วัฒนธรรมสวัสดิการ (Welfare Culture) ผลกระทบและการถกเถียง
สรุปใจความสำคัญ
- คำว่า 'Welfare Culture' ถูกบัญญัติขึ้นในปี 1986 โดย Lawrence Mead
- พระราชบัญญัติประกันสังคมปี 1935 (Social Security Act of 1935) ถือเป็นจุดเริ่มต้นของรัฐสวัสดิการในสหรัฐอเมริกา
- รายงาน Moynihan (1965) ชี้ให้เห็นว่าสวัสดิการเป็นเพียงมาตรการตอบสนอง แต่ไม่ได้แก้รากเหง้าของความยากจน และเสนอให้เน้นการศึกษาและการฝึกอาชีพแทน
วัฒนธรรมสวัสดิการ หมายถึง ผลกระทบทางพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจากการให้ความช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพื่อบรรเทาความยากจน (หรือที่เรียกว่า สวัสดิการ) สวัสดิการถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการคุ้มครองทางสังคม ซึ่งอาจมาในรูปแบบของเงินโอน เช่น 'เช็คสวัสดิการ' หรือบริการที่ได้รับเงินอุดหนุน เช่น การดูแลสุขภาพฟรีหรือราคาถูก ที่อยู่อาศัยราคาประหยัด และอื่นๆ
Pierson (2006) ระบุว่า เช่นเดียวกับความยากจน สวัสดิการก่อให้เกิดผลกระทบทางพฤติกรรม และการศึกษามีความเห็นที่แตกต่างกันว่าสวัสดิการช่วยให้บุคคลมีอำนาจในการจัดการชีวิตตนเอง (empowers) หรือสร้างความพึ่งพิง (dependence) ต่อความช่วยเหลือจากรัฐบาล นอกจากนี้ หลักฐานเกี่ยวกับผลกระทบทางพฤติกรรมของสวัสดิการยังแตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศ เช่น นอร์เวย์ ฝรั่งเศส เดนมาร์ก และเยอรมนี เนื่องจากแต่ละประเทศมีระบบการนำสวัสดิการไปใช้ที่แตกต่างกัน
วัฒนธรรมสวัสดิการในสหรัฐอเมริกา
ในสหรัฐอเมริกา การถกเถียงเกี่ยวกับผลกระทบของสวัสดิการมีมาตั้งแต่สมัย New Deal แต่ต่อมาได้กลายเป็นประเด็นขัดแย้งทางการเมืองในกระแสหลักเมื่อมีการกำเนิดของสวัสดิการสมัยใหม่ภายใต้โครงการ Great Society ของประธานาธิบดี ลินดอน บี. จอห์นสัน อย่างไรก็ตาม คำว่า "welfare culture" เพิ่งถูกบัญญัติขึ้นในปี 1986 โดย Lawrence Mead
ความหมายของสวัสดิการในสหรัฐฯ

สวัสดิการอาจหมายถึงความช่วยเหลือใดๆ จากรัฐบาลที่ใช้เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของพลเมือง อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา คำว่าสวัสดิการถูกจำกัดให้หมายถึงโครงการ Temporary Assistance to Needy Families (TANF) ซึ่งให้เงินช่วยเหลือรายเดือนแก่ครอบครัวที่ยากจนซึ่งมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด
ในขณะที่คำว่า "วัฒนธรรมสวัสดิการ" ใช้ความหมายกว้างๆ ซึ่งครอบคลุมถึงโครงการทางสังคมของรัฐบาลทั้งหมด แต่นักวิชาการอย่าง David Ellwood และ Lawrence Summers (1985) เชื่อว่าการถกเถียงเรื่องวัฒนธรรมสวัสดิการจะมีความแม่นยำมากขึ้นหากพิจารณาแต่ละโครงการแยกกัน เช่น Medicare, Medicaid, สวัสดิการว่างงาน และสวัสดิการทุพพลภาพ
วิวัฒนาการของการถกเถียงในสหรัฐอเมริกา
Kent R. Weaver แย้งว่านักวิชาการส่วนใหญ่ระบุว่า พระราชบัญญัติประกันสังคมปี 1935 (Social Security Act of 1935) เป็นจุดเริ่มต้นของรัฐสวัสดิการอเมริกัน การปฏิรูปนี้ได้สร้างบริการที่กว้างขวางสำหรับผู้ยากไร้และผู้ที่ประสบปัญหาทางการเงิน รวมถึงสวัสดิการว่างงาน, ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวที่มีบุตรในความดูแล (ซึ่งต่อมาถูกแทนที่ด้วย TANF), เงินบำนาญ และที่อยู่อาศัยราคาประหยัด
นักวิชาการอย่าง June Axinn และ Mark J. Stern (2007) ประเมินว่าพระราชบัญญัติประกันสังคมปี 1935 และโครงการต่างๆ ในยุค New Deal ช่วยเพิ่มความสามารถในการหางาน หลีกเลี่ยงความอดอยาก และจัดหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม นอกจากนี้ Robert Cohen (1973) ประเมินว่า New Deal ช่วยลดอัตราการว่างงานจาก 20% เหลือ 15% ภายในสิ้นทศวรรษ 1940
อย่างไรก็ตาม มีนักเศรษฐศาสตร์และนักประวัติศาสตร์การเมืองบางส่วน เช่น Stanley Feldman และ John Zaller (1992) ที่คัดค้านความช่วยเหลือจากรัฐบาล โดยเชื่อว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองต่างหากที่เป็นทางออกที่แท้จริงของปัญหาการว่างงานและความยากจนในยุค Great Depression ซึ่งการผลิตอาวุธและวัสดุทางการทหารทำให้เกิดการจ้างงานและการลงทุนที่เพิ่มขึ้น
รายงาน Moynihan และการพึ่งพาสวัสดิการ
ในช่วงต้นทศวรรษ 1960 ประธานาธิบดีจอห์นสันได้เริ่ม "สงครามกับความยากจน" (War on Poverty) โดยการนำ Medicare, Medicaid และการเพิ่มที่อยู่อาศัยสาธารณะเข้ามาใช้ David Frum (2002) เชื่อว่าการเพิ่มโครงการเหล่านี้ส่งผลเสียและพบความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างความช่วยเหลือจากรัฐบาลกับผู้ที่ไม่สามารถหลุดพ้นจากเส้นความยากจนได้หากไม่มีความช่วยเหลือดังกล่าว โดยสรุปว่าสวัสดิการสร้างความพึ่งพิงต่อรัฐบาล
ในยุคเดียวกัน วุฒิสมาชิก Daniel Patrick Moynihan ได้เผยแพร่รายงาน The Negro Family: The Case for National Action (1965) หรือที่รู้จักในชื่อ "รายงาน Moynihan" ซึ่งเสนอให้เพิ่มสวัสดิการสำหรับครอบครัวคนผิวดำที่ยากจน แต่ในขณะเดียวกันก็ระบุว่าสวัสดิการไม่ได้ช่วยให้ผู้ยากไร้หาทางออกทางการเงินได้ด้วยตนเอง Moynihan สรุปว่าความล้มเหลวของโครงสร้างครอบครัวนำไปสู่การพึ่งพาสวัสดิการที่เพิ่มขึ้น และเสนอว่าแนวทางเชิงรุก เช่น การฝึกอบรมวิชาชีพและการศึกษา เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างอำนาจให้ครอบครัวคนผิวดำ
คำถามที่พบบ่อย
วัฒนธรรมสวัสดิการ (Welfare Culture) คืออะไร?
คือผลกระทบทางพฤติกรรมที่เกิดจากการได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลเพื่อบรรเทาความยากจน ซึ่งมีการถกเถียงกันว่าช่วยส่งเสริมศักยภาพของบุคคลหรือสร้างความพึ่งพิงต่อรัฐบาลในระยะยาว
โครงการ TANF ในสหรัฐอเมริกาคืออะไร?
Temporary Assistance to Needy Families (TANF) เป็นโครงการที่ให้เงินช่วยเหลือรายเดือนแก่ครอบครัวที่ยากจนซึ่งมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด
ความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับ New Deal คืออะไร?
ฝ่ายหนึ่งเชื่อว่า New Deal ช่วยลดการว่างงานและให้ที่อยู่อาศัยแก่ผู้ยากไร้ ในขณะที่อีกฝ่ายเชื่อว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่แท้จริงเกิดจากการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

