← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เป้าหมายการทำสงครามในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

สรุปใจความสำคัญ

  • เป้าหมายการทำสงครามมักถูกกำหนดขึ้นหลังจากสงครามเริ่มขึ้นแล้ว ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เกิดสงครามเสมอไป
  • แผนงานเดือนกันยายน (Septemberprogramm) ของเยอรมนีมุ่งเน้นการสร้างความเป็นเจ้าในยุโรปและลดอำนาจของฝรั่งเศส
  • การประกาศเป้าหมายที่ชัดเจนเกินไปในช่วงแรกของสงครามอาจส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์กับประเทศที่เป็นกลาง

เป้าหมายการทำสงคราม (War aims) ในสงครามโลกครั้งที่หนึ่งเป็นชุดของวัตถุประสงค์ทางดินแดน การเมือง และเศรษฐกิจที่รัฐผู้ร่วมรบกำหนดขึ้นหลังจากความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้น โดยเป้าหมายเหล่านี้มักสะท้อนถึงความทะเยอทะยานของรัฐในการขยายอำนาจหรือสร้างความมั่นคงให้กับตนเองในระยะยาว

ความซับซ้อนในการกำหนดเป้าหมายการทำสงคราม

การกำหนดเป้าหมายการทำสงครามอย่างชัดเจนเป็นเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับรัฐบาลส่วนใหญ่ในขณะนั้น เนื่องจากมีความกังวลว่าหากประกาศเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงแล้วไม่สามารถบรรลุผลได้ จะถูกตีความว่าเป็นการพ่ายแพ้หรือความล้มเหลว ในช่วงแรกของสงคราม รัฐบาลต่างๆ จึงมักใช้ถ้อยคำที่คลุมเครือและมุ่งเน้นไปที่การระดมการสนับสนุนจากสาธารณชนผ่านแนวคิดเรื่องชัยชนะและความกล้าหาญ มากกว่าการระบุวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม การประกาศความทะเยอทะยานในการขยายดินแดนอย่างเปิดเผยส่งผลเสียต่อท่าทีของประเทศที่เป็นกลาง ซึ่งอาจทำให้ประเทศเหล่านั้นหันไปสนับสนุนฝ่ายตรงข้าม นอกจากนี้ แม้ว่าเทคโนโลยีการทหารจะก้าวหน้าขึ้น แต่แนวคิดเรื่อง เขตกันชน (Buffer zones) และการปรับเปลี่ยนพรมแดนยังคงเป็นหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ทางทหารและการเมือง โดยนักประวัติศาสตร์อย่าง Gerhard Ritter ชี้ให้เห็นว่าในขณะนั้น นักการเมืองและสื่อมวลชนยังไม่ตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงดินแดนในสงครามสมัยใหม่ที่มีการขนส่งมวลชนและกำลังทางอากาศนั้น มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์น้อยลงกว่าในศตวรรษที่ 19

แผนที่ล้อเลียนของเยอรมนีเกี่ยวกับยุโรปในปี 1914
แผนที่ล้อเลียนของเยอรมนีที่แสดงถึงความทะเยอทะยานทางดินแดนในยุโรป

เป้าหมายของฝ่ายมหาอำนาจกลาง

จักรวรรดิเยอรมัน

ในช่วงเริ่มต้น สงครามถูกนำเสนอในเยอรมนีว่าเป็นสงครามเพื่อการป้องกันตนเอง แต่ความสำเร็จทางทหารในช่วงแรกในแนวรบด้านตะวันตกได้เปลี่ยนเป้าหมายไปสู่การผนวกดินแดนเพื่อสร้างความได้เปรียบในระยะยาว

เป้าหมายทางเศรษฐกิจเริ่มแรกที่มุ่งเน้นการขยายอาณานิคมในแอฟริกาและเอเชียไมเนอร์ ถูกแทนที่ด้วยเป้าหมายที่กว้างขึ้นในการสร้างความเป็นเจ้าในยุโรป (Continental hegemony) เพื่อให้เยอรมนีสามารถมีอิทธิพลในระดับโลกได้

แผนงานเดือนกันยายน (Septemberprogramm)

เมื่อวันที่ 9 กันยายน ค.ศ. 1914 นายกรัฐมนตรี Theobald von Bethmann Hollweg และ Kurt Riezler ได้ร่างแผนงานที่เรียกว่า Septemberprogramm ซึ่งระบุเป้าหมายที่ชัดเจนของเยอรมนี ดังนี้:

  • ฝรั่งเศส: มุ่งลดสถานะมหาอำนาจของฝรั่งเศส ทำให้ฝรั่งเศสต้องพึ่งพาเยอรมนีทางเศรษฐกิจ และเรียกร้องการยกดินแดนลุ่มแร่เหล็ก Briey รวมถึงชายฝั่งระหว่าง Dunkirk และ Boulogne-sur-Mer
  • เบลเยียม: วางแผนผนวกเมือง Liège และ Verviers เข้ากับปรัสเซีย และเปลี่ยนเบลเยียมให้เป็นรัฐบริวารที่ต้องพึ่งพาทางเศรษฐกิจ
  • ดินแดนอื่นๆ: มีข้อเสนอให้ผนวกลักเซมเบิร์กและเนเธอร์แลนด์เข้าเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิ
Theobald von Bethmann Hollweg
Theobald von Bethmann Hollweg นายกรัฐมนตรีเยอรมันผู้มีบทบาทในการกำหนดเป้าหมายสงคราม

มิติทางเศรษฐกิจและชาตินิยม

เป้าหมายการทำสงครามไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การยึดครองดินแดน แต่ยังมีมิติทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น การควบคุมภาคการค้าที่สำคัญเพื่อส่งเสริมการส่งออกและสร้างความมั่นคงในการเข้าถึงวัตถุดิบ นอกจากนี้ กระแสชาตินิยมที่รุนแรงทำให้สาธารณชนไวต่อการสูญเสียดินแดน ซึ่งนำไปสู่ความตึงเครียดทางการทูตที่ยืดเยื้อและทำให้การเจรจาสันติภาพเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

เป้าหมายการทำสงคราม (War aims) ต่างจากสาเหตุของสงคราม (Causes of war) อย่างไร?

สาเหตุของสงครามคือปัจจัยที่นำไปสู่การตัดสินใจเข้าสู่สงคราม ในขณะที่เป้าหมายการทำสงครามคือวัตถุประสงค์ที่รัฐต้องการบรรลุหลังจากสงครามสิ้นสุดลง เช่น การผนวกดินแดนหรือการเปลี่ยนแปลงระบอบการเมือง

Septemberprogramm คืออะไร?

เป็นเอกสารลับของจักรวรรดิเยอรมันที่ร่างขึ้นในเดือนกันยายน ค.ศ. 1914 เพื่อกำหนดเป้าหมายทางดินแดนและการเมืองในยุโรป โดยมุ่งเน้นการลดอำนาจฝรั่งเศสและเปลี่ยนเบลเยียมให้เป็นรัฐบริวาร

ทำไมรัฐบาลในสงครามโลกครั้งที่หนึ่งถึงไม่ประกาศเป้าหมายสงครามอย่างชัดเจนในช่วงแรก?

เพราะเกรงว่าหากไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้จะถูกมองว่าพ่ายแพ้ และเพื่อหลีกเลี่ยงการทำให้ประเทศที่เป็นกลางรู้สึกหวาดกลัวจนหันไปสนับสนุนฝ่ายตรงข้าม