ศิลปะการเต้นแว็กกิง ประวัติศาสตร์และเอกลักษณ์ของระบำดิสโก้จากกลุ่ม LGBTQ+
สรุปใจความสำคัญ
- มีต้นกำเนิดจากวัฒนธรรม Punking ในคลับเกย์ที่เมืองลอสแอนเจลิส ช่วงทศวรรษ 1970
- เอกลักษณ์สำคัญคือการเคลื่อนไหวแขนที่รวดเร็วและหมุนวนรอบศีรษะ (Rotational arm movements) และการโพสท่า
- ได้รับอิทธิพลอย่างสูงจากดาราภาพยนตร์ฮอลลีวูดยุคคลาสสิก ทั้งในด้านท่าทางและการแสดงออกทางสีหน้า
- ใช้ดนตรีดิสโก้ (Disco) และโพสต์ดิสโก้ (Post-disco) เป็นหลักในการเต้น
แว็กกิง (Waacking) หรือบางครั้งเขียนว่า Whacking เป็นรูปแบบหนึ่งของการเต้นสตรีทแดนซ์ (Street Dance) ที่มีรากฐานมาจาก Punking ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการเต้นที่เกิดขึ้นในคลับของกลุ่มเกย์ในเมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ช่วงทศวรรษ 1970 ในยุคทองของดนตรีดิสโก้ เอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของแว็กกิงคือการเคลื่อนไหวแขนที่รวดเร็วและหมุนวนรอบศีรษะ การโพสท่าที่สง่างาม และการเน้นการแสดงออกทางอารมณ์อย่างเต็มที่ โดยมักเต้นประกอบดนตรีดิสโก้ในยุค 70 และดนตรีโพสต์ดิสโก้ในยุค 80
ประวัติศาสตร์และการกำเนิด
ในช่วงต้นทศวรรษ 1970 การเต้นที่เรียกว่า Punking ได้ถือกำเนิดขึ้น โดยในขณะนั้นคำว่า "punk" เป็นคำเรียกเชิงลบที่ใช้กับกลุ่มชายรักชาย อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้เต้นได้นำคำนี้มาปรับเปลี่ยนให้เป็นศิลปะการเคลื่อนไหว โดยมีท่าทางเฉพาะที่เรียกว่า "whack" ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวแขนเหนือศีรษะตามจังหวะดนตรี
ต่อมา เมื่อการเต้นรูปแบบนี้เริ่มแพร่หลายไปยังกลุ่มคนทั่วไปในคลับ พวกเขาต้องการให้การเต้นนี้ปราศจากความหมายเชิงลบที่ติดมากับคำว่า Punking จึงได้เปลี่ยนชื่อเรียกเป็น "Waackin" และในเวลาต่อมา เจฟฟรีย์ แดเนียล (Jeffrey Daniel) นักเต้นและนักแต่งเพลง ได้เติมตัวอักษร "g" ลงท้าย กลายเป็น "Waacking" ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้เรียกกันอย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน
ในยุคเริ่มต้น ผู้บุกเบิกการเต้นแว็กกิงมักเต้นประกอบดนตรีดิสโก้ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศหรือเพลงดิสโก้ใต้ดิน ซึ่งมักจะถูกเร่งความเร็วให้มากขึ้นเพื่อสร้างบรรยากาศที่ตื่นเต้นและมีพลังบนฟลอร์เต้นรำ การเต้นชนิดนี้ยังคงเป็นวัฒนธรรมใต้ดินอยู่ระยะหนึ่ง จนกระทั่งได้รับความนิยมในวงกว้างผ่านรายการโทรทัศน์ชื่อดังของสหรัฐฯ อย่าง Soul Train และนำไปสู่การก่อตั้งกลุ่ม The Outrageous Waacking Dancers ในลอสแอนเจลิส
แว็กกิงกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งในทศวรรษ 2010 โดยเฉพาะในปี 2011 เมื่อ คุมารี สุราช (Kumari Suraj) ได้ออกแบบท่าเต้นแว็กกิงในรายการ So You Think Can Dance นอกจากนี้ สถาบันการศึกษาอย่างภาควิชาการละครและการเต้นของมหาวิทยาลัยเซาท์แคโรไลนา (University of South Carolina) ยังได้บรรจุการเต้นแว็กกิงเข้าเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียนการสอนอีกด้วย
