่รับราชการทหาร

คำถามที่พบบ่อย

แนวคิด 'รัฐไม่เสรี' (Illiberal State) ของวิกตอร์ ออร์บาน คืออะไร?

คือรูปแบบการปกครองที่ยังคงมีการเลือกตั้ง แต่จำกัดสิทธิเสรีภาพทางพลเมือง ลดความเป็นอิสระของตุลาการ และควบคุมสื่อมวลชน เพื่อให้รัฐบาลสามารถดำเนินนโยบายตามแนวทางชาตินิยมและอนุรักษนิยมได้อย่างเบ็ดเสร็จ

ทำไมวิกตอร์ ออร์บาน ถึงถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสหภาพยุโรป?

เนื่องจากรัฐบาลของเขาถูกกล่าวหาว่าทำให้เกิดภาวะถดถอยทางประชาธิปไตย (Democratic Backsliding) ละเมิดหลักนิติธรรม (Rule of Law) และมีการทุจริตในการจัดสรรงบประมาณของสหภาพยุโรป

เหตุการณ์สำคัญที่นำไปสู่การพ้นจากตำแหน่งในปี 2026 คืออะไร?

การพ่ายแพ้การเลือกตั้งรัฐสภาปี 2026 อย่างถล่มทลายให้กับพรรคทิสซา (Tisza Party) และการที่รัฐสภาชุดใหม่แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี