วอยซ์ ฟอร์ ไลฟ์ องค์กรสนับสนุนสิทธิของทารกในครรภ์ของนิวซีแลนด์
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1970 ในชื่อ Society for the Protection of the Unborn Child (SPUC)
- ก่อตั้งโดย วิลเลียม ไลลีย์ (William Liley) บิดาแห่งวิชาทารกวิทยา และ แพทริก ดันน์ (Patrick Dunn)
- มีบทบาทสำคัญในการผลักดันพระราชบัญญัติการคุมกำเนิด การทำหมัน และการทำแท้ง ค.ศ. 1977 ของนิวซีแลนด์
- รณรงค์ต่อต้านการทำแท้ง การการุณยฆาต การวิจัยเซลล์ต้นกำเนิดจากตัวอ่อน และการโคลนนิ่ง
วอยซ์ ฟอร์ ไลฟ์ (Voice for Life) หรือเดิมชื่อ สมาคมเพื่อการปกป้องเด็กที่ยังไม่เกิด (Society for the Protection of the Unborn Child - SPUC) เป็นกลุ่มรณรงค์และสนับสนุนสิทธิของทารกในครรภ์ในประเทศนิวซีแลนด์ โดยมีเป้าหมายหลักในการต่อต้านการทำแท้ง รวมถึงการคัดค้านการฆ่าทารกแรกเกิด (infanticide), การวิจัยเซลล์ต้นกำเนิดจากตัวอ่อน (embryonic stem cell research), การโคลนนิ่ง และการการุณยฆาต (euthanasia)
ประวัติการก่อตั้ง
องค์กรนี้ก่อตั้งขึ้นในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1970 โดย วิลเลียม ไลลีย์ (William Liley) ศัลยแพทย์ทารกในครรภ์ผู้บุกเบิกของนิวซีแลนด์ ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานคนแรก และ แพทริก ดันน์ (Patrick Dunn) แพทย์จากเมืองโอ๊คแลนด์และผู้นำของสมาคมสิทธิครอบครัว (Family Rights Association)
วิลเลียม ไลลีย์ เป็นสูตินรีแพทย์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกในฐานะ "บิดาแห่งวิชาทารกวิทยา (foetology)" ซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาชีวิตในครรภ์ เขาได้รับผลกระทบอย่างมากจากการเปลี่ยนแปลงของวิชาชีพแพทย์ในสหราชอาณาจักรหลังจากมีการประกาศใช้กฎหมายทำแท้ง ค.ศ. 1967 (Abortion Act 1967) จึงได้เขียนบทความจำนวนมากในหนังสือพิมพ์และวารสารของนิวซีแลนด์ เพื่ออธิบายถึงความเป็นมนุษย์ของตัวอ่อนและทารกในครรภ์ตั้งแต่วินาทีที่ปฏิสนธิ และนำเสนอเหตุผลในการปกป้องชีวิตเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทบาทในการปฏิรูปกฎหมายทำแท้งช่วงทศวรรษ 1970
ในช่วงทศวรรษ 1960 และ 1970 การถกเถียงเรื่องการทำแท้งในนิวซีแลนด์มีความรุนแรงอย่างมาก เนื่องจากเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ "เสรีภาพในการเจริญพันธุ์" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการสิทธิสตรีระลอกที่สอง (second-wave feminism)
SPUC มีบทบาทสำคัญในการผลักดันประเด็นนี้ในรัฐสภา จนนำไปสู่การจัดตั้งคณะกรรมาธิการหลวงว่าด้วยการคุมกำเนิด การทำหมัน และการทำแท้ง (Royal Commission on Contraception, Sterilisation and Abortion) ในปี ค.ศ. 1975 ซึ่งในขณะนั้น SPUC มีสมาชิกมากกว่า 40,000 คน และมีสาขาถึง 56 แห่งทั่วประเทศ