อิทธิพลและแรงบันดาลใจ
แว็กกิงได้รับอิทธิพลจากการเคลื่อนไหวหลากหลายรูปแบบ เช่น แจ๊ส (Jazz), ยิมนาสติก และศิลปะการต่อสู้ เช่นเดียวกับสตรีทแดนซ์หลายชนิดที่เกิดขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 20
ความแตกต่างระหว่าง Waacking และ Locking
เนื่องจากแว็กกิงและล็อกกิง (Locking) พัฒนาขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกันในคลับของลอสแอนเจลิส จึงมีความคล้ายคลึงกันในเชิงภาพ แต่มีความแตกต่างที่สำคัญดังนี้:
- ชุมชนผู้สร้าง: แว็กกิงถูกสร้างขึ้นโดยกลุ่ม LGBTQ+ ในคลับเกย์ ในขณะที่ล็อกกิงถูกสร้างขึ้นโดยกลุ่มคนทั่วไปในคลับ
- ดนตรี: แว็กกิงใช้ดนตรีดิสโก้ (Disco) เป็นหลัก ส่วนล็อกกิงใช้ดนตรีฟังก์ (Funk)
อิทธิพลจากฮอลลีวูด
นักเต้นแว็กกิงได้รับแรงบันดาลใจอย่างมากจากภาพยนตร์ฮอลลีวูด โดยเฉพาะการเลียนแบบบุคลิก ท่าทาง และการโพสท่าของดาราชื่อดังในยุคทองของภาพยนตร์ เช่น ลอเรน บาคาลล์ (Lauren Bacall), มาร์ลีน ดีทริช (Marlene Dietrich), เบตตี เดวิส (Bette Davis) และ เจมส์ ดีน (James Dean) ซึ่งอิทธิพลนี้ไม่ได้ปรากฏเพียงแค่ท่าเต้น แต่ยังรวมถึงการแต่งกายและการแสดงออกทางสีหน้าเพื่อสื่อสารอารมณ์และความมั่นใจ
การปรากฏในวัฒนธรรมร่วมสมัย
ในปัจจุบัน แว็กกิงถูกนำไปใช้ในสื่อบันเทิงและกีฬา เช่น ในการ์ตูนเรื่อง Steven Universe ที่ตัวละคร Garnet มีการเคลื่อนไหวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแว็กกิงในการใช้พลังเวทมนตร์
นอกจากนี้ ในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2022 คู่เต้นน้ำแข็ง กาเบรียลลา ปาปาดากิส (Gabriella Papadakis) และ กีโยม ซิเซรอน (Guillaume Cizeron) จากฝรั่งเศส ได้คว้าเหรียญทองและสร้างสถิติโลกในรายการ Short Program โดยใช้ท่าเต้นที่ได้รับอิทธิพลจากแว็กกิง ซึ่งออกแบบโดย Axelle Munezero
คำถามที่พบบ่อย
Waacking แตกต่างจาก Voguing อย่างไร?
แม้ทั้งคู่จะเป็นการเต้นของกลุ่ม LGBTQ+ แต่ Waacking เน้นการเคลื่อนไหวแขนที่รวดเร็วและหมุนวนรอบศีรษะตามจังหวะดนตรีดิสโก้ ในขณะที่ Voguing จะเน้นการโพสท่าเลียนแบบนางแบบนิตยสาร Vogue และมีโครงสร้างการแข่งขันที่เฉพาะตัวมากกว่า
ชื่อ Waacking มีที่มาอย่างไร?
พัฒนามาจากคำว่า Punking ซึ่งเป็นคำเรียกเชิงลบต่อกลุ่มเกย์ในสมัยนั้น ต่อมาถูกเปลี่ยนเป็น Waackin เพื่อลดความหมายเชิงลบ และเจฟฟรีย์ แดเนียล ได้เติมตัวอักษร 'g' จนกลายเป็น Waacking ในที่สุด
ดนตรีประเภทใดที่ใช้ในการเต้น Waacking?
ดนตรีหลักที่ใช้คือดนตรีดิสโก้ (Disco) จากยุค 1970 และดนตรีโพสต์ดิสโก้ (Post-disco) จากยุค 1980
ใครคือบุคคลสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการเต้น Waacking?
บุคคลสำคัญ ได้แก่ เจฟฟรีย์ แดเนียล (Jeffrey Daniel) ผู้ช่วยกำหนดชื่อเรียก และ คุมารี สุราช (Kumari Suraj) ผู้ทำให้การเต้นนี้กลับมาเป็นที่นิยมในระดับสากลผ่านรายการโทรทัศน์
Waacking ได้รับแรงบันดาลใจจากอะไรบ้าง?
ได้รับแรงบันดาลใจจากดนตรีดิสโก้, การแสดงของดาราฮอลลีวูดยุคคลาสสิก, ยิมนาสติก, และศิลปะการต่อสู้บางส่วน