วรรณกรรมเวลส์ในภาษาอังกฤษ
สรุปใจความสำคัญ
- คำว่า 'Anglo-Welsh' ถูกนำมาใช้เพื่อระบุงานเขียนที่ใช้ภาษาอังกฤษแต่มีแหล่งกำเนิดจากเวลส์
- นักเขียนยุคแรกนิยมเขียนกวีนิพนธ์และเรื่องสั้นเนื่องจากข้อจำกัดด้านเวลาและเศรษฐกิจ
- มีการถกเถียงอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับนิยามของ 'นักเขียนชาวเวลส์' ซึ่งครอบคลุมทั้งผู้ที่เกิดในเวลส์และผู้ที่มีเชื้อสายเวลส์แต่เกิดนอกประเทศ
- วรรณกรรมประเภทนี้แยกจาก 'วรรณกรรมภาษาเวลส์' (Welsh-language literature) ซึ่งมีประเพณีต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 6
วรรณกรรมเวลส์ในภาษาอังกฤษ (Welsh writing in English) หมายถึงผลงานเขียนที่สร้างสรรค์โดยนักเขียนชาวเวลส์โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลาง ซึ่งเป็นหมวดหมู่ทางวรรณกรรมที่มีความซับซ้อนในด้านการนิยามอัตลักษณ์ เนื่องจากต้องแยกความแตกต่างระหว่างภาษาที่ใช้เขียนกับถิ่นกำเนิดและตัวตนของผู้เขียน
วิวัฒนาการของคำจำกัดความและอัตลักษณ์
ในอดีต วรรณกรรมประเภทนี้เคยถูกเรียกว่า 'Anglo-Cymric' ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้คำว่า 'Anglo-Welsh' ซึ่งปรากฏการใช้งานโดย Idris Bell ในปี 1922 และต่อมาได้รับการส่งเสริมโดย Raymond Garlick และ Roland Mathias ผ่านวารสาร The Anglo-Welsh Review และหนังสือรวมบทกวี Anglo-Welsh Poetry 1480-1980
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาต่อมา นักเขียนชาวเวลส์จำนวนมากเริ่มรู้สึกว่าคำว่า 'Anglo-Welsh' ไม่สามารถสะท้อนสถานะความเป็นเวลส์ได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ไม่ได้พูดภาษาเวลส์ (Cymraeg) แต่ไม่ได้รู้สึกว่าตนเองเป็นชาวอังกฤษ ด้วยเหตุนี้ คำว่า 'Welsh writing in English' (งานเขียนชาวเวลส์ในภาษาอังกฤษ) จึงถูกนำมาใช้แทนที่ เพื่อเน้นย้ำถึงแหล่งกำเนิดและตัวตนของผู้เขียนมากกว่าตัวภาษาที่ใช้ นอกจากนี้ ในปัจจุบันยังมีการใช้คำที่เป็นกลางมากขึ้นอย่าง 'Anglophone Writing from Wales' (งานเขียนภาษาอังกฤษจากเวลส์)

ลักษณะเด่นและรูปแบบวรรณกรรม
ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 นักเขียนชาวเวลส์ในภาษาอังกฤษมักนิยมเขียน กวีนิพนธ์ และ เรื่องสั้น มากกว่านวนิยาย ด้วยเหตุผลหลักสองประการ:
- ข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ: ในสังคมที่ขาดแคลนทุนทรัพย์สนับสนุนนักเขียนอาชีพ นักเขียนสมัครเล่นจึงมีเวลาจำกัดในการสร้างสรรค์งาน ทำให้รูปแบบงานเขียนขนาดสั้นตอบโจทย์มากกว่า
- สุนทรียศาสตร์ทางภาษา: รูปแบบงานเขียนขนาดสั้นช่วยให้สามารถเน้นความรุ่มรวยและความรื่นรมย์ทางภาษาได้อย่างเข้มข้น
ในด้านเนื้อหา งานเขียนยุคแรกมักมุ่งเน้นไปที่ความแปลกประหลาดของชีวิตชนบทในเวลส์ผ่านมุมมองของสำนักพิมพ์ในลอนดอน แต่ต่อมาได้เปลี่ยนจุดเน้นมาสู่การสะท้อนชีวิตในหุบเขาอุตสาหกรรมทางตอนใต้ของเวลส์
การนิยามผู้เขียนและข้อถกเถียง
การกำหนดว่าใครคือ "นักเขียนชาวเวลส์ในภาษาอังกฤษ" ยังคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงกัน โดยทั่วไปครอบคลุมถึง:
- ผู้ที่เกิดในเวลส์และใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก: เช่น ดีแลน โทมัส (Dylan Thomas) และ Emyr Humphreys
- ผู้ที่เกิดนอกเวลส์แต่มีเชื้อสายเวลส์: เช่น David Jones กวีผู้เกิดในลอนดอนแต่ได้รับอิทธิพลอย่างสูงจากรากเหง้าความเป็นเวลส์
- ผู้ที่ไม่ได้เกิดในเวลส์แต่มีความผูกพันลึกซึ้ง: เช่น John Cowper Powys ผู้ย้ายมาตั้งถิ่นฐานในเวลส์ในปี 1935 และเขียนนวนิยายที่ใช้ประวัติศาสตร์และตำนาน The Mabinogion ของเวลส์
ในทางตรงกันข้าม มีมุมมองที่ปฏิเสธการมีอยู่ของวรรณกรรม Anglo-Welsh เช่น Saunders Lewis นักเขียนภาษาเวลส์ผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งมองว่างานเขียนในภาษาอังกฤษไม่สามารถแยกออกจากวรรณกรรมอังกฤษได้ เนื่องจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาทางการของรัฐบริติช
ความท้าทายในยุคโลกาภิวัตน์
ในปัจจุบัน วรรณกรรมเวลส์ในภาษาอังกฤษได้ก้าวข้ามการนิยามแบบเดิม และสะท้อนถึงประสบการณ์พหุวัฒนธรรม (Multicultural experience) มากขึ้น โดยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เชื้อชาติหรือถิ่นกำเนิด แต่รวมถึงการตีความตัวตนของความเป็นเวลส์ในโลกที่เชื่อมต่อกัน
คำถามที่พบบ่อย
วรรณกรรมเวลส์ในภาษาอังกฤษแตกต่างจากวรรณกรรมภาษาเวลส์อย่างไร?
วรรณกรรมภาษาเวลส์คือผลงานที่เขียนด้วยภาษาเวลส์ (Cymraeg) ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 6 ในขณะที่วรรณกรรมเวลส์ในภาษาอังกฤษคือผลงานที่เขียนด้วยภาษาอังกฤษโดยนักเขียนที่มีความผูกพันกับเวลส์ ไม่ว่าจะเป็นโดยกำเนิด เชื้อสาย หรือการอยู่อาศัย
ทำไมคำว่า 'Anglo-Welsh' จึงถูกแทนที่ด้วย 'Welsh writing in English'?
เพราะนักเขียนหลายคนรู้สึกว่าคำว่า 'Anglo-Welsh' ให้ความสำคัญกับภาษาอังกฤษมากเกินไป และไม่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นเวลส์ของผู้เขียนที่ไม่ได้พูดภาษาเวลส์ได้อย่างเพียงพอ
ใครคือนักเขียนที่มีชื่อเสียงที่สุดในกลุ่มนี้?
ดีแลน โทมัส (Dylan Thomas) เป็นหนึ่งในกวีที่ได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียงระดับโลกมากที่สุดในฐานะนักเขียนชาวเวลส์ที่สร้างสรรค์ผลงานในภาษาอังกฤษ