การเลือกตั้งซ่อมที่เวย์มัธและเมลคัมบ์ เรจิส ปี 1831
สรุปใจความสำคัญ
- การเลือกตั้งซ่อมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 1831
- ชาร์ลส์ บาริง วอลล์ จากพรรคทอรีเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง
- สาเหตุของการเลือกตั้งซ่อมเกิดจาก ริชาร์ด เวย์แลนด์ เลือกที่นั่งในเขตอ็อกซ์ฟอร์ดแทน
- ประเด็นหลักของการเลือกตั้งครั้งนี้คือการต่อต้านหรือสนับสนุนการปฏิรูปการเลือกตั้งของพรรควิก
การเลือกตั้งซ่อมสำหรับเขตเลือกตั้งเวย์มัธและเมลคัมบ์ เรจิส (Weymouth and Melcombe Regis) ของสหราชอาณาจักร จัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 1831 โดยมีสาเหตุมาจากการที่ ริชาร์ด เวย์แลนด์ (Richard Weyland) ได้รับเลือกตั้งในสองเขตเลือกตั้ง คือ เวย์มัธและเมลคัมบ์ เรจิส และอ็อกซ์ฟอร์ด ในการเลือกตั้งทั่วไปของสหราชอาณาจักรปี 1831 และเขาได้ตัดสินใจเลือกที่จะดำรงตำแหน่งในเขตอ็อกซ์ฟอร์ดแทน
การแข่งขันและการชนะเลือกตั้ง
ผลการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ส่งผลให้ ชาร์ลส์ บาริง วอลล์ (Charles Baring Wall) จากพรรคทอรี (Tory) เป็นผู้ชนะการเลือกตั้งและได้เข้าดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

การปฏิรูปการเลือกตั้ง
การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่เดือนหลังจากการเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุด ซึ่งประเด็นหลักที่ถูกนำมาถกเถียงกันอย่างหนักคือแผนการปฏิรูปการเลือกตั้งของพรรควิก (Whig) โดยในขณะที่การเลือกตั้งทั่วไปในเขตนี้ส่งผลให้มีสมาชิกพรรคทอรีที่ต่อต้านการปฏิรูปสองคน และสมาชิกพรรควิกที่สนับสนุนการปฏิรูปสองคน การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จึงเป็นโอกาสให้พรรคทอรีสามารถเพิ่มจำนวนที่นั่งในสภาเพื่อต่อต้านการปฏิรูปได้มากขึ้น
แม้ว่าพรรคทอรีจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ แต่ในท้ายที่สุด พระราชบัญญัติการปฏิรูป ค.ศ. 1832 (Reform Act 1832) ก็ได้รับการประกาศใช้ในเวลาต่อมาในปี 1832 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงระบบการเลือกตั้งของอังกฤษอย่างมีนัยสำคัญ
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมถึงมีการเลือกตั้งซ่อมที่เวย์มัธและเมลคัมบ์ เรจิส ในปี 1831?
เพราะริชาร์ด เวย์แลนด์ ได้รับเลือกตั้งในสองเขตพร้อมกัน และเขาเลือกที่จะดำรงตำแหน่งในเขตอ็อกซ์ฟอร์ดแทน ทำให้ที่นั่งในเขตเวย์มัธและเมลคัมบ์ เรจิส ว่างลง
ใครคือผู้ชนะการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้?
ชาร์ลส์ บาริง วอลล์ จากพรรคทอรีเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง
ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ส่งผลต่อการปฏิรูปการเลือกตั้งอย่างไร?
แม้พรรคทอรีจะชนะการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้เพื่อเพิ่มเสียงต่อต้านการปฏิรูป แต่พระราชบัญญัติการปฏิรูป ค.ศ. 1832 ก็ยังคงได้รับการประกาศใช้ในปีถัดมา
