การแข่งขันกอล์ฟวอล์กเกอร์คัพ
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นการแข่งขันกอล์ฟสมัครเล่นชายระดับโลกที่จัดโดย The R&A และ USGA
- แข่งขันระหว่างทีมสหรัฐอเมริกาและทีมสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์
- ตั้งชื่อตาม George Herbert Walker อดีตประธาน USGA
- ตั้งแต่ปี 2026 จะเปลี่ยนกลับมาจัดในปีคู่เพื่อไม่ให้ทับซ้อนกับโอลิมปิกและไอเซนฮาวร์โทรฟี
วอล์กเกอร์คัพ (Walker Cup) หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ Walker Cup Match เป็นการแข่งขันกอล์ฟประเภททีมสำหรับนักกอล์ฟสมัครเล่นชายระดับชั้นนำ โดยเป็นการแข่งขันระหว่างสองทีม ได้แก่ ทีมสหรัฐอเมริกา และทีมสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ (Great Britain and Ireland) ซึ่งประกอบด้วยผู้เล่นจากสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ การแข่งขันนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง The R&A และ สมาคมกอล์ฟแห่งสหรัฐอเมริกา (USGA)
ประวัติและการก่อตั้ง
การแข่งขันวอล์กเกอร์คัพตั้งชื่อตาม จอร์จ เฮอร์เบิร์ต วอล์กเกอร์ (George Herbert Walker) ซึ่งดำรงตำแหน่งประธาน USGA ในปี 1920 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการริเริ่มการแข่งขันนี้ ทั้งนี้ วอล์กเกอร์ยังเป็นคุณปู่ของจอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช และคุณทวดของจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ประธานาธิบดีคนที่ 41 และ 43 ของสหรัฐอเมริกาตามลำดับ
จุดเริ่มต้นในปี 1921
ในปี 1921 ทีมนักกอล์ฟสมัครเล่นชาวอเมริกันได้เดินทางไปยังสหราชอาณาจักรเพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน The Amateur Championship ที่สนาม Royal Liverpool (Hoylake) และได้มีการจัดแมตช์การแข่งขันระหว่างนักกอล์ฟสมัครเล่นชาวอเมริกันและชาวบริติชขึ้นในวันที่ 21 พฤษภาคม ก่อนการแข่งขันรายการหลัก โดยแมตช์นี้ได้รับการสนับสนุนและจัดเตรียมโดย Gershom Stewart สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและประธานของ Royal Liverpool Golf Club ซึ่งผลการแข่งขันในครั้งนั้นทีมสหรัฐอเมริกาเป็นฝ่ายชนะด้วยคะแนน 9–3
รูปแบบการแข่งขัน
วอล์กเกอร์คัพใช้รูปแบบการแข่งขันที่ผสมผสานระหว่าง Foursomes (การตีสลับกันในทีม) และ Singles (การแข่งขันเดี่ยว) ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่เคยใช้ในการแข่งขันไรเดอร์คัพ (Ryder Cup) ในยุคแรก
- ก่อนปี 1961: มีการแข่งขันแบบ 36 หลุม โดยวันแรกจะเป็นการแข่งขัน Foursomes 4 แมตช์ และวันที่สองจะเป็นการแข่งขัน Singles 8 แมตช์
- ตั้งแต่ปี 1963: เปลี่ยนมาใช้การแข่งขันแบบ 18 หลุม โดยมีการแข่งขัน Foursomes 4 แมตช์ และ Singles 8 แมตช์ในแต่ละวัน
- ตั้งแต่ปี 2009: มีการเพิ่มจำนวนแมตช์ Singles ในบ่ายวันที่สองเป็น 10 แมตช์ เพื่อให้สมาชิกทุกคนในทีมได้มีส่วนร่วมในการแข่งขันวันสุดท้าย
สถิติและผลการแข่งขัน
นับจนถึงปี 2025 สหรัฐอเมริกามีสถิติการชนะที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน โดยชนะไปทั้งหมด 40 ครั้ง ในขณะที่ทีมสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ชนะ 9 ครั้ง และเสมอกัน 1 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 1989 เป็นต้นมา การแข่งขันมีความสูสีมากขึ้น โดยทีมสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์สามารถหยุดสถิติการชนะติดต่อกัน 8 สมัยของสหรัฐฯ ได้สำเร็จ และมีการแข่งขันหลายครั้งในช่วงปี 1989 และ 2003–2007 ที่ตัดสินผลแพ้ชนะกันเพียงคะแนนเดียว
กำหนดการและสถานที่จัดงานในอนาคต
เดิมทีการแข่งขันจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงปี 1922–1924 ก่อนจะเปลี่ยนเป็นทุก 2 ปี (Biennial) ในปีคู่ และต่อมาเปลี่ยนเป็นปีคี่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป การแข่งขันจะกลับมาจัดใน ปีคู่ อีกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงการชนกับตารางการแข่งขันไอเซนฮาวร์โทรฟี (Eisenhower Trophy) และการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก
| ปี | สถานที่จัดงาน | ประเทศ |
|---|---|---|
| 2026 | Lahinch Golf Club | ไอร์แลนด์ |
| 2028 | Bandon Dunes Golf Resort | สหรัฐอเมริกา |
| 2030 | Prince's Golf Club | อังกฤษ |
| 2032 | Oakmont Country Club | สหรัฐอเมริกา |
| 2036 | Chicago Golf Club | สหรัฐอเมริกา |
| 2040 | National Golf Links of America | สหรัฐอเมริกา |
| 2044 | Pine Valley Golf Club | สหรัฐอเมริกา |
| 2048 | Cypress Point Club | สหรัฐอเมริกา |
| 2052 | Seminole Golf Club | สหรัฐอเมริกา |
คำถามที่พบบ่อย
วอล์กเกอร์คัพแตกต่างจากไรเดอร์คัพอย่างไร?
วอล์กเกอร์คัพเป็นการแข่งขันสำหรับนักกอล์ฟสมัครเล่นเท่านั้น ในขณะที่ไรเดอร์คัพเป็นการแข่งขันสำหรับนักกอล์ฟอาชีพ นอกจากนี้ วอล์กเกอร์คัพยังจำกัดผู้เล่นเฉพาะทีมสหรัฐฯ และทีมสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ ไม่ได้ขยายครอบคลุมนักกอล์ฟสมัครเล่นทั่วยุโรปเหมือนที่ไรเดอร์คัพทำ
รูปแบบการแข่งขันวอล์กเกอร์คัพเป็นอย่างไร?
การแข่งขันประกอบด้วยการตีแบบ Foursomes (ตีสลับกัน) และ Singles (ตีเดี่ยว) โดยมีการปรับเปลี่ยนจำนวนหลุมและจำนวนแมตช์เพื่อให้ผู้เล่นทุกคนในทีมได้ลงแข่งขันในวันสุดท้าย
ทำไมการแข่งขันถึงเปลี่ยนปีที่จัดงาน?
ตั้งแต่ปี 2026 การแข่งขันจะเปลี่ยนมาจัดในปีคู่ เพื่อหลีกเลี่ยงการชนกับตารางการแข่งขันไอเซนฮาวร์โทรฟี (Eisenhower Trophy) และการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ซึ่งจะย้ายไปจัดในปีคี่แทน
สถิติการแข่งขันจนถึงปัจจุบันเป็นอย่างไร?
สหรัฐอเมริกามีผลงานที่โดดเด่นที่สุด โดยชนะ 40 ครั้ง และทีมสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ชนะ 9 ครั้ง และเสมอกัน 1 ครั้ง (ข้อมูล ณ ปี 2025)