← กลับไปยังบทความทั้งหมด

รถเก็บขนมูลฝอย

สรุปใจความสำคัญ

  • รถเก็บขนมูลฝอยรุ่นแรกๆ ที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเองเริ่มใช้ในปี ค.ศ. 1897 โดยใช้พลังงานไอน้ำ
  • ระบบบีบอัดขยะไฮดรอลิกถูกนำมาใช้ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1938 โดย Garwood Load Packer ซึ่งช่วยเพิ่มความจุในการบรรทุกได้ถึงสองเท่า
  • ระบบ Dempster-Dumpster ในปี ค.ศ. 1937 เป็นต้นกำเนิดของถังขยะขนาดใหญ่แบบมีล้อที่ยกเทได้ด้วยเครื่องกล
  • รถเก็บขยะแบ่งเป็น 3 ประเภทหลักตามตำแหน่งการโหลด คือ แบบโหลดด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง

รถเก็บขนมูลฝอย (Waste Collection Vehicle) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า รถขยะ คือยานพาหนะที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อใช้ในการเก็บรวบรวมขยะมูลฝอยจากชุมชนและขนส่งไปยังสถานีขนถ่ายขยะ ศูนย์รีไซเคิล หรือสถานที่กำจัดขยะ เช่น หลุมฝังกลบ โดยรถประเภทนี้เป็นส่วนสำคัญของระบบสุขาภิบาลในเขตเมืองทั่วโลก

ประวัติและวิวัฒนาการ

ในอดีต การขนย้ายขยะใช้รถลากและเกวียนเป็นหลัก จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1897 สภาเขตชิสวิก (Chiswick District Council) ได้สั่งซื้อรถเก็บขยะแบบขับเคลื่อนด้วยตัวเองรุ่นแรกๆ จากบริษัท Thornycroft Steam Wagon and Carriage Company ซึ่งเป็นรถบรรทุกไอน้ำที่มีตัวถังออกแบบมาเพื่อการเก็บฝุ่นและขยะในครัวเรือนโดยเฉพาะ

ในช่วงทศวรรษ 1920 เริ่มมีการใช้รถบรรทุกแบบเปิดด้านบน แต่เนื่องจากปัญหาเรื่องกลิ่นไม่พึงประสงค์และขยะร่วงหล่นระหว่างขนส่ง จึงได้มีการพัฒนารถบรรทุกแบบปิด ซึ่งเริ่มใช้ในยุโรปที่มีประชากรหนาแน่นก่อนจะแพร่หลายไปยังอเมริกาเหนือและส่วนอื่นๆ ของโลก

การพัฒนาระบบยกและบีบอัด

ปัญหาสำคัญในยุคแรกคือพนักงานเก็บขยะต้องยกขยะขึ้นสูงถึงระดับไหล่ ต่อมาในช่วงปลายทศวรรษ 1920 จึงมีการสร้างช่องเก็บขยะทรงกลมพร้อมระบบเกลียวหมุนเพื่อดึงขยะออกจากด้านหลัง และในปี ค.ศ. 1929 ได้มีการพัฒนา "ฮอปเปอร์" (Hopper) หรือถังรับขยะที่ใช้ระบบสายเคเบิลในการดึงขยะเข้าสู่ตัวรถ

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1937 เมื่อ George Dempster ประดิษฐ์ระบบ Dempster-Dumpster ซึ่งใช้ถังขยะแบบมีล้อที่สามารถยกเทลงในรถได้ด้วยกลไกทางเครื่องกล คำว่า "Dumpster" จึงกลายเป็นคำศัพท์ที่ใช้เรียกถังขยะขนาดใหญ่ตั้งแต่นั้นมา

ในปี ค.ศ. 1938 รถบรรทุกรุ่น Garwood Load Packer ได้นำระบบบีบอัด (Compactor) มาใช้เป็นครั้งแรก โดยใช้ระบบไฮดรอลิกในการกดทับขยะ ทำให้รถหนึ่งคันสามารถบรรทุกขยะได้มากขึ้นถึงสองเท่า