การผลักดันพระราชบัญญัติการคุมกำเนิด การทำหมัน และการทำแท้ง ค.ศ. 1977
หลังจากมีการถกเถียงอย่างเผ็ดร้อนในรัฐสภา SPUC ได้สนับสนุนการแก้ไขกฎหมายเพื่อจำกัดเกณฑ์การทำแท้ง โดยผลักดันให้มีการใช้ การแก้ไขของเบิร์ช (Birch Amendment) ซึ่งกำหนดให้การทำแท้งต้องได้รับอนุมัติจากที่ปรึกษาที่ได้รับการรับรองสองท่าน และ การแก้ไขของบริลล์ (Brill Amendment) ซึ่งตัดปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสังคมออกจากการพิจารณาสุขภาพของผู้ป่วยที่ต้องการทำแท้ง
ในวันที่ 15 ธันวาคม ค.ศ. 1977 พระราชบัญญัติการคุมกำเนิด การทำหมัน และการทำแท้ง (Contraception, Sterilisation and Abortion Act 1977) ได้ถูกประกาศใช้ ซึ่ง SPUC มองว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นชัยชนะ เนื่องจากมีการวางมาตรการป้องกันและข้อจำกัดในการทำแท้งที่เข้มงวด
การเคลื่อนไหวทางกฎหมายในทศวรรษ 1980 และ 1990
หลังจากกฎหมายปี 1977 มีผลบังคับใช้ SPUC ได้ดำเนินแคมเปญเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ให้บริการด้านสุขภาพปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงการตรวจสอบและคัดค้านการแต่งตั้งที่ปรึกษาในคณะกรรมการกำกับดูแลการทำแท้ง (Abortion Supervisory Committee - ASC) ที่มีแนวคิดสนับสนุนการทำแท้ง
ในปี ค.ศ. 1980 SPUC ประสบความสำเร็จในการกดดันให้ถอดถอนสมาชิกสองคนของคณะกรรมการ ASC โดยอ้างว่าสมาชิกดังกล่าวส่งเสริมการทำแท้งผ่านการสนับสนุนให้คณะกรรมการโรงพยาบาลจัดตั้งบริการทำแท้ง
สถานะปัจจุบันและการรณรงค์ล่าสุด
ในปัจจุบัน องค์กรได้เปลี่ยนชื่อเป็น วอยซ์ ฟอร์ ไลฟ์ (Voice for Life) และยังคงรณรงค์ต่อต้านการทำให้การทำแท้งและการการุณยฆาตเป็นเรื่องถูกกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ในปี ค.ศ. 2020 นิวซีแลนด์ได้ผ่านกฎหมายทำให้ทั้งการทำแท้งและการการุณยฆาตไม่เป็นความผิดทางอาญา ซึ่งเป็นความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญขององค์กรในการรณรงค์ระดับนโยบาย
คำถามที่พบบ่อย
Voice for Life คือองค์กรอะไร?
เป็นกลุ่มรณรงค์ในนิวซีแลนด์ที่สนับสนุนสิทธิของทารกในครรภ์และต่อต้านการทำแท้ง รวมถึงการคัดค้านการการุณยฆาตและการวิจัยตัวอ่อน
ใครเป็นผู้ก่อตั้ง Voice for Life?
ก่อตั้งโดย วิลเลียม ไลลีย์ (William Liley) ศัลยแพทย์ทารกในครรภ์ผู้มีชื่อเสียง และ แพทริก ดันน์ (Patrick Dunn) แพทย์ชาวนิวซีแลนด์
บทบาทสำคัญขององค์กรในอดีตคืออะไร?
องค์กรมีบทบาทอย่างมากในการผลักดันให้เกิดข้อจำกัดในการทำแท้งภายใต้พระราชบัญญัติการคุมกำเนิด การทำหมัน และการทำแท้ง ค.ศ. 1977
ปัจจุบันองค์กรยังคงดำเนินกิจกรรมอยู่หรือไม่?
ยังคงดำเนินกิจกรรมอยู่ แต่ไม่ประสบความสำเร็จในการยับยั้งการทำให้การทำแท้งและการการุณยฆาตไม่เป็นความผิดทางอาญาในปี ค.ศ. 2020


