มาตรฐานยุโรป (EN) คืออะไร? ความสำคัญและโครงสร้างของ Euronorm
สรุปใจความสำคัญ
- มาตรฐานยุโรป (EN) ได้รับการรับรองโดย CEN, CENELEC หรือ ETSI
- มาตรฐาน EN จะเข้ามาแทนที่มาตรฐานระดับชาติที่ขัดแย้งกันในทุกรัฐสมาชิกของ EU
- มาตรฐาน EN ISO และ EN IEC เป็นการนำมาตรฐานสากล ISO และ IEC มาปรับใช้ในยุโรป
- มาตรฐานเหล่านี้ช่วยสร้าง 'Presumption of Conformity' หรือการสันนิษฐานว่าสอดคล้องกับข้อกำหนดพื้นฐานของกฎหมาย EU
มาตรฐานยุโรป หรือที่เรียกกันว่า Euronorm (EN) คือมาตรฐานทางเทคนิคที่ได้รับการรับรองโดยหนึ่งในสามองค์กรมาตรฐานยุโรป (ESO) ได้แก่ European Committee for Standardization (CEN), European Committee for Electrotechnical Standardization (CENELEC) และ European Telecommunications Standards Institute (ETSI) โดยมาตรฐานเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นผ่านกระบวนการที่โปร่งใส เปิดกว้าง และได้รับความเห็นชอบร่วมกันจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
ความสำคัญของมาตรฐานยุโรปต่อตลาดเดียวของยุโรป
มาตรฐานยุโรปเป็นองค์ประกอบสำคัญของตลาดเดียวของยุโรป (European single market) ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการค้าขายและมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ผลิตทั้งภายในและภายนอกอาณาเขตยุโรป โดยมาตรฐานนี้ทำหน้าที่เป็นข้อกำหนดจำเพาะที่เป็นแบบจำลองทางเทคนิค ซึ่งตลาดสามารถใช้เป็นเกณฑ์ในการซื้อขายสินค้าและบริการได้
การนำไปใช้ในระดับประเทศ
มาตรฐานยุโรปจะต้องถูกนำไปปรับใช้เป็นมาตรฐานระดับชาติในทุกรัฐสมาชิกของสหภาพยุโรป (EU) เพื่อให้ผู้ผลิตสามารถเข้าถึงตลาดของประเทศสมาชิกได้ง่ายขึ้น โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ ประเทศสมาชิกจะต้องยกเลิกมาตรฐานระดับชาติใดๆ ที่ขัดแย้งกับมาตรฐาน EN ซึ่งหมายความว่ามาตรฐาน EN จะเข้ามาแทนที่มาตรฐานเดิมของประเทศนั้นๆ เพื่อมุ่งสู่การประสานมาตรฐานระดับชาติให้เป็นหนึ่งเดียวภายใต้ตระกูล Euronorm
การกำหนดหมายเลขและชื่อเรียก
การกำหนดหมายเลขมาตรฐานจะเริ่มต้นที่ EN 1 และเนื่องจากมาตรฐานมีการปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ (โดยปกติจะมีการทบทวนทุกๆ 5 ปี) จึงมีการระบุปีที่ประกาศใช้ต่อท้ายมาตรฐาน โดยคั่นด้วยเครื่องหมายโคลอน เช่น EN 50126:1999
ประเภทของมาตรฐาน EN
- EN ISO: มาตรฐานที่รับมาจาก ISO (หมายเลข ISO 1 ถึง 59999)
- EN IEC: มาตรฐานที่รับมาจาก IEC (หมายเลข IEC 60000 ถึง 79999)
- EN ทั่วไป: มาตรฐานที่อยู่นอกเหนือช่วงหมายเลขที่กำหนดไว้
เมื่อมาตรฐาน EN ถูกนำไปใช้โดยหน่วยงานมาตรฐานระดับชาติ จะมีการเติมคำนำหน้าตามชื่อย่อของประเทศนั้นๆ เช่น DIN EN ISO 2338:1998 (เยอรมนี) หรือ ÖNORM EN ISO 9001:2000 (ออสเตรีย)
องค์กรและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
CEN (European Committee for Standardization)
CEN พัฒนามาตรฐานยุโรปสำหรับผลิตภัณฑ์ วัสดุ บริการ และกระบวนการที่หลากหลาย เช่น อุปกรณ์ขนส่ง, เคมีภัณฑ์, การก่อสร้าง, ผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค, พลังงาน, อาหาร และสุขภาพ โดย CEN ทำงานร่วมกับ ISO ผ่านข้อตกลงเวียนนา (Vienna Agreement) เพื่อหลีกเลี่ยงการทำงานซ้ำซ้อนและสร้างความสอดคล้องของมาตรฐาน
CENELEC (European Committee for Electrotechnical Standardization)
CENELEC เป็นองค์กรที่ดูแลมาตรฐานด้านไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสากล IEC โดยมาตรฐานของ CENELEC สนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายยุโรปหลายฉบับ เช่น:
- Low Voltage Directive (LVD): ข้อกำหนดเกี่ยวกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้แรงดันไฟฟ้าต่ำ
- Electromagnetic Compatibility Directive (EMCD): ข้อกำหนดด้านความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้า
- Radio Equipment Directive (RED): ข้อกำหนดสำหรับอุปกรณ์วิทยุ
- Machinery Directive: ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของเครื่องจักร
การเข้าถึงมาตรฐาน
มาตรฐานยุโรปสามารถค้นหาได้จากแคตตาล็อกขององค์กรมาตรฐานยุโรป (CEN, CENELEC, ETSI) หรือผ่านแคตตาล็อกของหน่วยงานมาตรฐานระดับชาติและตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต
คำถามที่พบบ่อย
มาตรฐาน EN คืออะไร?
มาตรฐาน EN (European Standard) หรือ Euronorm คือมาตรฐานทางเทคนิคที่ได้รับการรับรองโดย CEN, CENELEC และ ETSI เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ทางเทคนิคสำหรับการค้าในตลาดเดียวของยุโรป
ถ้ามีมาตรฐานระดับชาติที่ขัดขึ้นกับมาตรฐาน EN จะเกิดอะไรขึ้น?
รัฐสมาชิกของสหภาพยุโรปจะต้องยกเลิกมาตรฐานระดับชาติที่ขัดแย้งกับมาตรฐาน EN เนื่องจากมาตรฐาน EN จะเข้ามาแทนที่และมีลำดับความสำคัญสูงกว่า
ความแตกต่างระหว่าง EN ISO และ EN IEC คืออะไร?
EN ISO เป็นมาตรฐานที่รับมาจาก International Organization for Standardization (ISO) ส่วน EN IEC เป็นมาตรฐานที่รับมาจาก International Electrotechnical Commission (IEC)