ประเภทของรถเก็บขนมูลฝอย

รถเก็บขยะถูกแบ่งประเภทตามลักษณะการโหลดขยะและกลไกการทำงาน ดังนี้:

1. รถบรรทุกแบบโหลดด้านหน้า (Front Loaders)

มักใช้สำหรับเก็บขยะจากสถานประกอบการเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมที่ใช้ถังขยะขนาดใหญ่ (Dumpsters) รถประเภทนี้จะมีแขนยกไฮดรอลิกด้านหน้า ซึ่งคนขับจะใช้จอยสติ๊กหรือคันโยกควบคุมให้แขนยกจับถังขยะ ยกขึ้นเหนือตัวรถ แล้วพลิกเทขยะลงในถังรับด้านบน จากนั้นผนังบีบอัดไฮดรอลิกจะดันขยะไปทางด้านหลังของรถ

2. รถบรรทุกแบบโหลดด้านหลัง (Rear Loaders)

เป็นประเภทที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดในเขตที่พักอาศัย มีช่องรับขยะ (Hopper) อยู่ด้านท้ายรถ พนักงานสามารถโยนถุงขยะหรือเทถังขยะลงไปได้โดยตรง หรือใช้กลไกยกถังขยะอัตโนมัติเพื่อเทขยะลงในช่องรับ

รถโหลดด้านหลังสมัยใหม่จะใช้กลไกไฮดรอลิกในลักษณะแผ่นกวาดหรือพลั่ว เพื่อตักขยะจากช่องรับและบีบอัดเข้ากับผนังด้านใน เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการบรรทุก

3. รถบรรทุกแบบโหลดด้านข้าง (Side Loaders)

ถูกออกแบบมาเพื่อความรวดเร็ว โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ใช้ถังขยะแบบมีล้อ (Wheelie bins) รถประเภทนี้มีแขนกลด้านข้างที่สามารถยกถังขยะขึ้นและเทลงในตัวรถได้ โดยในบางรุ่น เช่น ระบบอัตโนมัติที่เริ่มใช้ในเมืองสก็อตส์เดล รัฐแอริโซนา ปี ค.ศ. 1969 คนขับสามารถควบคุมการเก็บขยะได้จากภายในห้องโดยสารโดยไม่ต้องลงจากรถ

นวัตกรรมและการพัฒนาในปัจจุบัน

นอกเหนือจากระบบบีบอัดขยะแล้ว ยังมีการพัฒนาระบบการขับเคลื่อน เช่น ระบบ Lightning Rear Steer ที่นำเสนอโดย Lee Rathbun ในปี ค.ศ. 1997 ซึ่งมีห้องโดยสารยกสูงและหันหน้าไปทางด้านหลัง ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถขับรถตามรถบรรทุกคันอื่นและโหลดขยะได้อย่างต่อเนื่อง

คำถามที่พบบ่อย

รถขยะแบบบีบอัดแตกต่างจากรถขยะทั่วไปอย่างไร?

รถขยะแบบบีบอัดใช้ระบบไฮดรอลิกในการกดทับขยะให้มีขนาดเล็กลง ทำให้สามารถบรรทุกขยะได้ในปริมาณที่มากกว่ารถบรรทุกขยะแบบเปิดทั่วไปหลายเท่า

รถโหลดด้านหน้า (Front Loader) เหมาะกับงานประเภทใด?

เหมาะสำหรับการเก็บขยะในพื้นที่เชิงพาณิชย์หรืออุตสาหกรรมที่ใช้ถังขยะขนาดใหญ่ (Dumpsters) เนื่องจากมีแขนยกที่สามารถยกถังหนักๆ ขึ้นเหนือตัวรถได้

ระบบโหลดด้านข้างอัตโนมัติมีข้อดีอย่างไร?

ช่วยลดจำนวนพนักงานและเพิ่มความเร็วในการทำงาน เนื่องจากคนขับสามารถควบคุมแขนกลเพื่อยกถังขยะได้จากภายในห้องโดยสารโดยไม่ต้องลงจากรถ